|
||||||||||||||
|
คำวินิจฉัยกฤษฎีกา
ชี้หวยบนดินผิดกฎหมาย
มติชนรายวัน วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10490 *หมายเหตุ* : จากกรณีที่กระทรวงการคลังและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ขอหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถึงปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาและตีความ ซึ่ง "มติชน" เห็นว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ "คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เห็นว่า ตามข้อหารือของกระทรวงการคลังและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีประเด็นข้อหารือที่ต้องพิจารณาให้ความเห็นดังต่อไปนี้ ประเด็นที่หนึ่ง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดำเนินการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้หรือไม่ และหากไม่สามารถกระทำได้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถดำเนินการโดยขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการพนันฯ หรืออาศัยอำนาจตามมติคณะรัฐมนตรีได้หรือไม่ เห็นว่า การดำเนินการใดที่ไม่อยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 5 ดังกล่าว สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ย่อมไม่มีอำนาจกระทำได้ โดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมิได้บัญญัตินิยามคำว่า "สลากกินแบ่งรัฐบาล" ไว้ อีกทั้งพระราชบัญญัติการพนันฯก็มิได้บัญญัตินิยามคำว่า "สลากกินแบ่ง" ไว้เช่นกัน จึงต้องพิจารณาจากบทบัญญัติทั้งปวง แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเอง ซึ่งได้บัญญัติเป็นสาระสำคัญว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกได้นั้นต้องมีลักษณะสำคัญ คือ ต้องเป็นสลากกินแบ่งที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้ออก โดยรูปแบบและวิธีการเสี่ยงโชค และการให้รางวัล ของสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น จะต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยง ที่เกิดจากการออกสลาก ให้เป็นไปตามมาตรา 22 บัญญัติไว้เท่านั้น กล่าวคือ ต้องมีการจัดสรรเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเป็นเงินรางวัลตามมาตรา 22 (1) โดยเงินรางวัลต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบแปดเป็นรายได้แผ่นดินตามมาตรา 22 (2) เพราะทำให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ต้องรับความเสี่ยงในการจ่ายเงินรางวัลในแต่ละงวดเกินจำนวนดังกล่าว และการที่เงินรางวัลที่ต้องจ่ายจะลดลงตามส่วน ของเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย ซึ่งมีผลทำให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่มีโอกาสที่จะขาดทุนจากการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ ดังนั้น การออกสลากของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีการจัดสรรเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสลาก นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 หรือที่มีผลให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีโอกาสขาดทุน จึงไม่ใช่การออกสลากกินแบ่งรัฐบาล สำหรับรูปแบบและวิธีการเสี่ยงโชคและการให้รางวัลของสลากพิเศษ แบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัวนั้น ไม่อาจถือได้ว่าเป็น "สลากกินแบ่งรัฐบาล" ตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่เป็นสลากกินรวบ ดังนั้น สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงไม่มีอำนาจออกสลากดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 (1) แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ นอกจากนี้ กรณีไม่อาจนำความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ที่ได้เคยวินิจฉัยไว้ในเรื่องเสร็จที่ 570/2542 ว่า การที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดพิมพ์จำหน่าย ออกรางวัลและจ่ายรางวัลสลากบำรุงการกุศล ตามมาตรา 5 (3) แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเทียบเคียงกับการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ได้ เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันว่า การออกสลากบำรุงการกุศลดังกล่าวเป็นกรณีที่หน่วยงาน หรือองค์กรอื่น เป็นผู้ขออนุญาตออกสลากตามกฎหมายว่าด้วยการพนันและเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการ โดยทำความตกลง กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อมอบอำนาจให้ดำเนินการต่างๆ แทนเกี่ยวกับจัดพิมพ์จำหน่าย ออกรางวัล และจ่ายรางวัลสลากบำรุงการกุศล และหน่วยงาน หรือองค์กรที่ขออนุญาตเป็นผู้ขอรับเงินรายได้จากการออกสลาก เพื่อไปใช้จ่ายตามเจตนารมณ์ของการออกสลากของหน่วยงานหรือองค์กรนั้น ดังนั้น สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงไม่สามารถดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามมาตราดังกล่าว สำหรับการที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะสามารถออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว โดยการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการพนันฯได้หรือไม่นั้น เห็นว่า การออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ตามรูปแบบและวิธีการที่ดำเนินการในขณะนี้ ไม่ถือว่าเป็นการกระทำการที่อยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล การขออนุญาตเพื่อออกสลากดังกล่าวตามพระราชบัญญัติการพนันฯ มิได้เป็นผลให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้ง และมีวัตถุประสงค์กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ กลับมีวัตถุประสงค์ และอำนาจในการออกสลากดังกล่าวได้แต่อย่างใด ส่วนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะสามารถดำเนินการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว โดยอาศัยอำนาจตามมติคณะรัฐมนตรีได้หรือไม่นั้น เห็นว่า ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินและมีอำนาจดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินตามที่กฎหมายกำหนด และมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารอย่างหนึ่ง จึงอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายทั้งปวง ทั้งนี้ ที่ประชุมใหญ่กรรมการร่างกฎหมายได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า มติคณะรัฐมนตรีมิใช่กฎหมาย จึงไม่สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือลบล้างกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม มติของคณะรัฐมนตรีย่อมมีผลใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและผูกพันให้ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว และดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงมีผลผูกพัน ให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม ประเด็นที่สอง หากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินการที่ได้กระทำไปแล้ว ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว จะถือว่าเป็นการดำเนินการที่ได้รับอนุญาต และดำเนินการถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติการพนันฯแล้วใช่หรือไม่ เห็นว่า เมื่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ดำเนินการขออนุญาตออกสลากดังกล่าวตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตให้มีการเล่นจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจแล้ว กรณีย่อมถือว่าการออกสลากที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการพนันฯ ประเด็นที่สาม หากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินการที่ได้กระทำไปแล้ว ตั้งแต่มีมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จะมีผลทางกฎหมายในเชิงนิติสัมพันธ์ ระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กับผู้ซื้อสลากหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า การที่คณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว ให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดำเนินการ และให้นำรายได้ที่เกิดจากการออกสลากดังกล่าว ไปดำเนินกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ ย่อมถือได้ว่ารัฐบาลได้ให้อำนาจ หรือให้สัตยาบันแก่การออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ซึ่งมีลักษณะเป็นสลากกินรวบ กรณีย่อมต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามความในมาตรา 854 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่กำหนดให้มีผลตามกฎหมายผูกพันสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้ซื้อสลากในฐานะคู่สัญญาตามนัยแห่งมาตราดังกล่าว ประเด็นที่สี่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล พนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ซึ่งได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 จะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ และต้องมีความรับผิดอย่างไรด้วยหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นรายกรณี ในชั้นนี้จึงยังไม่อาจวินิจฉัยให้ความเห็นได้ ประเด็นที่ห้า หากรัฐบาลมีนโยบายให้ออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัวต่อไปได้ (รวมทั้งการดำเนินโครงการในระยะที่สองด้วย) และประสงค์จะให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ เกี่ยวกับการนำรายได้ จากการจำหน่ายสลาก เข้าสู่ระบบรายรับของแผ่นดินให้ถูกต้อง ควรจะได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างไร เห็นว่า สมควรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ตลอดจนบทบัญญัติอื่น ที่เกี่ยวกับการจัดสรรรายได้จากการจำหน่ายสลากดังกล่าว และการนำรายได้ จากการจำหน่ายสลากเข้าสู่ระบบรายรับของแผ่นดิน พร้อมกับมีระบบควบคุมตรวจสอบ และเป็นไปอย่างโปร่งใสด้วย ประเด็นที่หก หากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ควรจะมีแนวทางการดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เห็นว่า สมควรเร่งดำเนินการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามกฎหมายต่อไป" หน้า 20
|