|
||||||||||||||
|
จีนเล็งปรับวิธีบริหารทุนสำรอง
มติชนรายวัน วันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10496 นักวิชาการแนะออกพันธบัตรก้อนใหญ่ ตลาดเก็งเทขายดอลลาร์-หยวนแข็งอีก นักวิชาการจีนแนะ รบ.ปฏิรูปการบริหารจัดการกับเงินทุนสำรองที่ล้นทะลัก ควรให้กระทรวงการคลัง มีส่วนบริหารทุนสำรอง ด้วยการออกพันธบัตร 2-4 แสนล้านหยวน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า จีนจะเทขายดอลลาร์ออกมา ทำให้ค่าดอลลาร์ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ค่าหยวนทำสถิติแข็งค่าสูงสุดอีกครั้ง รับการเปิดเจรจาทวิภาคีจีน-มะกัน 14-15 ธ.ค. เอพีรายงานเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ว่า เงินหยวนแข็งค่าขึ้นทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยอัตราแลกเปลี่ยน ที่กำหนดโดยธนาคารกลางของจีน เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้อยู่ที่ 7.8240 หยวนต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทั้งนี้รัฐบาลจีนควบคุมการซื้อขายหยวนอย่างเข้มงวด ห้ามไม่ให้ค่าเงินเปลี่ยนแปลงเกิน 0.3% ต่อวันเมื่อเทียบกับอัตราที่ธนาคารกลางกำหนด การแข็งค่าขึ้นของหยวนเกิดขึ้นในห้วงที่จีนและสหรัฐอเมริกากำลังจะเจรจาทวิภาคีด้านเศรษฐกิจระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม ที่กรุงปักกิ่ง โดยคาดว่ารัฐมนตรีคลังของสหรัฐและคณะจะกดดันให้จีนผ่อนคลายการควบคุมค่าเงินหยวน ด้านเอเอฟพีรายงานว่า นายเฉีย บิน นักวิจัยของศูนย์การวิจัยเพื่อการพัฒนา ที่เป็นมันสมอง และเกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐบาลจีน ได้ออกรายงานระบุว่าถึงเวลาแล้วที่จีนจำเป็นต้องมีสถาบัน หรือวิธีการจัดการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่ล้นเหลือของจีนใหม่ โดยระบบปัจจุบันที่ให้เพียงธนาคารกลางเป็นบริหารเงินทุนสำรองถึงเวลาต้องปฏิรูปใหม่แล้ว โดยควรมีการกระจายจัดสรรเงินทุนสำรองไปให้หน่วยงานอื่น เช่นกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารโดยเบื้องต้น นำไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ เพื่อลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในประเทศ นักวิจัยผู้นี้ระบุว่า ในขั้นแรกกระทรวงการคลังของจีนควรออกพันธบัตรมูลค่า 2-4 แสนล้านหยวน (ประมาณ 26,000-51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นมูลค่าที่จะอิ่มตัวใน 10 ปี จากนั้นนำเงินที่ได้จากการขายพันธบัตร ไปซื้อเงินตราต่างประเทศ จากธนาคารกลาง ซึ่งสามารถจะนำไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ ขณะที่เงินทุนสำรองส่วนหนึ่ง สามารถนำไปซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ สำหรับการก่อสร้างสาธารณูปโภคในท้องถิ่น รวมทั้งภาคการศึกษาและสาธารณสุข คำแนะนำของนายเฉีย บิน ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากจีนมีทุนสำรองระหว่างประเทศมหาศาล โดยประเมินว่าปัจจุบันมีมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว มากที่สุดในโลก โดยในระยะ 2-3 ปีมานี้ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนพุ่งสูงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมาก ทำให้รัฐบาลจีนกำลังพยายามจะจัดการกับภาวะเกินดุลการค้ามหาศาล และเงินทุนไหลเข้าจำนวนมากที่ว่านี้ ขณะที่คาดว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้าทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนจะเพิ่มขึ้นปีละ 1.5 แสน-2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เจ้าหน้าที่ของจีนรายหนึ่งยอมรับว่า มีนโยบายที่จะทำให้เกิดความหลากหลาย ในการบริหารจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่การดำเนินการต้องค่อยเป็นค่อยไป จากรายงานดังกล่าวของนายเฉีย บิน ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจีนจะมีการขายดอลลาร์ออกมา อันจะมีผลทำให้ค่าดอลลาร์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ หน้า 20
|