|
||||||||||||||
|
อำนาจเหนือตลาด-เหนือรัฐ
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10491 นับจากปี 2542 ที่มีการปรับปรุง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดราคาสินค้า และป้องกันการผูกขาด พ.ศ.2522 โดยแบ่งเป็นกฎหมาย 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ที่ดูแลผู้บริโภคเป็นหลัก และ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ที่ดูแลผู้ประกอบการให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ปรากฏว่าการบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่จะเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ ส่วนกฎหมายการแข่งขันทางการค้าแทบจะไม่มีสภาพบังคับใช้ ที่พอจำได้ว่ามีความพยายามนำกฎหมายการแข่งขันการค้ามาใช้ อาทิ กรณีเรื่องการบังคับขายเหล้าขาวพ่วงเบียร์ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ และกรณีบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ที่พบว่ามีการบังคับให้ผู้ค้ารายย่อย ขายเฉพาะรถจักรยานยนต์ของตัวเอง มีการส่งเรื่องฟ้องดำเนินคดี แต่ล่าสุดทางอัยการสั่งไม่ฟ้อง การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาด อันเป็นการจำกัดการแข่งขัน เพื่อการผูกขาดของตัวเอง แทบจะไม่เป็นผล แม้จะเป็นการกระทำที่เป็นข้อห้ามตามกฎหมาย ตามมาตรา 26-29 แต่เป็นข้อห้าม สำหรับผู้ประกอบธุรกิจโดยทั่วไป ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถที่จะหาช่องหลบเลี่ยงไปได้ สำหรับมาตรา 25 ที่ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ (1) กำหนดราคาซื้อหรือขายสินค้าหรือค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม (2) กำหนดเงื่อนไขที่เป็นการบังคับโดยทางตรง หรือทางอ้อมอย่างไม่เป็นธรรม ให้ผู้ประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นลูกค้าของตนต้องจำกัดการบริการ การผลิต การซื้อ หรือการจำหน่ายสินค้าหรือต้องจำกัด (3) ระงับ ลด หรือจำกัดการบริการ การผลิต การซื้อ การจำหน่าย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทำลายหรือทำให้เสียหายซึ่งสินค้าเพื่อลดปริมาณให้ต่ำกว่าความต้องการของตลาด (4) แทรกแซงการประกอบธุรกิจของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ที่ผ่านมา มาตรา 25 ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้ เนื่องจากยังไม่มีการกำหนดเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด แม้ว่าคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พยายามที่จะเสนอหลักเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดให้ ครม.เห็นชอบมาหลายยุคหลายสมัย จนผ่านไปแล้ว 7 ปี ก็ไม่เคยคลอดออกมาสักที ล่าสุดคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่มี "เกริกไกร จีระแพทย์" รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ก็มีมติอนุมัติหลักเกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือตลาด ทั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.ผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการใดบริการหนึ่ง ที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 50% ขึ้นไป และมียอดเงินขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป 2.ผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรก ในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการใดบริการหนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมารวมกันตั้งแต่ 75% ขึ้นไป และมียอดเงินขายของรายใดรายหนึ่งในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ยกเว้นรายที่มีส่วนแบ่งตลาด ในปีที่ผ่านมาต่ำกว่า 10% หรือรายที่มียอดเงินขายในปีที่ผ่านมาต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แม้ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้กระทำผิด ยกเว้นแต่มีการกระทำ ที่เป็นข้อห้ามตามมาตรา 25 ก็ต้องรอดูว่าเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดนี้จะคลอดออกมาในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ หรือว่า "อำนาจ (ลึกลับ) เหนือรัฐบาล" จะมีพลังมากกว่าที่จะสกัดไม่ให้เกณฑ์ "อำนาจเหนือตลาด" ออกมาบังคับใช้เหมือนที่ผ่านๆ มาอีก หน้า 20
|