หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Code Green Tourism กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐศาสตร์พเนจร : ดร.วิรไท สันติประภพ  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549

ใครที่ชอบเดินทางคงจะรู้จักหนังสือนำเที่ยวของ Lonely Planet เป็นอย่างดี Lonely Planet เป็นหนังสือนำเที่ยว ที่เหมาะกับนักพเนจร เพราะมีรายละเอียดการเดินทางครบถ้วน ไว้ใจได้ จนแทบจะไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อไปถึงแต่ละที่ และมักจะไปบุกเบิกแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อยู่เสมอ ผมนับตัวเองว่าเป็นแฟนคนหนึ่งของ Lonely Planet และ Lonely Planet ก็เคยช่วยชีวิตในต่างแดนไว้หลายครั้ง

Lonely Planet เพิ่งออกหนังสือใหม่หนึ่งเล่ม ชื่อว่า “Code Green : Experience of a Lifetime” หนังสือเล่มนี้ต่างจากหนังสือนำเที่ยวของ Lonely Planet ทั่วไปตรงที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีลักษณะเป็น “Code Green Tourism” ไว้รวมกัน ไม่ได้เป็นหนังสือท่องเที่ยวเฉพาะเมืองหรือเฉพาะประเทศเหมือนที่เราเห็นวางขายทั่วไป

"Code Green Tourism" คืออะไร หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าหมายถึงการท่องเที่ยวในแหล่งทหาร หรือไปถ่ายรูปกับรถถัง เช่นที่กำลังนิยมกันอยู่ในขณะนี้ Lonely Planet ให้คำจำกัดความของ "Code Green Tourism" ว่าเป็น "responsible tourism" หรือการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ ผมเชื่อว่าเราไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่า "responsible tourism" เท่าไร แต่จะได้ยินคำว่า "eco tourism" หรือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อยู่เป็นประจำ

อาจจะกล่าวได้ว่า “responsible tourism” เป็นกระแสใหม่ที่กำลังมาแทนที่ “eco tourism” ซึ่งทำให้ถูกเสียชื่อไป เพราะในช่วงหลังๆ กิจกรรมที่พาไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเข้าป่า ล่องแพ ขี่ช้าง ดำน้ำ หรือเพียงพาไปเที่ยวเกาะห่างไกลที่ไม่ค่อยมีคนไป ก็มักจะถูกเรียกว่าเป็น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ไปหมด โดยไม่สนใจว่าการท่องเที่ยวเหล่านั้น จะมีผลกระทบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด

หนังสือ “Code Green” ต้องการส่งเสริม “responsible tourism” หรือการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ โดยเน้นที่การรับผิดชอบต่อสามเรื่องหลักๆ คือ

? ความรับผิดชอบต่อสภาวะแวดล้อม โดยการท่องเที่ยวต้องลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และรักษาความหลากหลายของชีวิตที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นให้มากที่สุด ลดผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ ที่คนรุ่นก่อนได้มอบเป็นมรดกไว้ให้ รวมทั้งรู้จักวิธีที่จะชื่นชมแหล่งท่องเที่ยว ร่วมกับคนในท้องถิ่นได้โดยไม่เกิดความขัดแย้ง

? ความรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมชุมชน โดยเฉพาะการเคารพสิทธิและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นรักษาและภูมิใจในวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน โดยไม่ต้องดัดแปลงวิถีชีวิตเพื่อให้หาเงินจากนักท่องเที่ยวได้โดยง่าย รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนในท้องถิ่น

? ความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยส่งเสริมให้ชุมชนในท้องถิ่นที่มีแหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่ ได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ อย่างเป็นธรรมจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว

Lonely Planet เชื่อว่า ถ้านักท่องเที่ยวให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบแล้ว จะผลักดันให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องช่วยกันรักษาความหลากหลายของชีวิต สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรม สำหรับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

แล้ว “Code Green Tourism” เกี่ยวข้องอย่างไรกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อคนทั่วไปได้ยินคำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้แก่คนไทยมากว่า 30 ปีนั้น มักจะนึกไปถึงการเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือ การใช้ชีวิตอย่างพอมีพอกิน ไม่ทำธุรกิจกับใคร แต่แท้จริงแล้ว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาแห่งการดำรงชีวิต ที่มีประโยชน์กว้างไกลมาก สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายระดับ และในหลายภาคธุรกิจ ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงการเกษตรพื้นฐาน หรือกิจกรรมที่ไม่ได้แสวงหากำไรเท่านั้น ผมเชื่อมั่นว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักปฏิบัติที่มีคุณค่ามากสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของคนไทย ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวอย่างในการท่องเที่ยวตาม “Code Green Tourism” จะพบว่าเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ดียิ่ง

ท่านผู้รู้หลายท่านได้ศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วเห็นพ้องกันว่า การปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสามประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการปฏิบัติตามทั้งสามองค์ประกอบจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความรู้และคุณธรรมไปพร้อมๆ กันด้วย “Code Green Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบก็จะต้องประกอบด้วยนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่รู้จักพอประมาณ มีเหตุมีผล มีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนสภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตท้องถิ่น ส่งเสริมการหาความรู้จากแหล่งท่องเที่ยวและผู้คนในชุมชน และที่สำคัญยิ่ง การรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายของชีวิต และวิถีชีวิตของชุมชนที่ตกทอดมาหลายชั่วอายุคนได้นั้นเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวรักษาคุณค่าไว้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่นต่อไป

หนังสือ “Code Green” แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่จัดว่ามีกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็น “responsible tourism” ประมาณ 80 แห่งทั่วโลก มีตั้งแต่การเดินทางใน Arctic Circle ใน Canada ไปจนถึงคาบสมุทร Antarctic ในขั้วโลกใต้ การพักกับ home stay ในฮาวานา คิวบา ไปจนถึงการท่องเที่ยวหาดทรายห่างไกลในฮาวาย การเดินป่าในสวิตเซอร์แลนด์ ไปจนถึงการท่องภูเขาในภูฏานที่คนไทยไม่น้อยใฝ่ฝันอยากตามเสด็จเจ้าชายจิกมี สำหรับเมืองไทยนั้น หนังสือ “Code Green” แนะนำสองกิจกรรมท่องเที่ยว คือ การเป็นอาสาสมัครที่บ้านเด็กกำพร้ากิ่งแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ และการเป็นอาสาสมัครที่ศูนย์ฟื้นฟูชะนี สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว จังหวัดภูเก็ต ซึ่งฟื้นฟูชะนีที่บอบช้ำจากการถูกใช้งานให้ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวตามร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

ส่วนคนไทยแล้ว การไปท่องเที่ยวโดยไปทำงานเป็นอาสาสมัคร คงไม่ใช่แนวคิดที่คุ้นเคยกันเท่าไร ผมเชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า ทำไมจึงจัดสองกิจกรรมนี้เป็นเรื่องท่องเที่ยว ในทางกลับกันเราคงต้องตั้งคำถามว่า ทำไมแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของเรา ไม่ว่าจะเป็น เกาะ ทะเล ภูเขา หรืออุทยานแห่งชาติที่มีอยู่มากมาย ไม่ได้ถูกแนะนำให้เป็นจุดท่องเที่ยว “Code Green” เหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศอื่นเลย สิ่งที่แตกต่างกันชัดเจนคงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการทั้งในระดับผู้ประกอบการ ชุมชน และหน่วยงานราชการในระดับประเทศ แหล่งท่องเที่ยวหลักในหลายประเทศมีระบบการบริหารจัดการที่ดี จนจัดได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว “Code Green” แม้ว่าพื้นที่เหล่านั้นจะมีบริเวณกว้างไกลกว่าบ้านเด็กกำพร้า และศูนย์ฟื้นฟูชะนีของเรามากนัก

เมื่ออ่านหนังสือ “Code Green” แล้วทำให้ต้องคิดหนักว่าทำอย่างไรที่เมืองไทย ซึ่งได้รับพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากว่า 30 ปี จะสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราได้ โดยเฉพาะในยุคที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับการส่งเสริม ให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวสวยๆ และวิถีชีวิตที่งดงามของเราจะคงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน ให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม ผมเชื่อว่าความหวังนี้คงไม่เกินจริง เพราะหนังสือ “Code Green” ได้แสดงตัวอย่างจากทั่วโลกให้เห็นไว้อย่างเป็นรูปธรรม คงต้องอาศัยหน่วยงานที่รับผิดชอบ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ท่านๆ ให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้อย่างจริงจัง

ทำให้การท่องเที่ยวครั้งต่อไปของคุณ เป็นการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบกันเถอะครับ