หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
นโยบายของรัฐต่อร้านโชห่วย กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศไทย

บทความ  โดย สมชาติ โคเมท  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3851 (3051)

ในบรรดาตึกแถวหนึ่งถึงสองห้องด้วยกัน ร้านโชห่วยดึงคนมาที่ร้านมากกว่าตึกแถวอื่นๆ ทั้งคนที่มาซื้อสินค้า และผู้มาส่งสินค้า ทำให้การจราจรติดขัด แต่นอกจากขายสินค้าแล้ว ร้านโชห่วยยังทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่นโยบายของรัฐต่อร้านโชห่วย อาจไม่ได้คำนึงถึง นโยบายของรัฐต่อร้านโชห่วย จึงจะมีผลต่อการกำหนดรูปร่างหน้าตาของเมืองกรุงเทพฯ ในอนาคต และกำหนดว่าจะแก้ไขปัญหาการจราจรได้หรือไม่ ขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขัน จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐมีต่อร้านโชห่วยที่กำลังเรียกร้องความช่วยเหลือในขณะนี้

ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ร้านโชห่วยในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมเหมือนในอดีต เพราะมีโมเดิร์นเทรด มาเป็นคู่แข่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เวลาเข้าไปในร้านโชห่วย แล้วบางทีก็รู้สึกรำคาญที่ต้องมาถามราคาสินค้าแต่ละชิ้น ถามหลายๆ ชิ้นก็เสียเวลาตั้งนาน ถามแล้วไม่ซื้อ คนขายก็หน้าบึ้งอีก ราคาก็แพงกว่าโมเดิร์นเทรดแต่ยังถูกกว่าร้าน 7-11 แอร์ก็ไม่มี สรุปแล้วผู้เขียนก็ไม่ค่อยได้อุดหนุนร้านโชห่วย แต่คงเป็นเพราะร้านโชห่วยใกล้บ้าน หาที่จอดรถแถวนั้นยาก แล้วถ้าไม่มีปัญหาที่จอดรถล่ะ ผมเห็นคนลงจากรถเมล์ก็เดินเข้าร้าน 7-11 บ่อยทีเดียว

โชห่วยต้องอยู่คู่สังคมไทย

แล้วร้านโชห่วยมีดี มีประโยชน์อย่างไร เราถึงควรสนับสนุน ? ผู้เขียนคิดว่ามีหลายเหตุผลทีเดียว ประการแรก ร้านโชห่วยให้แสงสว่าง และเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนมาที่ร้านเวลาคนไปซื้อของ และผลักดันคนกระจายออกจากร้าน เมื่อซื้อสินค้าเสร็จ ร้านโชห่วยทำให้มีคนมาเดินรอบๆ ร้าน ทำให้บริเวณนั้นไม่เปลี่ยว คนที่เดินไปซื้อของที่ร้านโชห่วยและเดินกลับ ทำหน้าที่เป็นยามกลายๆ ถึงจะเดินคนละเที่ยวแต่ก็มีจำนวนมาก เดินขวักไขว่ น่าจะมากกว่าสายตรวจของตำรวจ หรือยามที่นานๆ กว่าจะกลับมาที่เก่าทีหนึ่ง ถ้าร้านโชห่วยปิดไป บริเวณนั้นจะมืด เกิดความไม่ปลอดภัย กับคนเดินกลับบ้านหลังเลิกงาน เกิดการปล้นจี้และข่มขืน สรุปแล้วรัฐไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า และคดีอาชญากรรมวิ่งราวข่มขืน น่าจะลดลงได้ระดับหนึ่ง

ประการที่สอง ร้านโชห่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทย เมืองที่มีร้านโชห่วยมากๆ น่าจะเป็นที่ชื่นชอบ ของนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ทำให้ดูแตกต่างจากประเทศของเขา นักท่องเที่ยวฝรั่งชอบเที่ยวเอเชีย ส่วนหนึ่งเพราะเป็นเมืองไม่หลับ มืดแล้วไม่น่ากลัว มืดแล้วมีอะไรทำ อาจารย์ชาวฝรั่งของผู้เขียนคนหนึ่งมาเมืองไทยบ่อยทีเดียว ที่แห่งหนึ่งที่เขาชอบมากในประเทศไทยก็คือ บ้านแถวเรือนไม้เก่าๆ ใกล้ๆ ปากน้ำระยอง คงสร้างมาอย่างน้อย 60-70 ปีขึ้นไป เขาไม่ได้อยากดูบ้านเรือนสมัยใหม่ที่ดูแล้วเหมือนของเขา

ประการที่สาม ขณะนี้ประเทศมาถึงทางแพร่ง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตัดสินใจ ว่าเราอยากจะให้เมืองแบบไหน แก่ลูกหลานของเรา เราจะเลือกเมืองแบบไทยๆ (และแบบเอเชีย) ที่กลางคืนยังขวักไขว่ คึกคัก หรือเมืองแบบฝรั่งที่กลางเมืองร้านโชห่วย หายสาบสูญไปหมด ที่กลางคืนไม่มีใครกล้าเดิน เพราะใจกลางเมือง มีแต่สำนักงานที่ปิดประตู และคนทำงานกลับบ้านกันไปหมด

ประการที่สี่ ร้านโชห่วยเป็นที่เพาะนักธุรกิจในอนาคต การริเริ่มเปิดร้านโชห่วยใช้ทุนไม่มากนัก ใช้ทุนน้อยกว่าธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ต้องมีความรู้จำเพาะเจาะจง ไม่ต้องเรียนมาถึงจะเปิดร้านโชห่วยได้ ใครๆ มีทุนเล็กน้อยก็เปิดร้านโชห่วยได้ มีทุนน้อยมากๆ ก็หาที่วางแผงขายของตามฟุตบาท มีทุนมากหรือมีทุนมากขึ้นก็แผงใหญ่หน่อย มีมากกว่านั้นก็เช่าร้าน นานๆ เข้าก็ซื้อห้องแถวซะเอง การเปิดร้านโชห่วยจึงเหมาะมากสำหรับเด็กๆ หรือคนมีทุนน้อย/ประสบการณ์น้อยหัดค้าขาย เปิดร้านไป ค่อยๆ เรียนรู้ไป ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เขียนถึงตรงนี้ต้องขอบคุณสรรพากรที่ไม่เข้มงวดเรื่องภาษีกับร้านเล็กๆ ถ้าต้องรอศึกษาจนรู้แจ้งเรื่องภาษีค่อยมาเปิดร้านโชห่วย คนจะเปิดร้านโชห่วยคงแก่หงำเหงือก หมดไฟไปก่อน และเราคงมีร้านโชห่วยน้อยกว่าในปัจจุบันนี้เยอะ ถ้าไม่มีร้านโชห่วยให้เริ่มหัด คนที่จะมาเปิดร้านโชห่วย ก็จะต้องไปเป็นลูกจ้าง หรือพนักงานบริษัท ประเทศไทยจะมีพ่อค้าในอนาคตน้อยลง และรัฐบาลจะต้องเสียงบประมาณ มาสอนคนค้าขายเป็นอีกเยอะมาก รัฐมนตรีพาณิชย์ก็มีงานทำเพิ่มไปอีกนาน

ร้านโชห่วยทำให้เกิดปัญหาการจราจร

ร้านโชห่วยส่วนมากเป็นตึกแถวริมถนน ลูกค้าที่ขับรถมาซื้อของมาจอดรถหน้าร้าน ทำให้ถนนแคบลง รถจอดหน้าร้านคันเดียว ถนนอีกห้าสิบเมตรสองข้างของรถคันนั้น รถคันอื่นวิ่งเข้าไปไม่ได้ (เพราะต้องค่อยๆ หักเข้าหักออก แต่ใช้จอดรถได้อีกหลายคัน) ถ้ามีรถจอดทุกหนึ่งร้อยเมตร เลนซ้ายสุดทั้งสายเข้าไปวิ่งไม่ได้เลย เลนซ้ายสุดจึงเป็นที่จอดรถที่สุดจะแพง เป็นเลนจอดรถที่มีมาตรฐานสูงมาก ขณะนี้ร้านโชห่วยต้องมีการปรับตัว มีการต้องเลิกกิจการ นโยบายช่วยเหลือร้านโชห่วย จึงน่าทำควบคู่กับนโยบายแก้ไขปัญหาการจราจร ปัญหาการจราจรติดขัดในประเทศไทยแก้ไขได้ แต่การแก้ไขคงต้องใช้เวลาอีกห้าสิบถึงหนึ่งร้อยปีหลังจากวางนโยบายไปแล้ว เมื่ออาคารที่ก่อปัญหาในปัจจุบันหมดอายุ

หน่วยงานของรัฐเองเป็นคนสร้างปัญหาจราจร

แต่ที่เห็นชัดๆ ในตอนนี้เลย หน่วยงานของรัฐเองเป็นคนสร้างปัญหาการจราจรติดขัด โดยการไม่บังคับให้ตึกแถว ต้องมีที่จอดรถสำหรับลูกค้า และการไม่เข้มงวดในการจอดบนผิวการจราจร มีที่ดินสองแปลงติดกัน สร้างตึกแถวด้วยกันทั้งคู่ แปลงที่หนึ่งสร้างที่จอดรถไว้ข้างหน้า อีกแปลงหนึ่งไม่สร้าง แปลงที่หนึ่งเสียที่ดินทำที่จอดรถไปหกเมตร วาละห้าหมื่นบาท ต้องขายแพงกว่าอีกแปลงที่ไม่สร้างที่จอดรถสามแสนบาท ทายซิว่าใครขายหมดก่อน ถ้าขายได้แค่ครึ่งเดียวของตึกแถวทั้งหมดที่สร้าง ใครจะเป็นคนที่ถูกแบงก์ยึด เพราะกู้เงินมาสร้างตึกแถวแล้วขายไม่ออก ตราบใดที่ยังมีการอะลุ้มอล่วยจอดรถริมถนนได้ จะมีคนสร้างตึกแถวคนไหนปัญญาอ่อนสร้างที่จอดรถสำหรับลูกค้าควบไปด้วย ตึกแถวสร้างขึ้นมาแล้วใช้งานไปได้อีกห้าสิบปี ปัญหาการจราจรติดขัดก็เกิดขึ้นไปอีกห้าสิบปี เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนดูรายการในทีวีเนชั่นแชนเนลช่อง 7 เรื่องรถจอดริมถนนซอยหน้าคอนโดฯราคาถูกแห่งหนี่ง ดึกหน่อยจอดทั้งสองข้าง รถสวนกันไม่ได้ จะโทษใครดี คนสร้าง ? คนซื้อ ? เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เขต กทม.ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา ? ถ้าที่ดินแปลงข้างๆ จะสร้างคอนโดฯบ้าง โดยมีที่จอดรถเพียงพอ จะมีคนซื้อไหม ? คนที่มาทีหลังจะมาซื้อคอนโดฯต่อ จะเลือกซื้อคอนโดฯไหน ?

ปัญหาการจราจรติดขัดในประเทศไทยแก้ไขได้บางส่วนโดยใช้หลักการ "ใครทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด คนนั้นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไข" ในขณะนี้ดูคล้ายๆ กับว่าปัญหาการจราจรติดขัดที่มีผู้ทำให้เกิดขึ้นใหม่ จะมากกว่าปัญหาการจราจรติดขัดที่เพิ่งแก้ไขไป แก้เท่าไรจึงไม่ดีขึ้นสักที แต่ในตอนนี้เราควรช่วยเหลือร้านโชห่วยให้อยู่รอด แต่อยู่รอดในทีที่เราอยากให้เขาอยู่ กรุงเทพฯจำเป็นต้องมีถนนสำหรับคนไปไกล เพราะคนกรุงเทพฯส่วนมากเดินทางระยะไกลกว่าจะถึง

หน้า 45