|
||||||||||||||
|
ประกันภัย-องค์กรอิสระ
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10449 แนวคิดที่กรมการประกันภัยจะแยกออกจากกระทรวงพาณิชย์ไปเป็นองค์กรอิสระนั้นมีมานานพอสมควร มีการตั้งคณะทำงานศึกษา มีการจัดสัมมนาหารือกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปไหน ทั้งที่ธุรกิจประกันภัยถือเป็นสถาบันการเงินประเภทหนึ่ง ที่จะต้องได้รับความเชื่อมั่นค่อนข้างสูง และตามหลักแล้วหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงินควรเป็นองค์กรอิสระ เพื่อป้องกันการเมืองแทรกแซง เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่าลืมว่าธุรกิจประกันภัยนั้นเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับเงินนับหมื่นนับแสนล้านบาท หากถูกการเมืองแทรกแซงช่วยเหลือบริษัทประกันภัยของพรรคพวก ที่เอาเงินค่าเบี้ยประกันภัยไปเก็งกำไรทั้งเล่นหุ้นและซื้อที่ดินจนเจ๊ง จะทำให้ผู้เอาประกันเดือดร้อน ธุรกิจประกันภัยขาดความเชื่อมั่น และสุดท้ายอาจทำให้ธุรกิจล้มทั้งระบบได้ นโยบายหนึ่งของ "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" รองนายกฯและรมว.คลัง และ "เกริกไกร จีระแพทย์" รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยคือการผลักดันให้กรมการประกันภัยแยกออกไปเป็นองค์กรอิสระ จึงเป็นนโยบายที่ถูกต้อง แต่น่าเสียดายที่นโยบายดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองจากคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะข้าราชการกรมการประกันภัยเอง ก่อนหน้านี้มีการสอบถามความคิดเห็นข้าราชการกรมการประกันภัยถึงการแยกกรมการประกันภัยไปเป็นองค์กรอิสระ ผลปรากฏว่า มีไม่ถึง 10% ที่เห็นด้วย กว่า 90% ยังอยากให้เป็นเหมือนเดิม ทั้งนี้เพราะไม่มั่นใจเรื่องสวัสดิการและความมั่นคงในอาชีพ ที่สำคัญคือไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นองค์กรอิสระแล้วจะไม่ถูกการเมืองแทรกแซงจริงหรือ ? ไม่รวมถึงกรณีสดๆ ร้อนๆ ที่ "เกริกไกร" ไปมอบนโยบายให้กรมการประกันภัยตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเรื่องดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่มีการตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการ แต่ใช้วิธีตั้งกลุ่มเล็กๆ หารือกันเองแทน แถมยังกีดกันคนอื่นๆ ไม่ให้เข้าร่วมหารือด้วย ดังนั้นการผลักดันนโยบายให้กรมการประกันภัยเป็นองค์กรอิสระให้เป็นจริงได้ คงต้องเริ่มชี้แจงทำความเข้าใจกับคนในกรมการประกันภัยก่อน อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างใหญ่คงใช้เวลานานพอสมควร ขณะที่ปัญหาเฉพาะหน้าของธุรกิจประกันภัยก็มีอยู่ไม่น้อย ขอยกตัวอย่างเรื่องสองเรื่อง เรื่องแรกที่ได้ยินได้ฟังมาก็คือ บริษัทประกันภัยบางแห่งที่รับประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เมื่อผู้เอาประกันเกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บที่บริษัทต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน แต่ตัวแทนบางบริษัทก็ซิกแซ็กให้ผู้บาดเจ็บโอนไปเป็นผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพ หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคแทน หากรัฐบาลที่มีนโยบายจะยกเลิกเก็บ 30 บาท และให้เป็นประกันสุขภาพฟรี ก็ควรที่จะหยิบยกประเด็นนี้ไปพิจารณาให้ดีด้วย ไม่อย่างนั้นบริษัทประกันภัยเหล่านี้จะเป็นเสือนอนกินเบี้ยประกัน ขณะที่รัฐต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแทน อีกเรื่องคือฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยที่ง่อนแง่นหลายแห่ง มีเงินสำรองประกันภัยต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แม้ว่าฝ่ายตรวจสอบสั่งให้เพิ่มทุนแล้ว บริษัทเหล่านี้ก็ซิกแซ็ก โดยหาเงินมาเพิ่มทุนเพื่อโชว์ให้กรมเห็น แต่หลังจากนั้นเพียงวันเดียวก็ถอนเงินทุนออกไปหมด มีบริษัทไหนบ้าง คนในกรมการประกันภัยรู้กันดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีนักการเมืองมาช่วยให้รอดพ้นจากการถูกยึดใบอนุญาต แล้วก็หากินต่อไป นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่กรมการประกันภัยควรแยกไปเป็นองค์กรอิสระ แต่ขณะนี้กรมการประกันภัยยังไม่มีอธิบดีคนใหม่ ก็ขอฝากไปถึงรัฐมนตรี "เกริกไกร" ลองตรวจสอบดูหน่อยแล้วกัน หน้า 20
|