หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
หลักประชาธิปไตย และหลักนิติรัฐ

พลวัตเศรษฐกิจ : อนุสรณ์ ธรรมใจ  Anusorn4reform@Gmail.com  กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2549

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้คนมักจะกล่าวอ้างเสมอว่า ตัวเองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในความถูกต้อง หรือยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และมักอ้างว่าทำเพื่อระบอบประชาธิปไตย แต่เราต้องเข้าใจว่า ประชาธิปไตยมิอาจเกิดขึ้นด้วยวิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยได้

การที่จะตรวจสอบดูว่า คนที่กล่าวอ้างนั้นเชื่อถือได้หรือไม่นั้น คงต้องดูจากการกระทำ และ ความคิดเห็นต่างๆ ยึดมั่นในหลักการหรือไม่ หากเป็นนักวิชาการก็ต้องสำรวจตัวเองว่าได้แสดงความคิดเห็นไป โดยยึดหลักการ หรือใช้อารมณ์หรือผลประโยชน์แห่งตนเป็นที่ตั้ง จนกระทั่งไปบิดเบือนหลักการ จนอาจทำให้ประชาชนสับสนหรือเข้าใจผิดได้ หากเป็นผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ก็ต้องดูว่าได้ใช้อำนาจที่มีอยู่ตามหลักประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐหรือไม่ อย่างไร

บางทีรูปแบบอาจจะเป็นประชาธิปไตย แต่เนื้อหาไม่ใช่ประชาธิปไตย บางทีรูปแบบไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่อาจมีเนื้อหาที่มีลักษณะประชาธิปไตยอยู่พอสมควรก็ได้ แต่หากต้องการให้การเมืองมีความก้าวหน้า มีความมั่นคงมีเสถียรภาพเกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชน ต้องมีความเป็นประชาธิปไตยทั้งรูปแบบและเนื้อหา และยึดหลักนิติรัฐ

หลักประชาธิปไตย และหลักนิติรัฐ ล้วนเป็นหลักพื้นฐานที่สุดของรัฐเสรีประชาธิปไตย

การจะตรวจสอบดูว่าประเทศไหนยึดถือหลักประชาธิปไตยในการบริหารบ้านเมืองหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

หลักประการแรก คือ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หลักนี้ทำให้อำนาจทั้งหลายเชื่อมโยงกับประชาชน ผ่านกลไกการเลือกตั้ง ผ่านกลไกสิทธิและหน้าที่ต่างๆ การที่อำนาจรัฐมาจากประชาชนย่อมทำให้การปกครองแบบประชาธิปไตยมีความชอบธรรมสูง รัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจทางการเมืองหรือปกครอง เพื่อตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชน

มีประเด็นต่อเนื่องว่า แล้วอะไรล่ะ คือ เจตจำนงของประชาชน และจะวัดกันอย่างไร

หากกล่าวอ้างนักปรัชญาทางการเมืองอย่าง จัง จ๊าคส์ รุสโซ ก็บอกว่า เจตจำนงของประชาชนก็คือ เจตจำนงทั่วไป เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ขณะที่บางแนวคิดที่มองว่าเจตจำนงของประชาชน ก็คือ ผลของการประนีประนอมกัน ระหว่างผลประโยชน์ที่แตกต่างของปัจเจกบุคคลแต่ละคน แนวคิดนี้จึงยึดหลักเสียงข้างมากเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ต้องมีหลักประกันสิทธิของฝ่ายเสียงข้างน้อยด้วย

หลักประการที่สอง หลักการที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายและรับรองสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ประชาธิปไตยจึงถือว่าการถกเถียงกันด้วยเหตุและผลเป็นกระบวนการปกติที่นำมาสู่ข้อสรุปให้สังคม ความจริงแล้ว เสรีภาพสามารถมีได้ในทุกระบบการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นแบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ประชาธิปไตยครึ่งใบ เผด็จการหรือระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เพียงแต่ว่ามีเสรีภาพในระดับที่แตกต่างกันไป

อย่างเมืองไทยวันนี้เสรีภาพถูกจำกัดโดยประกาศกฎอัยการศึก แม้จะมีการผ่อนปรนลงบ้างก็ตาม แต่เสรีภาพในการชุมนุมทางการเมืองยังไม่ได้รับการรับรอง

หลักประการที่สาม คือ หลักการปกครองโดยเสียงข้างมาก โดยพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน พรรคการเมือง เข้าสู่อำนาจโดยผ่านการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยแบบผู้แทน ความสำคัญจะอยู่ที่รัฐสภา เพราะเป็นองค์กรทางการเมือง ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่วันนี้เรายังไม่มีรัฐสภาจากการเลือกตั้ง เป็นสภาจากการแต่งตั้งโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ

หากรัฐสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจะเกิดหลักสำคัญอีกสองประการ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน คือ หลักความสัมพันธ์ในทางความชอบธรรมที่ไม่ขาดสาย และหลักเงื่อนไขของรัฐสภา

หลักความชอบธรรมโดยไม่ขาดสายสะท้อนความสัมพันธ์ของความชอบธรรมที่ต้องมีความต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยเริ่มจากประชาชนเป็นเจ้าของและมอบให้ผู้แทนมาทำหน้าที่แทน การใช้อำนาจต้องเป็นไปเพื่อประชาชน และมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ การใช้อำนาจรัฐผ่านองค์กรต่างๆ ต้องเกี่ยวพันเชื่อมโยงถึงประชาชนด้วย รัฐสภาจึงมีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระต่างๆ

ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง หลักนิติรัฐ ต้องดำรงอยู่ควบคู่ หลักประชาธิปไตย

นิติรัฐหมายถึง รัฐที่ปกครองโดยกฎหมายและหลักของเหตุและผลเพื่อความสงบสุข หลักนิติรัฐประกอบไปด้วย องค์ประกอบที่เป็นหลักการหลายประการ เริ่มตั้งแต่หลักการแบ่งแยกอำนาจ หากสังคมไหนไม่มีการแบ่งแยกอำนาจ และไม่มีการควบคุมถ่วงดุลกัน สังคมนั้นไม่อาจเรียกได้ว่ามีหลักนิติรัฐ ที่เป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้

การแบ่งแยกอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการนี้จุดมุ่งหมายสำคัญ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ต่อมาก็มีหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค การแทรกแซงในสิทธิ และเสรีภาพของปัจเจกบุคคล โดยอำนาจรัฐจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมาย ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนของประชาชน จึงจะมีความชอบธรรมตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย การจำกัดสิทธิ และเสรีภาพต้องมีผลบังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับ แก่กรณีหนึ่งแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง

นอกจากนี้ การใช้กฎหมายของฝ่ายตุลาการก็ดี หรือฝ่ายปกครองก็ดี จะต้องผูกพันต่อกฎหมายที่ออกโดยองค์กรนิติบัญญัติ ที่มาจากการเลือกตั้ง กฎหมายใดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต้องผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนประชาชน และอยู่โดยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ เราเรียกหลักการนี้ว่า หลักความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายตุลาการและฝ่ายปกครอง

นอกจากนี้ ยังมีหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา หลัก ไม่มีความผิดและไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย และที่สำคัญ หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ

หลักการที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่อาจมีขึ้นได้อย่างแท้จริงในระบอบเผด็จการ หรือ ประชาธิปไตยจอมปลอม ครับ