|
||||||||||||||
|
"อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก
เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว"
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (27พ.ย.-
1 ธ.ค. 2549)
ThaiBMA CORNER มุมมองตราสารหนี้ : สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย www.thaibma.or.th 02-2523336 กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 222,238.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วร้อยละ 39.83 โดยมีการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 44,447.66 ล้านบาท ทั้งนี้ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ประเภท Outright สูงสุด โดยแยกตามประเภทนั้นพบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 94,165.50 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 56.27 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 88.24 ตามมาด้วย ตั๋วเงินคลัง มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 51,303.57 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.66 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 94.14 ต่อมาเป็นพันธบัตรรัฐบาล มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 19,281.11 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.52 ลดลงจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 17.24 ทางด้าน หุ้นกู้เอกชนและตราสารหนี้ระยะสั้นและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 2,557.73 ล้านบาท และ 28.86 ล้านบาท ตามลำดับ ตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด (Outright) สามอันดับแรก โดยแยกตามประเภทของตราสารหนี้ในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลคือรุ่น LB213A, LB167A และ LB137A มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 3,359.91ล้านบาท 3,062.03 ล้านบาท และ 2,048.70 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรกคือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยรุ่นCB06D12B , CB06D12A และ BOT088A มูลค่า 25,718.56 ล้านบาท 18,997.30 ล้านบาท และ 7,296.33 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับหุ้นกู้ภาคเอกชนปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ พันธบัตรสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) (EFAI07OA(AA-)มูลค่า 443.77 ล้านบาท ตามมาด้วยหุ้นกู้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME087A(AA-) มูลค่า 271.90 ล้านบาท และอันดับที่สามเป็นหุ้นกู้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (PTTC16OA(AA+(tha) มูลค่า 216.15 ล้านบาท อัตราผลตอบแทน การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรองของสัปดาห์นี้ลดลงค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้วซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการคาดการณ์ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่จะลดลงในปี 2550 ทั้งนี้สามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุได้ดังนี้ พันธบัตรระยะสั้นอายุต่ำกว่า 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง-1 ถึง -10 bp. ส่วนพันธบัตรระยะกลาง 3 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง -13 ถึง -20 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง -15 ถึง -17 bp. อัตราผลตอบแทน US Treasury ของสหรัฐ ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้สามารถสรุปภาพรวมการเคลื่อนไหว ของอัตราผลตอบแทน US Treasury โดยแบ่งเป็นช่วงอายุได้ดังนี้ ระยะสั้นต่ำกว่า 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง -1 ถึง -21 bp. ระยะกลางตั้งแต่ 3-10 ปี อัตราผลตอบแทนมีการปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง -12 ถึง -19 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง -9 ถึง -10 bp. เกร็ดความรู้ตราสารหนี้ : ผลของเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศต่อมูลค่าซื้อขายตราสารหนี้ ฝ่ายกำกับดูแล สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินที่ไหลเข้าส่วนหนึ่งเป็นการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตราสารหนี้จากการติดตามข้อมูลของ ThaiBMA พบว่า ยอดซื้อขายตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างประเทศในช่วงเดือนมกราคม ถึงพฤศจิกายน ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 2,167 ล้านบาทต่อวันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14 ของมูลค่าซื้อขายรวมประเภท Outright (Outright transaction)ของทั้งตลาด ตราสารหนี้ที่เป็นที่นิยมซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ คือกลุ่มของตราสารหนี้ภาครัฐ โดยในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 49) นักลงทุนต่างชาติมีการลงทุนซื้อขายในกลุ่มพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยร้อยละ 41 พันธบัตรรัฐบาลร้อยละ 38 ตั๋วเงินคลังร้อยละ 18 และหุ้นกู้เอกชนร้อยละ 2 โดยส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อขายในกลุ่มตราสารหนี้ ระยะสั้น อย่างไรก็ตามในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีแรงซื้อขายพันธบัตรกระจายไปในกลุ่มอายุต่างๆ มากขึ้น โดยในเดือนตุลาคม 2549 มีการซื้อขายตราสารหนี้กลุ่มอายุ 0- 3 ปีร้อยละ 64 กลุ่มอายุ 5-10 ปีร้อยละ 17 และกลุ่มอายุมากกว่า 10 ปี ร้อยละ 15 ยอดซื้อสุทธิและมูลค่าการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างประเทศ จากการรวบรวมข้อมูล มูลค่าการถือครองสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ โดยใช้สมมติฐานจากยอดซื้อขายสุทธิ หักด้วยปริมาณตราสารหนี้ที่หมดอายุพบว่า ตัวเลขประมาณการของปริมาณการถือครองตราสารหนี้ (Holding) ของนักลงทุนต่างประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากสิ้นปี 25 47 นักลงทุนต่างประเทศ มียอดการถือครองตราสารหนี้ อยู่ประมาณ 29,000 ล้านบาท มีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 70,500 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน 25 49 และ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 254 9 มียอดการถือครองตราสารหนี้ประมาณ 95,000 ล้านบาท โดยมียอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาประมาณ 20,600 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลปริมาณการถือครองตราสารหนี้ (Holding) ที่ ThaiBMA จัดทำขึ้นนี้เป็นเพียงยอดเบื้องต้น ที่ได้จากการรวบรวมประมวลผลข้อมูลในตลาดรองที่ได้รับรายงานจาก Dealer เท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวจะมีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากได้รับข้อมูลการลงทุนในตลาดแรกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ThaiBMA เตรียมเปิดเผยสรุปสัดส่วนการซื้อขายรายวันของนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลการซื้อขายและลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศกำลังเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ThaiBMA ในฐานะศูนย์กลางข้อมูลตลาดตราสารหนี้ จึงอยู่ระหว่างการจัดทำและเตรียมเปิดเผยข้อมูล สรุปมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศเป็นรายวันผ่านทาง website (www.thaibma.or.th/daily report/ daily market summary) เพื่อประโยชน์ของนักลงทุนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการนำไปใช้วิเคราะห์และอ้างอิง ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเป็นรายวันภายในเดือนธันวาคม และอยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบข้อมูล ที่จะเผยแพร่เป็นรายสัปดาห์ต่อไป
|