หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
"ชีวิตของทุนกับทุนของชีวิต" ผลตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน

มติชนรายวัน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10449

หมายเหตุ - รายงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปาฐกถา โดยนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เรื่อง "ชีวิตของทุนกับทุนของชีวิต" ในงานจัดงานเสวนามองทิศทางเศรษฐกิจไทยและการลงทุนปี 2550 จัดโดยเครือกสิกรไทย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม

ทุกคนต้องการลงทุนและได้รับผลตอบแทนที่ดี อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นโจทย์คู่โลก ซึ่งพยายามหาวิธีเล็งว่าช่องทางที่จะเดินอยู่ตรงไหน และไม่เข้าไปในที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ในความเป็นจริงมีทั้งการตัดสินใจผิดและถูก คนที่หัวสมองปราดเปรื่องก็ตัดสินใจผิดพลาดได้ เหยียบกับระเบิดเป็น 10,000 ล้านบาทได้ ไม่มีใครให้คำตอบที่ดีได้ 100% หากเราหากรอบที่เหมาะสมบนปรัชญาที่เหมาะสมก็จะไม่เหยียบกับระเบิดตาย อาจมีการตกหลุมบ้างแต่ก็ปลอดภัยในภาพรวม

ชีวิตของทุนคนต้องบริหารทั้งเงินตนเองและเงินคนอื่น มีปัจจัยต่างๆ ที่ต้องผนวกกันเพื่อให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง เราเคยผ่านวิกฤตมา 1 รอบแล้วเห็นครบวงจรชีวิตเศรษฐกิจจากสูงสุดสู่ต่ำสุด แต่ในอนาคตคงไม่มีการทำผิดพลาดเหมือนเดิมง่ายๆ อีกครั้ง ที่ผ่านมามีนายแพทย์ผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกว่าคนไทยชอบความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงส่วนใหญ่ของคนไทยไม่เสี่ยงแบบคำนวณ เสี่ยงเพราะมีนิสัยชอบเสี่ยง แต่จะทำอย่างไรที่จะเอาส่วนนี้มาคำนวณ บางทีก็ฝืนธรรมชาติ จะทำให้คนไม่เล่นหวย ไม่เล่นพนันฟุตบอลคงเป็นไปไม่ได้ ทุก 4 ปีจะมีพนักงานทุจริตมากขึ้นผิดปกติเพราะไปเสี่ยง สะท้อนนิสัยของเราที่เสี่ยงโดยไม่คำนวณซึ่งไม่ควรจะเป็น แต่ถ้าไม่เสี่ยงก็จะไม่ได้ผลตอบแทน เพราะฉะนั้นจึงควรพัฒนาให้เกิดนิสัยการเสี่ยงแบบมีการคำนวณตั้งแต่ระดับเยาวชน

นิสัยคนไทยชอบฝากความหวังที่เลื่อนลอยไว้กับสิ่งที่เลื่อนลอย โอกาสที่ได้จึงมีน้อย ไม่ใช่พื้นฐานระยะยาวที่ควรมีของคนในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทำอะไรเกินตัว เหมือนปี 1996-1997 ที่ดูเหมือนทุกอย่างจะดี ทุกคนหน้ามืด ไม่อ่านความจริงที่อยู่ตรงหน้า สมัยก่อนคนที่มีปัญญาก็ตัดสินใจผิดก็สามารถอธิบายได้ว่าคืออาการ "หน้ามืด" เกิดจาก "ความโลภ" หากมีความโลภมากกว่าเหตุผลก็หน้ามืดได้ เมื่อเวลาเขื่อนทางการเงินแตกก็หลบไม่ทัน

วิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากตัวเลขที่สะท้อนออกมาแต่ไม่มีคนสนใจ ยังมีการซื้อหุ้น ซื้อที่ดินโดยคิดว่าจะมีคนมาซื้อต่อในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนเพราะธนาคารห้ามไม่ให้มีการนำเงินสดออกไปปั่นราคา แต่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นอื่นที่ขณะนี้ยังคิดไม่ออก

เศรษฐกิจขณะนี้ยังไปได้ดี ผู้ส่งออกยังดีอยู่แม้ว่าจะเกิดความไม่ชัดเจนของสภาพแวดล้อมทางการเมือง แต่เนื้อแท้ของเศรษฐกิจยังไม่เห็นข้อบกพร่อง เรื่องปัจจัยดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้รับผลกระทบกันทั่วโลก แต่ในส่วนของประเทศไทยยังเดินไปได้อย่างน่าพอใจ

รัฐบาลชุดนี้มาพร้อมกับการไม่ทำอะไรสุดโต่งเกินไป วางพื้นฐานเศรษฐกิจไม่หวือหวาคือหลักการโดยรวมของการบริหาร ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ ผลิตสินค้าและบริการต่างๆ ออกมาได้ ใน 1 ปีหลังจากนี้ไป คงไม่มีประเด็นอะไรที่หวือหวา จากมาตรการในประเทศ ปัจจัยที่ไม่ดีมากๆ ก็ลดลงไป ทั้งเรื่องราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ย แต่หากมองข้ามไปอีก 1 รัฐบาลก็เป็นปัญหาที่ไม่มีใครอ่านออกว่าภาพนั้นจะแปลงสัญญาณการลงทุนอย่างไร ตอนนี้ก็รู้แค่ว่ารัฐบาลจะประคองระบบไปอีก 12 เดือน อันนี้ก็เป็นครรลองของการจัดการลงทุน

ทุนการเมืองก็มีเข้ามาให้เลือก อยากให้ชีวิตดีขึ้นก็ต้องวิเคราะห์กันไป เลือกกันไปซึ่งก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ประชาธิปไตยถือเป็นความเสี่ยง นิสัยชอบเสี่ยงต้องเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เด็ก ต้องสร้างขึ้นทีละนิด เปลี่ยนความคิดที่จะหวังรวยเร็ว เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดีที่คนชอบคิดว่าเป็นไปได้

ส่วนทุนของชีวิตนั้นมีผู้ใหญ่บางท่านบอกว่าทรัพย์ที่มีอยู่บางทีก็ไม่ใช่ของเราแต่เป็นของลูกหลาน ประเทศเป็นของประชาชน สิ่งที่เป็นของเราคือสุขภาพและความสบายใจ ชีวิตของทุนอาจมองแค่ระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน แต่ทุนของชีวิตต้องมองตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งหนุ่มสาวไม่ได้คิดมากเรื่องนี้แต่เมื่อเริ่มเข้าวัยกลางคน ต้องคิดมากขึ้นกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับ จิตวิญญาณคือทุนที่ใช้ไปถึงวันสุดท้ายบนโลก สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ

ชีวิตของทุนคือการนำสิ่งที่ไม่บริโภควันนี้ไปลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนในอนาคต แต่ทุนของชีวิตคือต้องไม่ทำอะไรในวันนี้บางอย่าง เพื่อให้วันข้างหน้ามีสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิต ต้องเริ่มลงทุนด้านจิตใจ ไม่ทำอะไรที่ได้มาซึ่งความทุกข์ของชีวิตและนำทรัพย์ที่ได้ส่วนหนึ่งแบ่งให้กับคนที่ด้อยกว่าด้วย เมืองไทยสมานฉันท์อยู่ได้ด้วยการให้ ทำให้อยู่แบบพอกินพอใช้ ในความเหี้ยมโหดของทุนนิยม แย่งกันหาผลตอบแทนก็ต้องมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ใช้ทุนนิยมที่เป็นเงิน แต่เป็นทุนของจิตวิญญาณ ทำให้มากกว่าการหาผลตอบแทนสูงสุด ทุกคนต้องหาโจทย์ของตนเองทำให้ได้รับผลตอบแทนที่งอกเงย และหาส่วนของจิตวิญญาณนอกเหนือจากการหาผลตอบแทน

หน้า 20