หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002

Financial Sector Assessment Program (FSAP)

คอลัมน์ คลื่นความคิด  ดร. ธาริษา วัฒนเกส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย  มติชนรายวัน  วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10425

เมื่อครั้งที่แล้วได้เกริ่นไว้ว่า ในต้นปีหน้าเราจะเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาประเมินว่า ภาคการเงินของเรา มีการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลหรือไม่เพียงไร หรือการประเมินตาม FSAP นั่นเอง

เพื่อจะได้ให้ภาพลักษณ์ที่ดีว่า เรามีความชัดเจนโปร่งใส และพร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ

FSAP ครอบคลุมการประเมินภาคการเงินหลายด้านคือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกัน ความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายการเงิน และนโยบายสถาบันการเงิน ระบบการชำระเงินและชำระดุล และการป้องกันการฟอกเงิน 

ผู้เชี่ยวชาญไม่จำเป็นต้องประเมินทุกหัวข้อสำหรับทุกประเทศ แต่จะเลือกประเมินเฉพาะหัวข้อที่มีนัยสำคัญสำหรับประเทศนั้นๆ โดยส่วนใหญ่จะดูว่าภาคนั้นๆ มีขนาดใหญ่พอ ที่จะเป็นความเสี่ยงของประเทศนั้นๆ หรือไม่ เช่น ถ้าเป็นประเทศที่ตลาดทุน ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา และมีขนาดเล็ก หากจะมีปัญหาก็ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญ ก็จะไม่ประเมินหัวข้อนั้นๆ ในทางกลับกันถ้าเป็นภาคที่มีความสำคัญก็อาจจะประเมินลึกลงไปในรายละเอียด เช่น ในภาคธนาคารนอกจากจะประเมินธนาคารพาณิชย์แล้ว อาจประเมินสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นอีกกลุ่มต่างหากก็ได้

อย่างไรก็ดี หัวข้อเกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงิน ถือว่าเป็นหัวข้อภาคบังคับที่ทุกประเทศจะต้องถูกประเมิน เพราะถือว่ามีความสำคัญที่จะช่วยลดแหล่งเงินทุนของธุรกิจผิดกฎหมายของผู้มีอิทธิพลและของผู้ก่อการร้าย เป็นต้น

การประเมินในแต่ละด้านมีวัตถุประสงค์ที่จะดูว่า การกำกับดูแลในภาคนั้นๆ มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ และภาคนั้นๆ มีความมั่นคงแข็งแรงหรือไม่ การประเมินมีการให้คะแนนเป็น

ข้อๆ ไปตามวิธีการที่กำหนดในแต่ละมาตรฐาน หากยังมีจุดอ่อนก็มีข้อเสนอแนะว่า ควรแก้ไขเพิ่มเติมอะไรบ้าง

เมื่อหลายปีก่อน ดิฉันเคยร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งไปประเมินภาคธนาคารพาณิชย์ของประเทศญี่ปุ่น จึงได้เห็นกระบวนการประเมินที่ค่อนข้างเป็นระบบ และเข้มงวด ฝ่ายประเทศที่ถูกประเมินก็มักจะพยายามหาเหตุผล หาหลักฐานมาโน้มน้าวผู้เชี่ยวชาญ ให้เปลี่ยนคะแนนประเมินถ้าคิดว่าผู้ประเมินให้คะแนนต่ำกว่าที่ตนคาดหมาย จะลงเอยตรงไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดจะจนด้วยเหตุผลมากกว่ากัน

สุดท้ายแล้ว ยังมีผู้ประเมินอีกชุดหนึ่งมาประเมินสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญชุดแรกประเมินไปว่า มีมาตรฐานของความเข้ม สอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญชุดอื่นๆ หรือไม่ เข้าลักษณะเป็นการควบคุมคุณภาพของงาน ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะชุดผู้ประเมินชุดแรกนั้น ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นผู้กำกับดูแลในภาคการเงินต่างๆ ในประเทศต่างๆ ที่ IMF หรือธนาคารโลกขอยืมตัวมาคนละ 1–2 เดือน จึงอาจมีความเข้มไม่เท่ากัน

ในการประเมินนอกจากจะดูข้อมูลเอกสาร และซักถามผู้กำกับดูแลเป็นสำคัญแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังเสริมข้อมูล ด้วยการพบปะซักถามผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสอบทานข้อมูล อย่างในกรณีการประเมินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ก็จะขอพบปะซักถามผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์บางแห่งและผู้สอบบัญชีภายนอก นอกเหนือจากการซักถาม ธปท. ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแล ผลการประเมินของเราจะเป็นอย่างไรคงต้องรอลุ้นกันต่อไป ผลน่าจะออกมาประมาณเดือนกันยายนปีหน้า 

หน้า 20