หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ผู้หญิงไทยในฐานะ "ผู้นำ" ก้าวสู่ความท้าทายบริหารยุคใหม่

วัชรา จรูญสันติกุล  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2549

วัชรา จรูญสันติกุล นำเสนอแง่มุมของ "ผู้หญิงไทย" ที่น่าจับตามองก้าวย่างเข้ามามีบทบาทเป็นผู้นำการบริหารทั้งในภาครัฐ ภาคการเมือง และภาคการธนาคารยุคใหม่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : "64 ปี" ของธนาคารแห่งประเทศไทย กลายเป็นสถาบันหลักทางการเงินของประเทศที่จับตามองมากที่สุด ในการสร้างประวัติศาสตร์ปี 2549 ที่มี "ผู้หญิง" กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ "เบอร์ 1" ขององค์กรในตำแหน่ง "ผู้ว่าการธนาคารชาติ" เป็นคนแรก หลังจากที่รัฐบาลในยุคของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบแต่งตั้งให้ ดร.ธาริษา วัฒนเกส รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วัย 58 ปี ขึ้นเป็นผู้ว่าการคนใหม่ แทน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ลาออกไปรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ดร.ธาริษา กล่าวด้วยความรู้สึกดีใจกับตำแหน่งใหม่ที่ได้รับโดยในเร็วๆ นี้ จะมีการแถลงนโยบายการทำงาน เพราะนี่คือ "รางวัล" กับหน้าที่การทำงานในสถาบันการเงินระดับชาติแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี กับงานด้านกำกับดูแลระบบสถาบันการเงินของไทย ซึ่งในวันเดียวกันนี้ คณะรัฐมนตรียังได้แต่งตั้ง ดร.อัจนา ไวความดี ผู้ช่วยผู้ว่าการขึ้นเป็นรองผู้ว่าการดูแลงานสายเสถียรภาพนโยบายการเงินอีกด้วย

โดย ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้จัดการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงการแต่งตั้ง ดร.ธาริษา ขึ้นเป็นผู้ว่าการ ธปท.เป็นสิ่งที่ตลาดได้คาดการณ์กันไว้อยู่แล้ว เพราะเป็นคนเก่ง มีประสบการณ์ประกอบกับ ธปท.ก็มีทีมการเงินที่สามารถดำเนินนโยบายการเงินได้ดี เพราะทำให้เงินเฟ้อปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การปรับเปลี่ยนตำแหน่งจึงไม่น่าส่งผลกระทบ หรือทำให้นโยบายการเงินเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน

ดร.ธาริษา จะนั่งเป็นประธานในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันพุธที่ 18 ตุลาคมเป็นวันแรก พิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้คงไว้เท่าเดิมที่ 5% แม้ว่าปัจจัยน้ำท่วมจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับเพิ่มขึ้นใน 2 เดือนสุดท้ายของปี 2549 นี้ และอาจจะกระทบต่อเงินเฟ้อสูงขึ้นบ้าง แต่จะเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น โดยทิศทางดอกเบี้ยในปีหน้าจะอ่อนตัวลง จากการที่อัตราเงินเฟ้อลดลงมาก และจากทิศทางการส่งออกและการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัวลง

ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งน่าจับตามองในฐานะที่เป็นธนาคารไทยแห่งแรก มีอายุเก่าแก่ที่สุดนานกว่า 100 ปี มีการประชุมคณะกรรมการอนุมัติแต่งตั้งนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ที่เป็นนักบริหารหญิงคนที่สอง แทนคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ที่จะยังคงเป็นกรรมการธนาคารต่อไป โดยมีผล 1 กุมภาพันธ์ 2550

ในแถลงการณ์ของธนาคาร ระบุว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของธนาคาร เพื่อเตรียมพร้อมในการขยายตัวทางธุรกิจต่อเนื่องในอนาคต ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ ด้วยบริหารการจัดการที่มีคุณภาพ การทำงานเป็นทีมของพนักงานทำให้ธนาคารเจริญเติบโตเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมุ่งสู่จุดหมายที่จะเป็นธนาคารชั้นนำของประเทศในการประกอบธุรกิจที่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลาย มีคุณภาพ ตรงต่อความต้องการและเป็นธนาคารที่ทุกคนเลือก

นางกรรณิกานับเป็นผู้บริหารหญิงด้านการตลาดมานานกว่า 30 ปี จากการสร้างชื่อสินค้าโลโก้ของ "ลีเวอร์บราเธอร์" ได้นำแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งให้ความสำคัญต่อลูกค้า นำมาประยุกต์ใช้ในงานของกลุ่มลูกค้าบุคคล จนกลุ่มธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่สำคัญของธนาคาร หลังจากเข้าร่วมงานมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2546 เรียกได้ว่าช่วยผลักดันให้ธนาคารไทยพาณิชย์เข้าสู่ยุค "Re-Branding" แบบก้าวกระโดดในปี 2549

เมื่อมองมาถึงนางกัญจนา สปินเลอร์ คนข่าวหนังสือพิมพ์ วัย 61 ปี แต่มานั่งตำแหน่งทางการเมือง เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในยุคของ พล.อ.สุรยุทธ์อีกเช่นกัน จบการศึกษาโรงเรียนมาแตร์ เดอี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สาขาภาษาและวรรณกรรม และที่มหาวิทยาลัยเดย์ตัน โอไฮโอ ในสหรัฐ

นางกัญจนา กล่าวถึง จังหวะชีวิตของเธอกับงานการเมืองในวันนี้ ว่า น่าจะเป็นเพราะเคยทำข่าว เขียนคอลัมน์ สัมภาษณ์ พล.อ.สุรยุทธ์ มาตั้งแต่ยังเป็นนายทหารอยู่ศูนย์สงครามพิเศษ รู้จักคุ้นเคยและไว้วางใจกันมาจนถึงวันนี้ นายกรัฐมนตรีจึงขอให้มาช่วยงานด้านติดต่อกับสื่อไทย สื่อต่างประเทศ และงานการเมืองอื่นๆ ที่อยากให้ช่วย

เธอจึงเป็นอดีตคนข่าวเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสก้าวมาถึงตำแหน่งถึงรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองนั้น เคยเป็นเป็นผู้สื่อข่าวและนักเขียนหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ปี 2516-2522 ต่อมาปี 2522-2532 เป็นบรรณาธิการบทความ โดยหันมาเป็นนักเขียนคอลัมนิสต์ ช่วยจัดการในตำแหน่งหัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร Elle (ประเทศไทย) เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร Elle Decor ปี 2540-2547 มาในปี 2548 เป็นที่ปรึกษาอาวุโส (ด้านการสื่อสาร) ในการจัดโรดโชว์โครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่นของกระทรวงอุตสาหกรรมในยุครัฐบาลทักษิณ