หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ร่างหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง การประยุกต์ใช้ที่แท้จริง

ศ.ชีวิตา ครูบ้านนอก  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2549

กระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "สร้างคน สร้างสังคม สู่ความพอเพียง" ประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การเรียนการสอน ไปในระหว่างวันที่ 17-20 ตุลาคม 2549 ณ วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี การสัมมนาในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ครู ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการศึกษา ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีความรู้ ความสามารถในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน ได้มาร่วมกันระดมความคิดเห็นยกร่างตัวอย่างการบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง สู่การเรียนการสอน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งระดับอาชีวศึกษาและการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง แจ้งว่า หลังการสัมมนานี้คณะทำงานจะร่วมกันประมวลและสรุปผล เพื่อจัดทำเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และกศน. ให้โรงเรียนต่างๆ ทั้งที่เป็นโรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนอาสาสมัคร และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่สนใจนำไปทดลองใช้ก่อน เพื่อให้ได้รับทราบผลว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงค่อยมาพิจารณา แก้ไข ปรับปรุงกันอีกครั้ง

ก่อนที่จะลงมติร่วมกันผลิตออกมาเป็นหน่วยการเรียนรู้การบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงชั้นต่างๆ นำไปใช้ภายในปี 2550 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 80 พรรษา ในเดือนธันวาคม

ขั้นตอนการจัดทำหลักสูตรบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ได้ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (อันประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ภายใต้เงื่อนไขของการใช้คุณธรรมนำความรู้) และอาศัยหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตร ดังจะเห็นได้ว่า กิจกรรมนี้มีลักษณะดังต่อไปนี้

- ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เนื่องจากกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากกิจกรรมการพัฒนาวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนในหรือนอกระบบที่ สศช. ได้ริเริ่มขึ้น โดยคัดเลือกโรงเรียนเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง ในภูมิภาคต่างๆ ขึ้น จากเกณฑ์ คือ คัดเลือกจากโรงเรียนทั่วประเทศว่ามีกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตร ที่สอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือมีกิจกรรมที่สนับสนุนให้เด็กได้พัฒนาตนเอง ทั้งในคุณธรรมและความรู้มากน้อยแค่ไหน

- เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม ที่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่และครูที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องนำหลักสูตรนี้ไปใช้ ในการปฏิบัติจริง ได้ร่วมกันระดมสติปัญญาและประสบการณ์ แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการวางแผน ร่างเนื้อหาการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าไปสอดแทรกเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกันยกร่างตัวอย่างการบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงออกมา ให้โรงเรียนอาสาสมัคร และเครือข่ายที่สนใจนำไปทดลองใช้ เพื่อฟังเสียงประชาพิจารณ์ไว้เป็นข้อมูลประกอบการปรับแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป

- ดำเนินการโดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน ดังจะเห็นได้ว่า หลังจากการสัมมนาจะมีการทดลองนำร่างหลักสูตรดังกล่าว ไปใช้ในโรงเรียนนำร่องที่สนใจเข้ามาเป็นอาสาสมัครก่อนขยายผลไปใช้ในโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ จะปลูกฝังปรัชญาเข้าไปไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อแสดงให้เด็กเห็นว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ เป็นแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เด็กสามารถเรียนรู้ปรัชญานี้ได้ผ่านกิจกรรมและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและสังคมรอบๆ ตัว เพื่อเป็นฐานสำหรับการมีความคิดแบบเป็นองค์รวม ให้เด็กได้ตระหนักถึงความเกี่ยวพันกัน ระหว่างตัวเด็ก และสิ่งแวดล้อมในสังคมที่เด็กเป็นสมาชิกอยู่ นับเป็นรากฐานที่สำคัญของการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจในแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

- พัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ตามสภาพศักยภาพของผู้เรียน โดยสอดแทรกเนื้อหาการเรียนการสอน เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกิจกรรมทั้งใน และนอกห้องเรียน ตามระดับความรู้ ความสามารถของเด็กในแต่ละช่วงชั้น เช่น ช่วงชั้นที่ 1 (ป. 1-ป.3) เน้นปลูกฝังแนวคิดปรัชญาให้เด็กรู้จักพึ่งตนเอง และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) ขยายความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัวและโรงเรียน ช่วงชั้น 3-4 (ม.1-ม.6) ขยายความรับผิดชอบไปยังชุมชนใกล้ตัว ซึ่งนับเป็นการสร้างความแปลกใหม่ ให้กับแวดวงการศึกษาให้เด็กได้เรียนรู้จากชีวิตและการปฏิบัติจริง

จากที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า กิจกรรมการยกร่างหลักสูตรนี้ จึงเป็นการทำงานที่อาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางปรัชญา และยึดหลักการทำงานตามแนวพระราชดำริ "เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา" แก่เด็ก เยาวชน ครู และผู้ปกครอง รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในสถานศึกษาให้มีโอกาสได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติไปพร้อมๆ กันอย่างแท้จริง

และที่ไม่น่าเป็นห่วงคือ การสัมมนาครั้งนี้มีกุนซือใหญ่ จาก สศช. หน่วยงานเจ้าภาพหลักในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เข้าร่วมอยู่ในคณะอนุกรรมการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ จึงรับรองได้ว่า การยกร่างหลักสูตรดังกล่าว ดำเนินไปได้อย่างถูกทางแน่นอน

การริ่เริ่มยกร่างหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ จึงนับเป็นการกระทำที่สร้างสรรค์ และเกิดคุณูปการต่อสังคม เป็นการทำหน้าที่ในฐานะพสกนิกรชาวไทย เพื่อตอบสนองพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้