|
||||||||||||||
|
คนดีอย่างกวนอู
คนแคระบนบ่ายักษ์ แพทย์ พิจิตร มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 27 ฉบับที่ 1373 ความกตัญญูรู้คุณคนถือเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ถ้าใครเป็นคนกตัญญู ผู้คนมักจะยินดีที่จะช่วยเหลือเกื้อกูล มากกว่าคนที่อกตัญญูไม่รู้คุณคน เพราะรู้ว่าถ้าช่วยเหลือคนแบบนี้แล้ว ยามที่ไปขอความช่วยเหลือเขา ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คนแบบนี้จะต้องทดแทนบุญคุณ เรามักจะพบได้เสมอในหนังจีนกำลังภายในจากประโยคที่ว่า "บุญคุณต้องทดแทน" ถือว่าเป็นคุณธรรมของผู้ที่เป็นจอมยุทธ์แท้ๆ คนกตัญญูคือคนที่มักจะซื่อสัตย์ด้วย เพราะเขาซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ถ้าใครเคยช่วยเหลือเขา เขาจะจำและถือเป็นสัตยาบรรณ ที่จะต้องทดแทนหรือใช้หนี้บุญคุณนั้น นอกจากเราจะพบคุณธรรมข้อนี้ในหนังจีนกำลังภายในแล้ว เรายังพบในหมู่นักเลงอีกด้วย ไม่ว่านักเลงชาติไหน ก็ดูจะมีอะไรที่คล้ายๆ หลักการ "บุญคุณต้องทดแทน" มิฉะนั้นไม่ใช่นักเลงหรือลูกผู้ชายตัวจริง เมื่อพูดถึงความเป็นลูกผู้ชายแล้ว ก็อดนึกถึงเหล่าทหารหาญไม่ได้ เพราะในหมู่ทหารก็นับถือคุณธรรมข้อนี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจอมยุทธ์ และนักเลงโบราณ ในหมู่ทหารเขา "มีนายมีลูกน้อง" กัน นายต้องมีหน้าที่อุปถัมภ์ดูแลลูกน้อง ซึ่งต่างจากตำรวจที่ลูกน้องมีหน้าที่ดูแลอุปถัมภ์นาย ดังนั้น คุณธรรมเรื่องความกตัญญูจึงไม่แรงในหมู่ตำรวจเท่ากับทหาร สายสัมพันธ์ของเหล่าทหารหาญนั้นแน่นแฟ้นกว่าตำรวจมากนัก กวนอู ถือเป็นตัวละครสำคัญในสามก๊ก ซึ่งเป็นเรื่องจีน กวนอูจึงตกอยู่ในกระแสเดียวกันกับพวกกำลังภายใน ซึ่งเป็นเรื่องของจีนเหมือนกัน อีกทั้งกวนอูยังเป็นนักรบหรือทหารอีกด้วย และถ้าจะกล่าวว่า กวนอูเป็นนักเลงโบราณด้วย ก็คงไม่ผิดอะไร ในสามก๊ก กวนอูเป็นคนที่กตัญญูรู้คุณคนและซื่อสัตย์ต่อหลักการเป็นอย่างยิ่ง เมืองไทยเราก็นับถือกวนอู เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ตั้งศาลเจ้าให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา และนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่กวนอูเป็นเจ้าพ่อตามศาลเจ้า แต่ไม่ยักมีศาลเจ้าเล่าปี่ ก็เพราะเมื่อกวนอูตายแล้ว วิญญาณยังพยาบาทเป็นอสุรกายอาฆาตแค้นอาละวาดเอาเรื่องอยู่ ซึ่งจะได้ขยายความต่อไปทีหลัง มีครั้งหนึ่ง ขงเบ้งวางแผนจับตัวโจโฉ และมอบหมายสั่งงานให้เหล่าทหารไปเตรียมการ ให้จูล่งคุมทหารสามพัน ยกข้ามแม่น้ำลัดไปซุ่มอยู่ใกล้ตำบลฮัวหลิม โดยคาดการณ์ไว้ว่าราวสามยาม กองทัพโจโฉจะแตกไปทางตำบลดังกล่าว อีกทั้งให้เตียวหุยคุมทหารอีกสามพันไปซุ่มอยู่อีกทางหนึ่ง หากทัพโจโฉจะหนีไปทางนั้น และสั่งให้บิต๊ก บิฮองคุมเรือรบไปเที่ยวอยู่ตามชายทะเลคอยจับทหารโจโฉที่จะหนีลงมา แล้วให้เล่ากี๋คุมเรือรบไปตั้งอยู่ตำบลฮูเชียง ซึ่งเป็นที่สำคัญ โดยถ้าเห็นโจโฉแตกมาทางนี้ก็ให้ทีจะดักจับโจโฉได้ก็ให้จับไว้ ส่วนกวนอูเห็นขงเบ้งใช้คนอื่น แต่ไม่ใช่ตน ก็น้อยใจที่ตนไม่ได้มีหน้าที่อะไรในแผนสำคัญนี้ เนื่องด้วยกวนอูเป็นคนกล้า ซึ่งความกล้าอยากทำงานนี้ บางคนก็ว่าเป็นความทะเยอทะยานขี้อิจฉาเสียมากกว่าด้วยซ้ำ จึงไม่พอใจที่ขงเบ้ง มิได้กะเกณฑ์ให้ไปทำการแห่งใด จึงว่าแก่ขงเบ้งว่า "ตัวข้าพเจ้านี้มาอยู่กับเล่าปี่ช้านาน ครั้งนี้ท่านแคลงข้าพเจ้าสิ่งใดหรือ จึงไม่ใช้ไปทำการเหมือนคนทั้งปวง" ขงเบ้งตอบว่า "ยังมีที่สำคัญอยู่แห่งหนึ่ง ครั้นจะให้ท่านไปก็มีความสงสัยอยู่" กวนอูจึงถามว่า "ท่านสงสัยด้วยเหตุอันใด" ขงเบ้งจึงว่า "ซึ่งเราแคลงใจท่านนั้นด้วยเหตุว่า แต่ก่อนท่านได้ไปอยู่กับโจโฉ โจโฉก็เอ็นดูทำนุบำรุงท่าน อันน้ำใจท่านมีความสัตย์รู้จักคุณคน เวลาวันนี้โจโฉจะแตกไปทางฮัวหยง ครั้นเราจะให้ไป ท่านจะคิดถึงคุณโจโฉอยู่ จะไม่ฆ่าโจโฉเสีย" กวนอูจึงตอบว่า "อันสติปัญญาของท่านนี้ลึกซึ้งหลักแหลมนัก ซึ่งโจโฉเลี้ยงดูนั้น ข้าพเจ้าก็ได้อาสาฆ่างันเหลียง บุนทิว แทนคุณโจโฉแล้ว แม้จะให้ข้าพเจ้าไปครั้งนี้ ถ้าพบโจโฉแล้ว ข้าพเจ้ามิได้ตัดศีรษะโจโฉมาให้ท่าน ก็ให้ท่านตัดศีรษะข้าพเจ้าแทนเถิด แต่ข้าพเจ้าเกรงอยู่ว่า ถ้าโจโฉจะไม่หนีไปทางฮัวหยงอันเป็นทางลัด ฝ่ายท่านจะว่าประการใดเล่า" ขงเบ้งจึงว่า "แม้ท่านยกไปไม่พบโจโฉทางนั้น ก็ให้เร่งกลับมาเถิด เราจะตัดศีรษะเรานี้ให้แทนโจโฉ" ว่าแล้วขงเบ้งก็สั่งให้กวนอูคุมทหารห้าร้อยไปตั้งสกัดอยู่ทางฮัวหยง หลังจากกวนอูไปแล้ว เล่าปี่จึงว่าแก่ขงเบ้งว่า "ตัวท่านก็รู้น้ำใจกวนอูอยู่ว่า เป็นคนกตัญญูต่อผู้มีคุณ เมื่อท่านใช้กวนอูไปครั้งนี้ ถึงมาตรว่าจะพบโจโฉเข้า กวนอูก็จะไม่ทำอันตราย เพราะคิดถึงคุณเขาอยู่ แลการทั้งปวงซึ่งท่านคิดไว้ก็จะมิเสียไปหรือ" ขงเบ้งจึงตอบว่า "ข้าพเจ้าดูดาวสำหรับมหาอุปราชก็ยังรุ่งเรืองสุกใสอยู่ เพราะชะตาโจโฉยังไม่ขาด ข้าพเจ้าจึงแกล้งให้กวนอูไปทำการครั้งนี้ หวังจะให้แทนคุณโจโฉเสียให้เสร็จกัน สืบไปภายหน้ากวนอูจะได้ทำการกับโจโฉถนัด" ในที่สุด แผนการสกัดจับโจโฉก็สัมฤทธิผลตามที่ขงเบ้งวางไว้ โจโฉถึงทางตัน จะหนีก็ไม่ได้ จะสู้ก็ไม่ได้ เทียหยกจึงแนะนำโจโฉว่า "อันน้ำใจกวนอูเป็นทหารนั้นก็จริง ถ้าเห็นผู้ใดไม่สู้รบแล้วก็มิได้ทำอันตราย ประการหนึ่ง เป็นผู้มีความสัตย์ ทั้งรู้จักคุณคนนักด้วย แล้วท่านก็ได้เลี้ยงดูมีคุณไว้ต่อกวนอูเป็นอันมาก แม้ท่านเข้าไปว่ากล่าวโดยดี เห็นกวนอูจะไม่ทำอันตรายท่าน" โจโฉฟังแล้วก็เห็นชอบตามคำแนะนำของเทียหยก จึงขับม้าไปใกล้ถ่อมตัวลงคำนับแล้วร้องถามว่า "แต่ท่านจากเรามายังมีความสุขอยู่หรือ?" กวนอูได้ฟังดังนั้นก็ยอบตัวลงคำนับแล้วว่า "สุขแลทุกข์ก็เป็นประมาณอยู่ บัดนี้ขงเบ้งให้ข้าพเจ้ามาฆ่ามหาอุปราชเสีย" โจโฉจึงว่า "เราแตกจิวยี่มาครั้งนี้ได้ความลำบากนัก ท่านจงเห็นแก่ความไมตรีของเราซึ่งมีไว้แก่ท่านแต่ก่อน จงเปิดทางให้เราไป" กวนอูจึงตอบว่า "ซึ่งคุณของมหาอุปราชอยู่กับข้าพเจ้านั้นก็จริงอยู่ ครั้งเมื่ออ้วนเสี้ยวยกมารบท่านตำบลแปะแบ๊นั้น ข้าพเจ้าได้อาสาฆ่างันเหลียง บุนทิว แทนคุณท่านแล้ว บัดนี้เป็นการของขงเบ้งใช้ให้มา ซึ่งท่านจะให้ข้าพเจ้าเปิดทางให้ไปนั้น ขงเบ้งจะมิเอาโทษข้าพเจ้าหรือ?" โจโฉตอบไปว่า "ซึ่งท่านแทนคุณเราครั้งหนึ่งก็จริง แลเมื่อท่านหักด่านออกมาถึงห้าตำบล แล้วฆ่านายด่านแลทหารทั้งปวงเสียเป็นอันมาก เราก็มิได้โกรธด้วยคิดถึงคำที่ท่านได้ว่าไว้ เราจึงให้หนังสือไปถึงแฮหัวตุ้นซึ่งอยู่แม่น้ำฮองโหให้ปล่อยท่านไป บัดนี้เราเข้าตาจนเหมือนหนึ่งคนตกน้ำ แล้วก็ไม่ต่อสู้ท่าน ท่านจงเห็นไมตรีเราซึ่งได้อ้อนวอน ท่านจงปล่อยเราให้พ้นภัยเถิด" กวนอูได้ฟังโจโฉว่าดังนั้นก็มีความสงสาร ทั้งคิดถึงคุณซึ่งมีมาแต่หลัง จึงขับม้าพาทหารหลีกทางเสีย จะว่าไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของขงเบ้งทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่โจโฉไม่มีทางรอด รวมทั้งที่กวนอู ยอมปล่อยตัวโจโฉไป ด้วยความยึดมั่นในคุณธรรมความเป็นคนกตัญญูของตน ไม่มีสิ่งใดจะมาขัดขวาง "การทดแทนบุญคุณ" ของกวนอูได้ ทำให้โจโฉรอดตัวไปได้ เมื่อกวนอูคุมทหารกลับถึงหน้าค่าย ขงเบ้งรู้เข้าก็พาเล่าปี่แสร้งทำทีออกไปรับ แล้วว่าแก่กวนอูว่า "ตัวเรารู้ว่าท่านผู้มีน้ำใจช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินไปได้ศีรษะโจโฉซึ่งเป็นศัตรูราชสมบัติมา เราออกมารับท่านด้วยความยินดี" กวนอูได้ฟังก็นิ่งอยู่ ขงเบ้งเห็นกวนอูสะเทินใจก็แกล้งซ้ำว่า "ท่านน้อยใจเราหรือว่าไม่ไปรับถึงกลางทาง" แล้วว่าทหารทั้งปวงว่า "เหตุใดจึงไม่ไปบอกข่าวให้เรารู้ก่อนจะได้ไปรับกวนอู ควรหรือนิ่งเสียได้ แล้วให้กวนอูโกรธจนไม่พูดกับเรา" กวนอูได้ฟังขงเบ้งว่าดังนั้น จึงว่า "ข้าพเจ้าจะมารับโทษ" ขงเบ้งจึงแกล้งถามว่า "ท่านไปไม่พบโจโฉ จะกลับมาเอาศีรษะเราหรือ" กวนอูจึงบอกว่า "ข้าพเจ้าไปนั้นพบโจโฉเหมือนคำท่าน แต่ข้าพเจ้าหามีฝีมือไม่ โจโฉจึงหนีไปได้" ขงเบ้งก็หัวเราะแล้วถามว่า "อันตัวโจโฉหนีไปได้นั้นก็ตามทีเถิด แต่ท่านยังจับทหารมาได้บ้างหรือไม่" กวนอูบอกว่า "ถึงทหารโจโฉนั้น ข้าพเจ้าก็จับไม่ได้" ขงเบ้งทำเป็นโกรธแล้วว่า "ตัวท่านไปพบโจโฉแล้ว หากคิดถึงคุณเขาอยู่ จึงมิได้เอาศีรษะมานั้นโทษท่านใหญ่หลวงนัก ซึ่งสัญญาไว้แก่เรานั้นลืมเสียแล้วหรือ?" กวนอูจึงตอบว่า "ซึ่งข้าพเจ้าสัญญาไว้ว่า ถ้าพบโจโฉแล้วมิได้เอาศีรษะมานั้นก็จะให้ศีรษะข้าพเจ้าแทนตามสัญญา" แล้วกวนอูก็ชักกระบี่ออกจะตัดศีรษะให้ขงเบ้ง ขงเบ้งเห็นกวนอูชักกระบี่จะตัดศีรษะให้ฟังดังนั้นก็เข้ายุดมือไว้แล้วห้ามว่า "ซึ่งเราใช้ท่านไปทั้งนี้ ปรารถนาจะให้ท่านแทนบุญคุณโจโฉดอก มิได้คิดว่าจะเอาโทษท่าน ซึ่งท่านจะให้ศีรษะเราตามสัญญานั้นก็ขอบใจที่มิได้เสียความสัตย์ สมเป็นชาติทหาร แล้วไปเถิด" คนที่อ่านสามก๊กตอนนี้ คงจะรู้สึกกันไปต่างๆ นานา คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เสียดายที่โจโฉรอดไปได้ เพราะหลังจากนั้น ขงเบ้งก็ไม่มีโอกาสจับตัวโจโฉได้เหมือนครั้งนี้อีกเลย ถ้ากำจัดโจโฉไปได้แล้ว ก๊กเล่าปี่ก็ย่อมจะได้เปรียบและสามารถสถาปนาอำนาจการปกครองแผ่นดินจีนได้อย่างแน่นอน แต่แม้ว่าจะเสียดายโอกาสดังกล่าว แต่หลายคนก็คงอดชื่นชมความเป็นคนยึดมั่นในหลักการคุณธรรมกตัญญูของกวนอูไม่ได้ ขนาดยอมปล่อยศัตรูของนายให้รอดไป ด้วยเหตุผลที่ศัตรูของนายคนนี้เคยช่วยชีวิตตนไว้ คนที่ชื่นชมกวนอูคงคิดว่า ถ้าตนได้ช่วยเหลือคนแบบกวนอูไว้ ย่อมจะเป็นการดีแน่ เพราะสักวันหนึ่ง เมื่อร้องขอความช่วยเหลือ คนแบบนี้ย่อมจะต้องทดแทนกลับคืน ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม คนอ่านที่คิดแบบนี้ คงไม่ได้จินตนาการตัวเองเป็นเล่าปี่กระมัง?! พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ได้มองกวนอูในฐานะของคนที่เป็นผู้นำ หรือผู้ปกครองที่ลูกน้องของตน ปล่อยให้ศัตรูสำคัญทางการเมืองลอยนวลไปเสียฉิบ กวนอูสนใจแต่จะรักษาคุณธรรมสำหรับตัวเองในฐานะที่เป็นปัจเจก โดยไม่คิดถึงคุณธรรมสำหรับหมู่คณะ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ คุณธรรมในทางการเมือง ในฐานะที่ตนเป็นส่วนหนึ่งของพวกของตนหรือของนายของตน หรือถ้าพูดให้ถึงที่สุดก็คือ ต่อให้ชาติมีวิกฤตแค่ไหนเพียงไร คนแบบกวนอูก็ยังจะคิดถึงแต่การรักษาคุณธรรมส่วนตัวของตนอยู่ดี ไม่ยอมที่จะเสียสัตย์อกตัญญูเพื่อชาติหรือพวกพ้องอย่างแน่นอน คนอย่างกวนอูอาจจะขายชาติได้โดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่รักษาคุณธรรมกตัญญูของตนไว้ ภูมิปัญญาโบราณเปรียบเสมือนยักษ์ใหญ่ที่คนสมัยใหม่ตัวเล็กๆ อย่างเราพึงเรียนรู้ อุทาหรณ์จากสามก๊กตอน "กวนอูปล่อยโจโฉ" นี้จะเกี่ยวข้องอย่างใดกับวิกฤตการเมืองไทยขณะนี้หรือไม่ อย่างไร ก็คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ถ้าใครจะด่วนคิดไปถึงเรื่องนายทหารคนสนิทลูกป๋าคนหนึ่งที่แม้ไม่ได้ปล่อยศัตรูไป แต่ก็อุตส่าห์เป็นธุระพาญาติโยมศัตรูไปบ้านสี่เสาฯ เมื่อไม่นานมานี้ ก็ถือว่าเป็นสิทธิที่จะคิดและตีความของตัวเองไป! หน้า 41 คนดีอย่างกวนอู (จบ) คนแคระบนบ่ายักษ์ แพทย์ พิจิตร มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 27 ฉบับที่ 1374 เหตุที่มีการตั้งศาลเจ้าเจ้าพ่อกวนอูไว้เคารพกราบไหว้บูชา ไม่ได้เป็นเพราะกวนอู มีคุณธรรมความซื่อสัตย์กตัญญู รู้คุณคนเป็นสำคัญ เพราะตัวละครอีกหลายตัวในสามก๊ก ที่มีคุณสมบัติด้านคุณธรรมที่โดดเด่นไม่น้อย แต่ก็ไม่ยักจะมีการตั้งศาลเจ้าไว้กราบไหว้บูชาเหมือนในกรณีของกวนอู ยิ่งในคนไทยเรา เป็นพวกจอมตั้งศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่กันอยู่แล้ว แต่เจ้าพ่อกวนอูดูจะเป็นที่ติดอันดับยอดนิยมมากกว่าเพื่อนๆ ตัวละครในสามก๊กด้วยกัน ผู้เขียนจำได้ว่า หลายปีมาแล้ว ไปแวะทานผัดไทยท่ายาง เมืองเพชร ยังไม่มีศาลเจ้ากวนอู แต่เผลอหน่อยเดียว เดี๋ยวนี้ใครแวะไปทานผัดไทยท่ายางก็มีศาลเจ้าพ่อกวนอูให้บูชาไปพร้อมๆ กัน เพราะศาลเจ้าพ่อกวนอู (สาขาท่ายาง เพชรบุรี) ตั้งอยู่ติดกับร้านผัดไทยเจ้าอร่อยนั่นเอง ที่เรียกว่า "สาขาท่ายาง" ก็เพราะว่า ยังมีศาลเจ้าพ่อกวนอูอีกหลายแห่งในประเทศไทย และนับวันดูเหมือนจะขยายสาขามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสังคมเราขาดแคลนคนซื่อสัตย์- กตัญญูรู้คุณคนอย่างท่านกวนอูหรืออย่างไร จึงต้องตั้งศาลให้ผู้คนได้เกรงกลัว จะได้ไม่ทำตัวเป็นคน "ลืมคำ-ลืมคน-ลืมคุณ" หรือตั้งศาลเจ้าพ่อกวนอูขึ้นมาเพื่อบนบานสานกล่าวให้เจ้าพ่อหักคอคนที่อกตัญญูไม่ซื่อสัตย์ เพราะอย่างที่กล่าวไปตอนที่แล้วว่า ลูกผู้ชายชายชาติทหารอย่างกวนอู ซื่อสัตย์กตัญญูต่อคนที่เคยช่วยเหลือเขาไว้ อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ จะมาทำให้เขาต้องยอมได้ชื่อว่า เป็นคนลืมคุณคน ถึงขนาดยอมปล่อยโจโฉไป เพียงพอโจโฉเคยช่วยชีวิตตนครั้งหนึ่ง กวนอูสนใจแต่จะรักษาคุณธรรมสำหรับตัวเอง ในฐานะที่เป็นปัจเจก โดยไม่คิดถึงคุณธรรมสำหรับหมู่คณะ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ คุณธรรมในทางการเมืองนั่นเอง เมื่อต้องเลือกระหว่างการต้องเสียคนเพื่อรักษาคุณธรรม ในในฐานะที่ตนเป็นส่วนหนึ่งของพวกของตน หรือของนายของตน กับการธำรงรักษาคุณธรรมแบบตัวกูของกูแล้ว กวนอูเลือกอย่างหลังมากกว่า หรือถ้าพูดให้ถึงที่สุดก็คือ ต่อให้ชาติมีวิกฤตแค่ไหนเพียงไร คนแบบกวนอูก็ยังจะคิดถึงแต่การรักษาคุณธรรมส่วนตัวของตนอยู่ดี ไม่ยอมที่จะเสียสัตย์อกตัญญูเพื่อชาติ หรือพวกพ้องอย่างแน่นอน คนอย่างกวนอูอาจจะขายชาติได้โดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่รักษาคุณธรรมกตัญญูของตนไว้ แม้กระทั่งเมื่อกวนอูถูกซุนกวนตัดศีรษะตายเป็นผีไปแล้ว วิญญาณของกวนอู ก็ยังแผลงฤทธิ์ในลักษณะที่เป็นตัวกูของกูต่อไปอีก แสดงถึงความเป็นคนที่มีไฟพยาบาทอย่างรุนแรง และการเป็นปีศาจออกอาละวาด ก็หาใช่เพื่อเล่าปี่ หรือเพื่อชาติแต่อย่างใด ในหนังสือสามก๊กเล่าไว้ว่า หลังจากถูกตัดหัวแล้ว ผีกวนอูก็ได้กลายเป็นอสุรกาย อยู่ในภูเขาจวนหยกสัน ยังติดอยู่กับความแค้นความยึดมั่นถือมั่น เมื่อมีหลวงจีนชื่อเภาเจ๋งมาปลูกกุฏิบนเขา ก็ไปร้องแรกแหกกระเชอว่า ให้เอาศีรษะของตนมาคืน และยังขอให้หลวงจีนเภาเจ๋ง สวดมนต์ภาวนาแผ่กุศลส่วนบุญให้ตนอีกด้วย พูดง่ายๆ ว่า ตายเป็นผีแล้วยังเที่ยวเรียกร้องจะเอาศีรษะเอาส่วนบุญ หลวงจีนเภาเจ๋งก็ตอบผีกวนอูกลับไปว่า มันเป็นเรื่องกงกำกงเกวียน ท่านไปฆ่าเขา เขาก็มาฆ่าตัว คนอื่นที่ท่านฆ่าตายไปมากมาย ก็ไม่เห็นจะมีใครเขามาทวงศีรษะอย่างท่านเลย อย่างไรก็ตาม ในฐานะพระที่ดี หลวงจีนเภาเจ๋งก็สวดมนตร์แผ่ส่วนบุญให้ฟรี ไม่คิดสตางค์ อสุรกายกวนอูก็รับส่วนบุญ แล้วก็ลาไปอยู่บนยอดเขาจวนหยกสันนั่น หลวงจีนเภาเจ๋งได้นำเรื่องที่ตนพบอสุรกายกวนอูมาเล่าให้คนทั้งปวงฟัง ผู้คนก็เกิดนับถือผสมกลัวความเฮี้ยนแลขลังของปีศาจกวนอูที่ตายไปแล้ว วิญญาณยังอุตส่าห์สิงอยู่บนภูเขา และเที่ยวหลอกหลอนขอส่วนบุญได้ ชาวบ้านจึงปลูกศาลให้อสุรกายกวนอูอยู่บนยอดเขาดังกล่าว ก็กลายเป็นที่เทพารักษ์ศักดิ์สิทธิ์แต่นั้นมา จากความเฮี้ยนแลขลังของอสุรกายกวนอู และการมีเรื่องเล่าว่า มีการตั้งศาลกวนอูนี่เอง ที่น่าจะเป็นต้นกำเนิด การสร้างศาลเจ้ากวนอูในที่ต่างๆ ต่อมา โดยเฉพาะสาขาต่างๆ ที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นทางเมืองชล หรือแถวท่ายาง เมืองเพชร และที่อื่นๆ ความแรงของปีศาจกวนอูยังไม่หมดแค่นั้น ต่อมา ปีศาจกวนอูยังตามไปหลอกหลอนซุนกวนอีก เพราะซุนกวนเป็นคนสั่งตัดหัวกวนอู หนังสือสามก๊กเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า "อสุรกายกวนอ ูมีความพยาบาทนัก" ตามไปหักคอลิบอง ผู้เป็นที่ปรึกษาการรบให้กับซุนกวน ถึงขนาดเข้าสิงตัวลิบอง และตวาดใส่ซุนกวนว่า "...บัดนี้กูแพ้ในกลศึกของมึง กูถึงแก่ความตาย กูเป็นคนไม่ได้กินเนื้อมึง กูตายแล้วจะหักคอมึงไปให้จงได้ มึงไม่รู้จักกูหรือ กูชื่อว่ากวนอู" ฟังๆ ดูแล้ว ผีกวนอูนี่อาฆาตพยาบาทแรงนัก แปลว่า ตอนเป็นคน ก็คงเป็นคนประเภท "ข้ามีแต่ตัวข้า" ถึงได้ปล่อยตัวโจโฉไปเพื่อให้ได้ชื่อว่า รู้จักบุญคุณคน เพราะโจโฉเคยช่วยตนไว้ครั้งหนึ่ง คนแบบนี้มีไว้ก็ไม่ใช่เรื่องดี ด้วยเหตุว่าเป็นคนเก่งมีความสามารถ ทำอะไรก็ย่อมต้องมีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน การเป็นคนประเภทยึดมั่นในคุณธรรมปัจเจกส่วนตัว โดยไม่สนใจว่ามันจะก่อให้เกิดผลร้ายต่อส่วนรวม และประเทศชาติ น่าจะถูกประณามก่นด่าเสียมากกว่ายกย่องชื่นชม แต่ก็นั่นแหละ คนชมก็คือคนที่หวังจะได้รับประโยชน์จากคนประเภทนี้ คนชมก็คือคนอย่างโจโฉ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้ชื่นชมจริงจังอะไรนัก สักแต่เพียงขอให้ตนได้รับประโยชน์ก็เพียงพอ และคนอย่างโจโฉเอง ก็คงไม่มีวันที่จะเถรตรงซื่อสัตย์ต่อคนทุกคนทุกสถานการณ์เฉกเช่นกวนอู ยิ่งโจโฉยุคดิจิตอลแล้ว หลังจากเอาเงินเอาทองลาภยศมหาศาล ทุ่มเลี้ยงผู้คนไว้อย่างขนหน้าแข้งไม่ร่วง เพราะที่ให้ไปเป็นเพียงเศษเงิน แต่คนบางคนที่เป็นข้าราชการไม่ได้ร่ำรวยนัก พื้นเพก็ไม่ได้มั่งคั่งอะไร บางคนจากทหารชั้นผู้น้อยประทวนไต่เต้ามาถึงนายพลเอกได้ ก็ถือว่าบุญชีวิตตายแล้ว แถมยังเป็นถึงปลัดแห่งเสนาบดีใหญ่โตอีกด้วย แต่ก็ดันไปติดกับบุญคุณที่เคยได้รับการช่วยเหลือจาก "โจโฉดิจิตอล" ช่วยถึงขั้นส่งลูกไปเรียนเมืองนอก มีงานให้ทำ อย่างนี้ไม่ทดแทนบุญคุณไม่ได้แล้ว คงไม่ใช่ลูกผู้ชายแบบกวนอู...แน่ๆ แม้ในช่วงเวลาวิกฤตชาติหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ยังอุตส่าห์ดันทุรังทดแทนพระคุณ ลงทุนเป็นคนเดินสาย พาคนของศัตรู ไปเจรจาต่อรองกับนายด้วยตัวเอง คนอย่างกวนอูนี้เป็นตัวอย่างอันดีให้เราต้องขบคิดถึงปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างการยึดมั่นในคุณธรรมส่วนตัว แบบคนธรรมดาทั่วไป กับการมีคุณธรรมทางการเมือง ที่ย่อมเหนือกว่าคุณธรรมส่วนตัวแบบธรรมดาๆ คนอย่างกวนอูอาจเป็นใหญ่ได้ เพราะเป็นคนมีฝีมือ (ถ้าเป็นสมัยนี้ ก็คงต้องเรียนเก่ง) แต่เมื่อเป็นใหญ่แล้ว มักจะทำความฉิบหายให้กับพวกพ้องได้ เพราะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วยังแถมคิดว่าตนทำดีด้วยเสียอีก เป็นคนดื้อไม่ฟังใคร และลึกๆ แล้วก็คิดว่า ตนน่าจะได้อะไรมากกว่านี้ เป็นถึงปลัดแห่งเสนาบดี ก็ยังคิดอยากจะเป็นเสนาบดีเสียเอง กลับมาที่เรื่องปีศาจกวนอูดีกว่า นอกจากจะไปเล่นงานลิบองแล้ว เมื่อทหารซุนกวนเอาศีรษะกวนอูไปถวายให้โจโฉ (โจโฉจริงๆ ไม่ใช่โจโฉดิจิตอล) โจโฉเห็นศีรษะกวนอ ูก็หัวเราะเยาะเย้ย (ซึ่งแสดงว่า โจโฉไม่ได้ชื่นชมอะไรกับกวนอูมากนัก) ผีกวนอูก็แสดงฤทธิ์เดช ทำให้ศีรษะนั้นอ้าปากตาเหลือกกลอกไปมา อีกทั้งยังไปสำแดงเดชช่วยลูกชายของตน คือกวนหินรบกับศัตรู โดยปรากฏให้เห็นยืนถือง้าวมาขวางไว้ ศัตรูเห็นเข้าก็ตกใจล้มลง เสียทีถูกฟันตาย กวนหินผู้ลูกก็ใช้ง้าวของกวนอูผู้พ่อ ผ่าอกเชือดเอาตับหัวใจของศัตรูไปเซ่นไหว้ปีศาจบิดาของตน คงหวังกันอย่างนี้กระมัง คนไทยจึงนิยมกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อกวนอู เพื่อให้ช่วยกำจัดศัตรู อีกทั้งยังเป็นประจักษ์พยาน ให้คนที่เคยเป็นหนี้บุญคุณเรา ไม่ตระบัดสัตย์ ถ้าหากให้มาสาบานกันไว้ที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู การที่เมืองไทยมีศาลเจ้าพ่อกวนอู และศาลเจ้าอื่นๆ ก็ให้น่าคิดว่า คนประเภทไหน และทำธุรกิจอะไรที่ใช้บริการมากที่สุด คนอย่างกวนอูในเมืองไทยมีไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือคนที่ได้สำแดงพฤติกรรมทดแทนพระคุณโจโฉดิจิตอลไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ คนอย่างกวนอูนี้จะเป็นต้นเหตุให้เกิดความฉิบหายอะไรต่อมาได้อีก ก็ขอให้จับตาดูกันให้ดี โบราณเล่าไว้สอนไว้ ควรนำมาพิจารณาไตร่ตรอง เพราะคนสมัยใหม่เปรียบได้เพียง "คนแคระบนบ่ายักษ์"! หน้า 41
|