หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
หวยกินหรือกินหวย?

หน้าต่างความคิด : เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์  กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2549

หวยรัฐเจ้าปัญหาทำท่าว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ บางคนอยากให้เลิก บางคนอยากให้มีต่อ แต่ละฝ่าย ต่างก็ยกเหตุผลสารพัดเพื่อสนับสนุนจุดยืนของตนเอง จุดกำเนิดของหวยบนดินเกิดจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งมีนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของไทยหลายคนร่วมเป็นสมาชิกเล็งเห็นว่า แต่ละปีมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจเสี่ยงโชคหวยใต้ดิน หากปล่อยให้โอกาสทางธุรกิจอันนี้หลุดลอยไปคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย จึงได้ตั้งตัวเป็นเจ้ามือหวยรายใหญ่รับแทงเสียเอง รัฐพาณิชย์แบบนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลอย่างเป็นกอบเป็นกำ แถมยังเปิดช่องให้นำเงินจำนวนมหาศาลนี้ไปใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณา เหมือนงบประมาณแผ่นดินทั่วไป ซึ่งมีความยืดหยุ่นน้อย ใช้เวลาในการพิจารณานาน มีกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน และมักจะตกเป็นข่าวอยู่เสมอ

ตอนเริ่มนำเอาหวยบนดินออกมาจำหน่าย มีบางคนติงด้วยความหวังดีว่า การทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริม ให้คนไทยเล่นการพนันกันมากขึ้นหรือไม่? ข้ออ้างที่ใช้หักล้างคำติติงนี้คือ การมีหวยบนดินไม่ได้ส่งเสริมให้คนเล่นหวยกันมากขึ้น เพราะถึงยังไงคนไทยก็ซื้อหวยอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา เงินก้อนนี้ไปตกอยู่กับเจ้ามือหวย ผลประโยชน์ตกอยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียว ตอนนี้เมื่อรัฐเข้ามาจัดการแทน เงินแทงหวยก็จะกลับเข้าเป็นรายได้ของรัฐ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งน่าจะดีกว่าปล่อยให้คนไม่กี่คนได้ประโยชน์จากเงินก้อนนี้

คำถามก็คือ ถ้ารัฐบาลไม่ต้องการส่งเสริมให้คนเล่นการพนัน แล้วเหตุไฉนหวยบนดินถึงได้มีการตั้งรางวัลล่อใจตั้งมากมาย?

มีการเสนอกันว่า รายได้ส่วนหนึ่งน่าจะเอาไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมให้คนเลิกเล่นการพนัน โดยเฉพาะการเล่นหวย ซึ่งอาจมีคนแย้งว่า การพนันเป็นสิ่งเสพติด หากกลายเป็นนิสัยแล้วจะเลิกยาก ถึงจะมีมาตรการ หรือนโยบายอะไรออกมาก็คงได้ผลไม่มากนัก เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

แน่นอนว่า การจะทำให้คอหวยพันธุ์แท้เลิกเล่นนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย บทบาทหลักของกองทุนนี้ ควรเป็นการให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอบายมุขให้กับพวกเขา หรือถ้าเขาอยากจะลองกันจริงๆ อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่หลงงมงายเสียเงินเสียทองเกินสมควร

การตั้งกองทุนเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของการใช้เงิน ยังมีทางเลือกอื่นอีกมากมาย แต่ไม่ว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้ในทางไหน รัฐควรตระหนักด้วยว่า เงินเหล่านี้มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของประชาชน คนซื้อหวยเพราะต้องการชีวิตที่ดีกว่า การขายหวยก็คือการขายความหวัง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สมหวัง ดังนั้น การจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้ ก็น่าจะใช้ในการสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับประชาชนของประเทศโดยรวม มิใช่กระจุกตัวอยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียว

สมมติว่าแต่ละงวดกองสลากได้กำไรสักสิบล้าน เดือนละสองงวด ปีละยี่สิบสี่งวด แต่ละปีจะมีเงินเข้ามา ราวสองร้อยสี่สิบล้านบาท ถ้าไม่เอาเงินไปถลุง นำกำไรมาเก็บสะสมต่อกันไปสักสิบปี รัฐจะมีเงินก้อนจำนวนสองพันสี่ร้อยล้านบาท แค่ฝากธนาคารกินดอกร้อยละห้า ทุกปีก็จะมีเงินไว้ใช้จ่าย ถึงร้อยยี่สิบล้านบาททีเดียว ถ้าบริหารจัดการดีๆ เผลอๆ เงินก้อนนี้อาจให้ผลตอบแทนได้มากกว่านี้อีก

ตลอดหลายปีมานี้ เงินรายได้ส่วนนี้มิได้กลับคืนสู่สังคมมากเท่าที่ควร เงินบางส่วนได้กลายเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และนำไปใช้ในกิจการด้านการพัฒนาสังคม แต่หากพิจารณากันให้ดี จะพบว่า เงินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการให้เปล่ารายบุคคล หรือกลุ่มคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยไม่ได้มีการประเมินติดตามผลต่อไปว่า ผู้ได้รับความช่วยเหลือนำเงินเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

ซึ่งผิดหลักในการใช้เงิน เพราะในทางเศรษฐศาสตร์นั้น เงินทุกบาททุกสตางค์มีต้นทุนในการใช้ ถ้าใช้ไปแล้วไม่ได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ สู้เอาไปฝากธนาคาร หรือไม่ก็ตั้งเป็นกองทุนแบบเทมาเส็กของสิงคโปร์แล้วเอาดอกผลมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ?

สำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะมีหวยบนดินต่อไปหรือไม่ คนไทยก็ยังคงเล่นหวยอยู่ดี การยกเลิกหวยบนดิน ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย โจทย์ที่เราควรจะช่วยกันขบคิดก็คือ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้จำนวนผู้เล่นหวยเพิ่มขึ้นกว่านี้ และจะใช้เงินที่ได้จากการขายหวยอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมไทยมากที่สุดในระยะยาว

เราปล่อยให้หวยกินพวกเรากันมานานแล้ว ตอนนี้คงถึงคราวที่เราจะกินหวยกันบ้าง ถ้าทำแบบนี้แต่แรก บางทีวันนี้เราคงไม่ต้องมาเถียงกันว่า หวยบนดินควรจะอยู่หรือจะไป