|
||||||||||||||
|
ข้อเสนอสู่โมเดลรัฐธรรมนูญ
2550
กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยได้มาจากการเสวนา เนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม เรื่อง "รัฐธรรมนูญฉบับลงขันปัญญา เพื่อประชาธิปไตยกินได้" โดยนายสมเกียรติ ตั้งมโน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สรุปข้อเสนอว่า นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 รัฐธรรมนูญได้ถูกยกให้เป็นกติกาสูงสุด ในการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล องค์กร และสถาบันต่างๆ แทนอำนาจกษัตริย์ แม้รัฐธรรมนูญในสังคมไทย จะถูกฉีกได้ง่ายจากอำนาจนอกระบบ จนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น 17 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 ที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการในขณะนี้คาดเดาว่าคงเป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราว สำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องดำเนินไปภายใต้บรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งบุคคล กลุ่ม และองค์กรต่างๆ สามารถผลักดันแนวความคิดของตนได้อย่างเป็นเสรี มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้บรรลุถึงความใฝ่ฝัน ต้องยึดหลัก 6 ประการ ประกอบด้วย 1.ด้านการศึกษา ต้องจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพและทั่วถึงสำหรับประชาชน การศึกษาจะต้องเป็นบริการของรัฐ ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอย่างแท้จริง มิใช่เปิดช่องให้มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในรูปแบบอื่นเกิดขึ้นเช่นปัจจุบัน 2.ด้านการปฏิรูปที่ดิน ต้องจัดให้มีการปฏิรูปที่ดินที่ทำให้เกิดการกระจายการถือครองของประชาชนในสังคมอย่างเท่าเทียม ไม่ปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินระหว่างคนรวยและคนจน เพราะที่ดิน เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรรายย่อย รวมถึงการสร้างความมั่นคงในการถือครองที่ดินของเกษตรกรให้เกิดขึ้น ซึ่งสามารถกระทำได้โดยมาตรการทางภาษี และการจำกัดการถือครองที่ดินของเอกชนไม่ให้มีมากจนเกินไป 3.ด้านสิทธิชุมชน ต้องรับรองสิทธิของชุมชนในการจัดการ บำรุงรักษา ดูแลและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์โดยหน่วยงานของรัฐในทรัพยากรของท้องถิ่น ต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านสังคมที่เกิดขึ้นก่อนการดำเนินโครงการ และประชาชนต้องมีอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติโครงการดังกล่าวโดยตรง 4.ด้านสิทธิในการรวมตัวของผู้ใช้แรงงาน ต้องรับรองสิทธิในการรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงาน สหพันธ์ สหกรณ์ หรือองค์กรอื่นใด เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจต่อรองที่เท่าเทียมกับรัฐ และธุรกิจเอกชน ในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในการทำงานของผู้ใช้แรงงานอย่างเป็นธรรม 5.ด้านสิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ประชาชนต้องสามารถรวมตัวกันเพื่อเสนอกฎหมายได้อย่างสะดวก รัฐต้องไม่ออกกฎเกณฑ์หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการขัดขวางการใช้สิทธิของประชาชนในเรื่องนี้ และหากมีการเสนอกฎหมายโดยประชาชน เกิดขึ้นต้องให้ความสำคัญกับการเสนอกฎหมายของประชาชน เป็นลำดับที่สำคัญกว่าการเสนอกฎหมายของ ส.ส. 6.ด้านสิทธิของประชาชนในการควบคุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนต้องมีกลไก และกระบวนการในการตรวจสอบ การทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่มีการตัดสินใจในโครงการหรือนโยบายใดๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อชุมชนหรือท้องถิ่น ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจด้วยการลงประชามติว่า จะเห็นชอบกับโครงการหรือนโยบายนั้นๆ หรือไม่ ทั้งนี้ หลัก 6 ประการ ต้องได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอันเป็นหลักการเพื่อสร้างความเท่าเทียม และความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ซึ่งการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นการบัญญัติ ที่ทำให้สามารถเกิดการบังคับใช้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องให้มีการบัญญัติกฎหมายอื่นใดมารับรองสิทธิเหล่านี้อีก ส่วน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันจุดยืนเดิมว่า การร่างรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550 ควรใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นต้นแบบ เพราะหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เป็นหลักการที่ควรจะสานต่อ โดยเฉพาะในส่วนของสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการมีองค์กรตรวจสอบที่หลากหลายเข้มแข็ง และการมีผู้บริหารประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง มีความสามารถในการผลักดันนโยบาย ที่ให้สัญญากับประชาชนในการหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรแก้ไข คือ ทบทวนว่าทำไมหลักการเหล่านี้ในที่สุดจึงถูกทำลาย ทำอย่างไรจึงจะปิดช่องว่างที่องค์กรอิสระ ถูกแทรกแซง ทำอย่างไรที่จะให้ผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศ ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนตลอดเวลา หลักการของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถูกบิดเบือน และการบิดเบือนเกิดขึ้นได้โดยอาศัยช่องว่าง และการมีจุดอ่อนที่เอาองค์กรอิสระไปแขวนไว้กับวุฒิสภา ซึ่งผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญคาดหวังว่าจะเป็นกลางทางการเมือง จึงให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่เป็นจริง เมื่อวุฒิสภาถูกการเมืองแทรกแซงได้ ก็เท่ากับว่าระบบขององค์กรอิสระเสียไปหมด ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เสนอมุมมองรัฐธรรมนูญใหม่ควรจะมี ว่า ที่ผ่านมาเรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 17 ฉบับ และกำลังจะยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 18 ซึ่งความจริงแล้วรัฐธรรมนูญหลังวันที่ 10 ธันวาคม ส่วนใหญ่เป็นเพียงรัฐธรรมนูญปกครองเป็นธรรมนูญชั่วคราวที่ไม่ได้ยืนยันอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หรือมาจากประชาชน และไม่ได้ยืนยันสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกันของประชาชน ซึ่งปัจจุบันเราก็ยังไม่มีรัฐธรรมนูญ ในความหมายเดิมมีเพียงธรรมนูญการปกครองที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ไม่ได้ยืนยันอำนาจอธิปไตยของประชาชน ดังนั้น เรายังไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการ ในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญ ควรจะใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 เป็นจุดเริ่มต้น และไม่ควรถอยหลังไปกว่านั้น แต่ในขณะนี้ก็มีบรรยากาศที่ทำให้น่าวิตกว่า มีความพยายามที่จะทำให้รัฐธรรมนูญ ถอยหลังไปกว่าปี พ.ศ.2540 มีการพูดกันเป็นกระแสข่าวลือชนิดที่ว่าปิดกันให้แซดว่า ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง ทำให้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทำให้นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนบางส่วน ให้ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ยังคงมีอำนาจมากไว้ นอกจากนี้ อยากให้กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องประกันว่าประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ ซึ่งขณะนี้ประชาชนยังไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่ารูปแบบใดๆ ยังถูกจำกัดอยู่อย่างมาก รวมถึงพรรคการเมืองก็ยังไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้น กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และเราให้ความสนใจ ถ้ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยประชาชนไม่มีเสรีภาพ ก็ย่อมหมายถึงการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ย่อมถูกครอบงำโดยผู้ที่มีอำนาจที่มาจากการรัฐประหาร ขณะที่ เครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชน มีข้อเสนอว่า ควรนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 กลับมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหา ที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งมวล แต่จะต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน และให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้ หลักการที่หนึ่ง การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า การใช้อำนาจรัฐของทุกองค์กร จะต้องเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ และตั้งอยู่บนพื้นฐานสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกกลุ่ม หลักการที่สอง สิทธิในการกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง จะต้องสร้างประชาธิปไตยที่ประชาชน สามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดเจตจำนงทางการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หลักการที่สาม สิทธิของประชาชนที่จะเข้าถึงปัจจัยในการดำรงชีวิตและสวัสดิการสังคม จะต้องสร้างหลักประกันให้ประชาชนทุกคน ได้รับสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย การรับบริการสาธารณสุข การศึกษา การทำงาน ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต หลักการที่สี่ การสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ จะต้องกระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม เช่น การปฏิรูปที่ดิน และการปรับโครงสร้างระบบภาษีที่เป็นธรรมและในอัตราก้าวหน้า อาทิเช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีการซื้อขายถ่ายโอนหุ้น ภาษีจากโอกาสทางนโยบาย รวมทั้งการสร้างหลักประกันด้านค่าจ้าง หลักการที่ห้า สิทธิการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จะต้องสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐของทุกองค์กร และเสริมสร้างโอกาสและความเข้มแข็งให้ภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
|