หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การแก้ปัญหาชาวพุทธอพยพ

โดย พลเอก หาญ ลีนานนท์  มติชนรายวัน  วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10510

สถานการณ์ที่คาดหวังว่าหลังจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวขอโทษต่อหน้าผู้นำศาสนา และประชาชนในเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของฝ่ายเรา ก็ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ ที่เป็นไทยมุสลิมประมาณ 80-85 เปอร์เซ็นต์นั้น ยอมรับและสรรเสริญแนวทางของนายกรัฐมนตรี

คนเหล่านี้รักแผ่นดินนี้ รักพระเจ้าอยู่หัว คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญทางศาสนา อายุเลยกลางคนไปแล้ว รวมทั้งคนไทยมุสลิมทั่วไป

ประการสำคัญคนส่วนใหญ่ 80-85 เปอร์เซ็นต์ที่จงรักภักดีต่อแผ่นดินเกิดนี้ เขาไม่สามารถควบคุมวัยรุ่น ซึ่งเป็นลูกหลานของเขาได้

วันหนึ่งผู้เขียนไปเยี่ยมอดีตกำนันที่คุ้นเคยกัน หลังจากตะโกนเรียกอยู่ 2-3 นาที ลูกสาวอายุประมาณ 15 ปี ก็ออกมาบอกว่าพ่อไม่นอนบ้านมา 2 คืนแล้ว ไม่ทราบว่าไปนอนบ้านไหน นี่คือสังคมมุสลิม ซึ่งมีหลายบ้านไม่สามารถดูแลอบรมลูกได้ทั่วถึง

ลองดูอีกมุม วันที่ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ ต.บ่อเจ็ดลูก อ.ละงู จ.สตูล พบผู้หญิงอายุประมาณ 45 ปี มีลูกหลานของแกกำลังห้อมล้อมรถขายไอศครีม 20 คนเศษ แกบอกว่านั่นเป็นลูกหลานของแกทั้งนั้น แกก็เป็นทั้งย่าทั้งยาย เพราะแกมีลูกหลายคน พ่อไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย แม่ไปกรีดยาง เลยต้องเอาหลานมาฝากให้เลี้ยง ผู้ชายบางคนนึกชื่อลูกไม่ออก

นี่คือสังคมมุสลิมโดยทั่วไป พ่อแม่ไม่รู้ว่าลูกไปไหน เมื่อย่างเข้าวัยรุ่นหลายกรณีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกของตนติดยา ซึ่งนำไปสู่การติดเอดส์ และ/หรือตกเข้าไปอยู่ในขบวนการก่อการร้าย

กลไกหนึ่งที่ชักจูงหนุ่มสาวมุสลิมวัยรุ่นเข้าสู่ขบวนการก่อการร้าย คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือก็คือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

ดังที่ได้เล่าให้ฟังแล้วในบทความ ศอ.บต. vs การก่อการร้ายในมติชน วันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ว่าในพื้นที่แดงนั้นโจรฯ ก่อการร้ายได้ยึดการเมืองท้องถิ่น (อบต.) ไว้ได้หมดแล้ว

นักการเมืองท้องถิ่นเป็นคนชักจูงหนุ่มสาว ให้ไปเรียนที่ประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเรารุ่นละ 100 คน จากนั้นจะคัดคนเก่ง 10 คนไปเรียนต่อที่อัฟกานิสถาน จบหลักสูตรแล้วถูกจัดตั้งเป็นหน่วยคอมมานโด เป็นนักรบของพระเจ้ากลับเข้ามาในหมู่บ้านของตน ควบคุมชาวบ้าน เมื่อการทหารของโจรฯในหมู่บ้านเข้มแข็งขึ้นก็ยึดการเมืองท้องถิ่นได้

เมื่อถึงเวลารับสมัครเลือกตั้ง อบต.ใดมีคนสมัครตำแหน่งนายก อบต. หรือนายก อบจ.เพียงคนเดียว เป็นรหัสที่บอกให้รู้ว่าพื้นที่ อบต.นั้น ถูกโจรฯยึดครองไว้ได้แล้ว

นายก อบต.ก็เป็นคนของโจรฯ เมื่อถึงเวลาเลือกระดับชาติ คนเหล่านี้ก็เป็นหัวคะแนนของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือ ส.ว. แล้วรัฐสภาของเราก็ได้ท่านเหล่านี้มานั่งชูคอเป็นผู้ทรงเกียรติอยู่ในรัฐสภา

เพราะฉะนั้นตามที่นายไพรัช วิหะกะรัตน์ ประธานสมาพันธ์วิชาชีพครู ให้สัมภาษณ์ที่ จ.นครศรีธรรมราช ชี้ว่ามีโจรฯแฝงอยู่ในภาครัฐ (มติชน 28 พฤศจิกายน 2549) ทำให้โจรฯรู้การเคลื่อนไหวของฝ่ายเราทุกระดับ ฝ่ายเราจึงพบแต่การสูญเสียทุกวัน

เพราะฉะนั้นจังหวัดที่ชายแดน คือ จ.สตูล, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสงขลาบางส่วน จังหวัดใดมีลักษณะเช่นนี้ ชนชั้นปกครอง คือ นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรีบสำรวจเป็นการด่วน ถ้ามีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ปลดออกได้ทันที

และต้องหาทางเอาการปกครองท้องถิ่นนี้กลับคืนมาเป็นการรีบด่วน เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งสมัยหน้า

ปัญหาที่จังหวัดชายแดนใต้นั้นเป็นปัญหาภายในของเรา ขอแนะนำรัฐบาลว่าอย่าไปสนใจหรือขอความช่วยเหลือใดๆ จากต่างประเทศ

เพราะสถานการณ์สู้รบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนในอดีตนั้น มีหัวหน้ากลุ่มขบวนการต่างๆ เป็นที่แน่นอน แต่ปัจจุบันนี้รัฐบาลกำลังทำสงครามกับการก่อการร้าย ที่ไร้ผู้นำของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ที่อยู่ในตะวันออกกลางที่สร้างนักรบของพระเจ้าขึ้นมา เพื่อต่อต้านอเมริกาและพันธมิตร

การก่อการร้ายแนวใหม่ หรือการก่อการร้ายที่ไร้ผู้นำนี้ มีความมุ่งหมายที่แน่นอน ที่จะต้องเข้าไปปลดปล่อยคนมุสลิมทุกแห่งในโลก ที่ถูกปกครองด้วยความไม่เป็นธรรมในประเทศนั้นๆ ให้เป็นอิสระแล้วปกครองโดยคนมุสลิม สามจังหวัดชายแดนใต้ จึงเป็นเป้าหมายเพราะเงื่อนไขมีอยู่พร้อม

นอกจากเหตุการณ์ในอดีตอันยาวนานที่สั่งสมความรู้สึกให้กับคนไทยมุสลิมที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมจากชนชั้นปกครองของเราแล้ว

เหตุการณ์ใน 3 ปีเฉพาะหน้าที่ผ่านมานี้กรณีการอุ้มหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความที่ต่อสู้เพื่อคนมุสลิม การตายหมู่ในเหตุการณ์ กรือเซะ สะบ้าย้อย และตากใบ ทนายความที่ต่อสู้เพื่อคนมุสลิม การตายหมู่ในเหตุการณ์ กรือเซะ สะบ้าย้อยและตากใบ ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์เอาความจริงมาตีแผ่ และลงโทษกลไกรัฐ ที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ก็จะไม่ทำให้การขอโทษของนายกฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีผลแต่ประการใด

ส่วนความคิดที่จะเจรจากับหัวหน้าผู้บงการการก่อการร้ายต่างๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กลุ่มเบอร์ซาตูตั้งขึ้นเฉพาะกิจเพื่อการปล้นค่ายทหารที่ อ.เจาะไอร้อง เมื่อ 4 มกราคม 2547 และนายวัน กาเดร์ เจ๊ะมัน ก็มิได้เป็นผู้นำกลุ่มวางแผนแต่อย่างใด

ทางการทหารไทยไม่ควรเสียเวลาไปหาตัวผู้ที่จะต้องเจรจาเพื่อยุติสถานการณ์ที่ชายแดนใต้

แม้แต่อดีตนายกฯมหาธีร์ของมาเลเซีย ซึ่งอาสาจัดให้ตัวแทนทางการทหารไทยไปเจรจากับแกนนำของโจรก่อการร้าย ที่เกาะลังกาวี หลังจากกลับมา พลเอก บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม รับว่า เจรจาแกนนำผิดตัว (มติชน 22 พฤศจิกายน 2549) ปัญหาความรุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นเป็นปัญหาภายในของเรา เราต้องแก้ด้วยตัวเราเอง หากจะอาศัยประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซีย ก็ทำได้แต่เพียงให้ช่วยประสานกับประเทศมุสลิมโลก เพื่อทำความเข้าใจในทางที่ดีเท่านั้น เพราะประธานโอไอซีขณะนี้เป็นคนมาเลเซีย

ฉะนั้นความคิดของรัฐบาลที่จะหาคนไปเจรจากับฝ่ายโจรก่อการร้ายนั้น ขอแนะนำว่าเลิกคิดได้แล้ว มาเลเซียนั้นหรือจะจริงใจแก้ปัญหาภายในของเรา เมื่อผู้เขียนเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เวลาเราทำยุทธการกวาดล้างขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนออกไป โจรฯก็หนีข้ามเขตแดนแล้วเอาอาวุธประจำกายไปฝากไว้ที่โรงพักที่ใกล้ที่สุด พอจะกลับมาก็แวะเอาปืนที่โรงพัก ตำรวจมาเลเซียก็คุมตัวมาส่งที่ชายแดนแทรกซึมเข้าเขตไทย

เครื่องสนามอาวุธเครื่องแต่งกายที่เรายึดได้จากขบวนการโจรก่อการร้าย ก็เป็นของตำรวจสนามและ/ หรือทหารมาเลย์ทั้งสิ้น

เอาเรื่องนี้ไปเปิดเผยในที่ประชุมที่สำนักงานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคระหว่างไทย-มาเลเซีย ที่ค่ายเสนาณรงค์หาดใหญ่ เมื่อปี 2526 ซึ่งผู้เขียนเป็นประธานในการประชุมในวันนั้น พลตรี ฮัชชิม ผบ.พล.2 ทบ.มาเลเซีย ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายมาเลเซียไม่พอใจ และปฏิเสธว่าของเหล่านี้ใครๆ ก็ซื้อได้แถวหลังกระทรวงกลาโหมของเรา

อย่างไรก็ดี หลังจากเสร็จการประชุมกลับประเทศไปแล้ว รัฐบาลมาเลเซียได้ส่ง นายมุสา อีดัม รองนายกรัฐมนตรี มารายงานรัฐบาลไทยเรื่องที่ผู้เขียนพูดในที่ประชุมที่ สน.กชภ.

จนกระทั่งวันหนึ่งไปประชุมที่กรุงเทพฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เรียกเข้าไป ท่านเพียงแต่พูดว่า "หาญ เรื่องทหารมาเลย์ที่ชายแดนใต้ รองนายก มุสา อีดัม มาฟ้อง เบาหน่อยนะ" ท่านพูดเพียงเท่านี้

เรื่องอาวุธและเครื่องมือเครื่องใช้ที่ พลตรี ฮัชชิม แก้ตัวไปนั้นก็พอฟังได้ แต่เรื่องที่กำลัง ขจก. เมื่อถูกฝ่ายเรากวาดล้าง ก็หนีข้ามแดนไป แล้วเอาอาวุธไปฝากไว้ที่โรงพัก แล้วเวลากลับมาไทย มีตำรวจคุมมาส่งที่ชายแดนไทยนี้เป็นเรื่องจริง เพราะผู้มอบตัวชื่อ นายยิ สาและ คนบ้านลาโล๊ะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้เล่าให้ฟัง

ต่อมานายยิได้เปลี่ยนชื่อเป็นไทยว่านายมานิตย์ สาและ ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ใหญ่บ้าน และกำนันตำบลลาโล๊ะ ตามลำดับ กำนันมานิตย์เพิ่งตายไปประมาณ 3 ปีแล้ว

เมื่อรู้การเมืองเบื้องหลังที่เป็นจริงในอดีต (25 ปีแล้ว) ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลนี้ น่าจะไตร่ตรองให้รอบคอบ

ใคร่ให้ข้อคิดว่า นักการเมืองมาเลเซียนั้นซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม ทางฝ่ายความมั่นคงควรล้มเลิกโครงการเจรจาใดๆ กับแกนนำต่างๆ ที่อยู่นอกประเทศ เพราะแม้แต่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกายังควาญหาตัว โอซามา บินลาเดน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้นำกลุ่มอัลเคด้า มีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ในอาฟกานิสถาน, ปากีสถาน และซาอุดีอาระเบีย ก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของบินลาเดน

กลุ่มการก่อการร้ายที่ไร้ผู้นำในภูมิภาคส่วนนี้ คือ กลุ่มมูซายาฟ มีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ในฟิลิปปินส์ตอนใต้ ส่วนกลุ่มมูจาฮีดีนและเจมาอิสลามิยาห์ (เจไอ) อยู่ในอินโดนีเซีย มีพื้นที่ปฏิบัติการครอบคลุมมาเลเซีย บรูไน และไทย ฝ่ายความมั่นคงของไทยจะมีขีดความสามารถต่อท่อไปถึงเขาได้ไหม และเขาจะคุยด้วยไหม

สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ตั้งแต่บีบบังคับให้ไทยพุทธจาก อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา ต้องอพยพทิ้งบ้านช่องไปอยู่วัดนิโรธสังฆราม อ.เมืองยะลา ประมาณ 60 ครอบครัว ครูถูกฆ่าตายรวมทั้งสิ้น 59 คนถึงวันนี้ ทำให้โรงเรียนในสามจังหวัดชายแดน รวมทั้งโรงเรียนเอกชนกว่าพันแห่งปิดการสอน

การทำให้คนพุทธอพยพละทิ้งถิ่นฐาน และฆ่าครูซึ่งเป็นคนไทยพุทธ ทำให้คนไทยพุทธเสียขวัญ และจะพากันละทิ้งถิ่นฐาน ที่เคยอยู่ บางกรณียอมขายสวน หรือที่ดินทำให้แผ่นดินนี้ตกไปอยู่ในมือของโจรฯ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทางการเมือง ของการก่อการร้ายแนวใหม่ ที่มีเข็มมุ่งว่า "ต้องยึดครองแผ่นดินนี้ ให้เป็นของคนมุสลิม และปกครองโดยคนมุสลิม"

นอกจากสถานการณ์คนพุทธอพยพมาอยู่ที่วัด อ.เมืองยะลา หากย้อนกลับไปเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2549 โจรฯ ทำการป่วนเมืองยะลาด้วยการระเบิดโชว์รูมรถยนต์และจักรยานยนต์กลางเมืองยะลา 8 แห่งในเวลาใกล้เคียงกัน สถานการณ์เช่นนี้สร้างบรรยากาศแห่งความกลัวไปทั่วจังหวัดยะลา และทำลายเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดไปด้วย

ขณะที่ไม่มีการตอบโต้ใดๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมจากฝ่ายกำลังที่รับผิดชอบความมั่นคง โจรฯก่อการร้าย และแนวร่วมยิ่งปฏิบัติการฮึกเหิมมากขึ้น สร้างความสูญเสียชีวิตคน และทรัพย์สินของฝ่ายเรามากขึ้นทุกวันและทุกวัน

แต่ฝ่ายรัฐบาลมุ่งแต่การแก้ปัญหาด้วยการสมานฉันท์ขอบอกตรงนี้เลยว่า หนทางไปสู่จุดหมายการสมานฉันท์นั้นยากเสียแล้ว เพราะเลยเวลามา 2 ปีแล้ว ขณะนี้โจรฯ อยู่ในบ้าน โจรฯมีปืนจี้หลังชาวบ้านอยู่ แม้ไม่ชอบก็ต้องนิ่งปิดปาก เมื่อโจรฯกำเริบขึ้นทุกวัน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไม่มีการปฏิบัติใดๆ ที่แก้ทางโจรฯให้หยุดการฆ่าได้ ชาวบ้านที่นิ่งเงียบอยู่ก็มองเห็นว่า ชัยชนะต้องเป็นของโจรฯ แล้วชาวบ้านเหล่านั้นกลายเป็นแนวร่วมโจรฯไปในที่สุด (ประชาชนย่อมอยู่กับฝ่ายชนะ)

ทำให้พลังทางการเมืองของโจรฯเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วัดได้ด้วยการที่ชนชั้นปกครองมีความรู้สึกว่า พื้นที่การปกครองของตนนั้น แคบลงและเล็กลง จะย่างก้าวไปไหนก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเสียแล้ว

นี่คือรหัสหรือตัวชี้วัดที่บอกว่าสถานการณ์กำลังก้าวไปสู่วันชักธงรัฐเอกราชปัตตานี

หนทางที่กองกำลังของรัฐบาลควรปฏิบัติอย่างยิ่ง คือ

1.คุ้มครองและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะกรณีของชาวบ้าน ที่อพยพมาอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม อ.เมืองยะลา นั้นต้องรีบนำกลับไปอยู่ถิ่นเดิมให้เร็วที่สุด และคุ้มครองอำนวยความสะดวก ในการทำกินให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

2.ฝึกชาวบ้านในข้อ 1 ให้รู้จักป้องกันหมู่บ้าน เช่นเดียวกับโครงการอาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน (อรบ.) ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชุด อรบ.ในหมู่บ้าน อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา ของจังหวัดยะลานี้ต้องมีทหารเป็นแกนนำ หน่วยที่เหมาะที่สุดสำหรับภารกิจนี้ คือ ทหารเบเร่ต์แดง (ชป.รพศ.) ที่ ทบ.ส่งไปสมทบกับ ทภ.4

3.เร่งรัดทำลายโครงสร้างทางการเมืองของโจรฯ และปลดปืนในมือโจรฯ ในหมู่บ้านแดงทุกอำเภอโดยเร็วที่สุด ตัวชี้วัด คือ อบต.เป็นของฝ่ายเรา (ทำไปพร้อมกับข้อ 1 และ 2)

4.การพัฒนาอื่นใดนอกจากการปรับเปลี่ยนอุดมการณ์ของหนุ่มสาวควรระงับไว้ก่อน เพราะงบประมาณในการพัฒนา จะไปบำรุงเศรษฐกิจของกลุ่มโจรฯหมดสิ้น

5.การปฏิบัติการทางทหารใดๆ ของฝ่ายเราพึงระวังเสมอว่า ต้องมีทั้งเปิดเผย และปกปิดในสงครามนี้ ผู้บังคับหน่วยทหาร ต้องรู้จักใช้กลยุทธ์อย่างพลิกแพลง

ไม่สามารถพูดในรายละเอียดมากไปกว่านี้ได้ แต่พร้อมจะไปอธิบายให้รัฐบาลทราบ ถ้าต้องการ

หน้า 6