หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
The Winner’s Curse : ความพ่ายแพ้ของผู้ชนะ

วิถีเศรษฐกิจ : ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้เขียนเชื่อว่าคงมีบ่อยครั้ง  ที่เรารู้สึกว่าเราได้สินค้าหรือทรัพย์สินมาในราคาที่แพงเกินไป เพราะความไม่รู้หรือความรีบร้อน   อาจจะโกรธผู้ขายคิดว่าตัวเองถูกปล้น  แต่ในชีวิตทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน รวมไปกับความอวิชชาเกี่ยวกับอนาคตนั้น  ในข้อเท็จจริงปัญหาข้างต้นมีให้เห็นอยู่ดาษดื่น   ในแวดวงวิชาการรู้จักคำว่า  Winner’s Curse  มานาน เป็นแนวคิดที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ของผู้ที่ชนะการประมูล แต่กับเจ๊งหรือขาดทุน

จัดได้ว่าเป็นความเสียหายสำหรับผู้ชนะ  เพราะพบภายหลังว่าสิ่งที่ประมูลได้นั้นมีค่าทางตลาด หรือทางพาณิชย์ต่ำกว่าราคาประมูลที่ตัวเองได้จ่ายไป แนวคิดเรื่อง Winner’s Curse นี้ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ กับผู้ชนะการแข่งขันทางการเมือง แต่จริง ๆ แล้วเมื่อเวลาผ่านไป เป็นผู้แพ้ เช่น  ล่าสุดกรณีชีวิตทางการเมืองของคุณทักษิณ และพรรคไทยรักไทย  ซึ่งเป็นผู้ชนะในตลาดการแข่งขันทางการเมืองมาตลอด  หรือแม้กระทั่งชัยชนะในความสำเร็จ ในการยึดอำนาจของ คปค.ก็เถอะ ต้องดูกันต่อไป   แม้ว่าชัยชนะที่ได้นั้น มิได้มีลักษณะคล้ายกับการประมูลของทรัพย์สินในตลาด ที่มีการแข่งขัน

Winner’s Curse เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกหรือจะเรียกว่าวิตถารก็ได้  เป็นเรื่องที่ไม่ปกติสำหรับนักเศรษฐศาสตร์  ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนมากทำอะไรอย่างรอบคอบมีเหตุมีผล  โดยมีฐานจากความรู้และข้อมูลจนไม่น่าจะเห็นปรากฏการณ์ของ Winner’s Curse นี้อย่างสม่ำเสมอ เป็นระบบไม่ใช่เป็นเรื่องครั้งคราว  ความเชื่อมั่นที่เข้าข้างตัวเองมากเกินไป ความทะเยอทะยานและอารมณ์   ล้วนมีส่วนที่ทำให้ตลาดการประมูลประเภทนี้ไม่มีประสิทธิภาพ 

คำนี้เริ่มใช้ครั้งแรกโดยวิศวกรของ Atlantic Richfield Corp.  เมื่อ ค.ศ.1971  และโดยนักเศรษฐศาสตร์ เช่น Richard Thaler, John H. Kagel เป็นต้น  เมื่อใดที่มีการประมูลไม่ว่าจะเป็นการประมูลแข่งขัน เพื่อซื้อกิจการบริษัท หรือสัมปทานเพื่อให้ได้สิทธิในการใช้ทรัพย์สิน เช่นคลื่นความถี่หรือการขุดเจาะบ่อน้ำมัน  การประมูลที่มักทำให้เกิด Winner’s Curse นั้น มักจะเป็นการประมูลในทรัพย์สินหรือสิ่งของที่ผู้ประมูลทุกคนถือว่ามันมีค่าเท่าๆ กันสำหรับผู้ประมูล  เช่น

ถ้าพบน้ำมันจำนวนหนึ่ง จำนวนนั้นทุกคนก็ตีมูลค่าเท่ากัน เรียกว่าเป็น Common Value Auction ไม่เหมือนกับการประมูลภาพเขียน ที่ผู้ประมูลอาจให้ค่าต่างๆ กันตามความพอใจของแต่ละคน  ทำไมผู้ชนะการประมูล จึงมีโอกาสที่จะจ่ายเงินในการประมูลสูงเกินไป  หรือมี Winner’s Curse การประมูลย่อมมีหลายมูลค่า มีผู้ประมูลสูงประมูลต่ำ 

ถ้าสมมติว่า ค่าเฉลี่ยของการประเมินมูลค่าและการประมูลนั้นมีค่าเท่ากับมูลค่าที่เป็นจริงของสินทรัพย์หรือของที่ประมูล  ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ที่ประมูลชนะย่อมเป็นผู้ที่คาดคะเนมูลค่าของทรัพย์สินและประมูลสูงเกินไป  ผู้ที่ประมูลสูงสุดคือผู้ที่มีโอกาสจะเป็นผู้แพ้เกิด Winner’s Curse  ผู้ประมูลชนะอาจไม่จำเป็นต้องขาดทุนทุกครั้งก็ได้แต่ก็ผิดหวัง   เมื่อผลในมูลค่าทรัพย์สินที่เกิดขึ้นให้มูลค่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ขณะที่ทำการประมูล  

โดยทั่วไปถ้ามีผู้ประมูลมาก ผู้ประมูลย่อมต้องรุกหนักให้ราคาสูงเมื่อเทียบกับมีผู้ประมูลน้อย  รวมทั้งการประมูลที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก โอกาสจะเกิด Winner’s Curse ก็จะสูงตามมา ประจักษ์พยานของ Winner’s Curse นี้ เห็นได้จากการทดลอง และการหาข้อเท็จจริงในภาคสนาม  เช่น ในการทดลองในห้องเรียนกับนักศึกษา  ถ้าเอาเหรียญใส่โถให้เต็มแล้วให้ประมูลแข่งกัน (สมมติว่าคนชนะจะได้เงินเป็นธนบัตร  เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมบิดเบือนสำหรับคนที่ไม่อยากได้เป็นเหรียญ) 

โดยทั่วไปถ้าคนเลี่ยงหรือไม่ชอบความเสี่ยง มูลค่าที่ประมูลโดยเฉลี่ยน่าจะต่ำกว่ามูลค่าของเหรียญ  แต่ในการทดลองพบปรากฏการณ์ Winner’s Curse มากทีเดียว  ส่วนในภาคสนามนั้นกรณีของไทย แม้จะไม่มีการศึกษาเป็นเรื่องเป็นราว  เชื่อกันว่าในอดีตการประมูลสัมปทานเหล้าที่เข้มข้นดุเดือดครั้งหนึ่งกว่า 20 ปีมาแล้ว  ระหว่างกลุ่มสุรามหาราษฎร นำโดยคุณสุเมธ  เตชะไพบูลย์  กับกลุ่มสุราทิพย์ของคุณเถลิง  เหล่าจินดา และคุณเจริญ  สิริวัฒนภักดี   การเสนอราคาให้แก่รัฐสูงเกินไป ในที่สุดผู้ชนะต้องเสียหายล่มจม  จนเจ้าหนี้และรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือลดหนี้ และรวมเป็นกิจการเดียวกัน ก็เป็นตัวอย่างของผู้ชนะประมูลแต่กลับล่มจม 

 คุณทักษิณ  ชินวัตร อาจได้กำไรมากมายมาจากสัมปทานโทรศัพท์มือถือ แต่การประมูลไอทีวี  โทรศัพท์พื้นฐาน เช่น ของเทเลคอมเอเซีย ทีทีแอนด์ที น่าจะเป็นตัวอย่างของผู้ชนะการประมูลที่เป็นผู้แพ้  ในต่างประเทศการเทคโอเวอร์บริษัท มักให้ประโยชน์มากแก่ผู้ถือหุ้นบริษัทที่ถูกเทคโอเวอร์ แต่น้อยมากหรือแทบไม่มีเลยสำหรับผู้ซื้อ  เพราะผู้ซื้อกิจการจ่ายพรีเมียมสูงกว่าราคาตลาดมากเกินไป นี่คงเป็นจริงสำหรับกรณีเทมาเส็ก ที่มาซื้อบริษัทชินคอร์ป

ปรากฏการณ์ Winner’s Curse พบบ่อยมากในสัมปทานบ่อน้ำมัน เมื่อดูจากผลประกอบการซึ่งต่ำมากของผู้ได้สัมปทาน ปรากฏการณ์นี้ยืนยันได้จากความแตกต่างของคนที่ประมูลต่ำสุด สูงสุดนั้นบ่อยครั้งสูงถึง 5-10 เท่า หรือร้อยเท่าก็ยังมี  

Winner’s Curse ในทางการเมืองนั้น ผู้เขียนคิดว่าพฤติกรรมการแข่งขันในทางการเมือง อาจมีความเป็นเหตุเป็นผลน้อยกว่าในตลาดสินค้า ผู้นำและพรรคการเมืองต้องการเข้ากุมอำนาจรัฐโดยชนะการเลือกตั้ง พรรคการเมืองมักสัญญาสร้างความหวังและเสนออะไรที่เกินความจริง ทำไม่ได้หรือขัดกับข้อเท็จจริง  อำนาจทำให้คนคอรัป  อำนาจเบ็ดเสร็จก็ทำให้คนคอรัปได้เบ็ดเสร็จ  พรรคการเมืองหรือผู้นำจึงมักขอชนะเลือกตั้งไว้ก่อน  อะไรจะเกิดขึ้นหรือทำตามสัญญาได้แค่ไหนเป็นเรื่องรอง

ในประเทศที่ระบบประชาธิปไตยยังเหมือนเด็กทารก  ผู้นำที่ชนะการเลือกตั้ง หัวหน้าคณะปฏิวัติหรือคณะปฏิรูปที่ผ่านมาในอดีต  จึงเต็มไปด้วยความไม่มั่นคง   ถึงแม้จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งหรือยึดอำนาจได้ก็มักจะลงเอยคล้ายเป็นผู้แพ้  ตั้งแต่เงินทองที่เคยมีก็หมดไปกับการเมืองหรือร่ำรวยแต่ก็ถูกประชาชนสาปแช่ง 

ชีวิตทางการเมืองของคุณทักษิณ ไม่ใช่ข้อยกเว้น เป็นปรากฏการณ์ของ Political Winner’s Curse ซึ่งปรากฏให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของผู้นำแบบประชานิยม ที่มักทำให้ประเทศชาติมีแต่ความเสียหายในระยะยาว