หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น เศรษฐ์ สันติ  วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10434

เป็นเรื่องที่คาดหมายได้อยู่แล้วว่า บรรดานักวิ่งต่างกำลังทำงานกันอย่างหนัก โดยมีเป้าหมายที่เก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ในจำนวนนี้มีชื่อนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ถูกชูเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือช่วยว่าการกระทรวงการคลังด้วย

ผมไม่ทราบหรอกครับว่า นายศุภรัตน์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร เก่งกล้าสามารถขนาดไหน แต่เผอิญมีข้อมูลน่าสนใจบางประการเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้

นายศุภรัตน์ เป็นอธิบดีกรมสรรพากรในช่วงปี 2543-2544 คาบเกี่ยวระหว่างรัฐบาลประชาธิปัตย์กับรัฐบาลไทยรักไทย

ในช่วงปลายปี 2543 ป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย พบว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ขายหุ้นบริษัทชินคอร์ป 102 ล้านหุ้น ให้แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในราคาหุ้นละ 10 บาท ขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่ 150 บาท ทำให้บุคคลทั้งสามได้ประโยชน์จาก "ส่วนต่าง" ราคาหุ้นเกือบ 15,000 ล้านบาท โดยไม่เสียภาษีแม้แต่เฟื้องเดียว

นอจากนั้น ยังมีกรณี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2540 นายบรรณพจน์ ซื้อหุ้นบริษัทชินวัตรฯผ่านโบรกเกอร์ 4.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 164 บาท เป็นเงิน 738 ล้านบาท จาก น.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี หนึ่งในคนรับใช้ผู้ยิ่งใหญ่

แต่ ป.ป.ช.ตรวจพบว่า แท้ที่จริงนายบรรณพจน์มิได้ซื้อหุ้นดังกล่าวเอง เพราะเงิน (เช็ค) ที่จ่ายค่าหุ้น เป็นเงินของคุณหญิงพจมานเอง การซื้อขายผ่านตลาดหุ้นเป็นเพียงนิติกรรมอำพราง

ต่อมาคุณหญิงพจมานอ้างว่า เป็นการยกหุ้นให้ฟรี ทั้งๆ ที่มีการเสียค่านายหน้าให้โบรกเกอร์ 7.38 ล้านบาท

จากการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงดังกล่าว ประธานอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของ ป.ป.ช. (คุณหญิงปรียา เกษมสันต์ ณ อยุธยา) จึงสอบถามกรมสรรพากรว่า การขายหุ้นที่ต่ำกว่าราคาตลาด ต้องเสียภาษีหรือไม่

นายศุภรัตน์ อธิบดีกรมสรรพากรขณะนั้น ทำหนังสือ ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543 (ที่ กค.0811/632) ตอบประธานอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินว่า

"กรณีบุคคลธรรมดาซื้อหุ้นของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์/บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ซื้อหุ้นไม่มีเงินได้พึงประเมิน จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เว้นแต่เป็นการซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคา หรือค่าอันพึงมี ผลต่างระหว่างราคาหรือค่าอันพึงมีกับราคาซื้อ เข้าลักษณะประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ซื้อต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย"

แต่หลังจากพรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 กรมสรรพากรกลับมิได้ประเมินภาษี การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปแม้แต่บาทเดียว เมื่อผู้สื่อข่าวใช้สิทธิ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ขอให้กรมสรรพากรเปิดเผยผลการวินิจฉัยภาษีกรณีดังกล่าว ทำให้กรมสรรพากรจำใจทำหนังสือตอบ

แต่คราวนี้นายศุภรัตน์มอบหมายให้นายวิชัย จึงรักเกียรติ รองอธิบดี เป็นผู้ลงนามในหนังสือ

หนังสือดังกล่าว ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 (ที่ กค.0811/6312) ระบุว่า การซื้อขายหุ้นในลักษณะดังกล่าว ถือไม่ได้ว่า ผู้ซื้อได้รับประโยชน์จากการโอนหุ้นซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(4)(ช) ตามประมวลรัษฎากร เนื่องจากยังมิได้ก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้ซื้อแต่ประการใด จนกว่าผู้ซื้อจะได้ขายหุ้นดังกล่าวไปโดยได้รับผลประโยชน์ ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่า เงินที่ลงทุน

นอจากนั้น ยังอ้างว่ากรณีนายบรรณพจน์ซื้อจาก น.ส.ดวงตา มูลค่า 738 ล้านบาทนั้น การที่คุณหญิงพจมานยกหุ้นชินวัตรฯ ให้นายบรรณพจน์ เป็นการให้ตามขนบธรรมเนียมประเพณี และอุปการะโดยธรรมจรรยา

ทั้งๆ ที่นายบรรณพจน์มีหน้าที่การงานมั่นคงและเงินเดือนสูง จึงไม่เข้าข่ายการอุปการะโดยธรรมจรรยาตามแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา

เรียกว่า กรมสรรพากรพลิกคำวินิจฉัยจากหน้ามือเป็นหลังตีน!!

การละเว้นไม่ยอมเก็บภาษีการยกหุ้นมูลค่า 738 ล้านบาท ให้นายบรรณพจน์นั้น ป.ป.ช.เคยมีมติให้ไต่สวนความผิด ของข้าราชการระดับสูง ของกรมสรรพากรในขณะนั้น ปัจจุบันเรื่องยังค้างคาอยู่ คาดว่า ป.ป.ช.จะหยิบยกขึ้นมาไต่สวนใหม่ อีกครั้งในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม จากนั้นเป็นต้นมาครอบครัวชินวัตร ก็ซื้อขายหุ้นต่ำกว่าราคาตลาดเป็นที่สนุกสนาน!!

หน้า 20