|
||||||||||||||
|
"เจาะข่าว"
นโยบายสาธารณะ
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น เศรษฐ์ สันติ มติชนรายวัน วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10420 สองสัปดาห์ก่อนได้นำเรื่อง "เหมาค่าแรง :การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม" ซึ่งอยู่ในหนังสือ "เจาะข่าว นโยบายสาธารณะ" ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 (มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (3) ซึ่งบัญญัติว่า "นายจ้าง" ให้หมายรวมถึงในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการได้ว่าจ้างด้วยวิธิการเหมาค่าแรง โดยมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด รับช่วงไปควบคุมดูแลการทำงานและรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างอีกทอดหนึ่งก็ดี มอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาลูกจ้างมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางานก็ดี โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของลูกจ้างดังกล่าวด้วย" แต่ข้อเท็จจริงบริษัทที่ว่าจ้างแรงงานรับเหมาช่วงไม่ยอมรับผิดชอบแรงงานรับเหมาช่วงในฐานะลูกจ้างของบริษัทตนเอง หนังสือ "เจาะข่าว นโยบายสาธารณะ" (เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวในการทำงานเชิงสืบสวนด้านนโยบายสาธารณะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ อาทิ "กองทุนหมู่บ้าน" ข้อบกพร่องและคดีความ-รายงานดังกล่าวยอมรับว่า ในช่วง 6 ปีมีความสำเร็จอย่างสูง ขณะเดียวกันก็มีข้อบกพร่องต่างๆ มากมายที่ต้องปรับปรุงเพราะที่ผ่านมาทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านบวกและด้านลบ "หมู่บ้านที่เข้มแข็งสามารถนำเงินกองทุนหมู่บ้านไปทำให้คนในหมู่บ้านมีทุนในการต่อเติมชีวิตให้มีคุณภาพดีขึ้น ในขณะที่หมู่บ้านที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการเงินก้อนใหญ่มาก่อน เมื่อรัฐบาลกระจายเงินลงมาให้ กลับกลายเป็นตัวจุดกระแสให้เกิดความแตกแยกขึ้น ภายในชุมชน และรุนแรงถึงขั้นฟ้องร้อง บางรายถึงขนาดฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ก็มี" ปัญหาที่เป็นรูปธรรมคือมีคดีความกว่า 600 คดี หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นกว่า 51% รวมถึงการเข้าถึงกองทุนหมู่บ้าน ของคนยากจนเรื้อรังมีเพียง 7.5% เงินกำไรจากหวยคืนสู่สังคมหรือเอื้อประโยชน์การเมือง- รายงานชิ้นนี้เล่าถึงวิวัฒนาการตั้งแต่การมีการเข้านำ "ลอตเตอรี่" ตั้งแต่ปี 2417 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเปรียบเทียบการใช้เงินกำไรจากหวย 2 ตัว 3 ตัว ในยุคทักษิณ ชินวัตร กับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ช่างใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง ในยุคจอมพลสฤษดิ์เกิดขาดแคลนเงินทุนสำหรับโครงสร้างที่อยู่อาศัย จอมพลสฤษดิ์จึงสั่งให้นายสงวน จันทรสาขา น้องชายต่างมารดา ผู้อำนวยการกองสลากกินแบ่งรัฐบาลในขณะนั้น จ่ายเงินที่จะสร้างบ้าน 1,339 หลัง นอกจากนั้นมีการเร่งรัด ให้เทศบาลทำโครงการสวัสดิการชุมชนโดยใช้เงินจากกองสลากฯ และยังมีการใช้เงินอีก 150 ล้านบาท จากกองสลากฯไปใช้ในการสร้างบ้านพักอาศัย เพื่อสวัสดิการชุมชน เมื่อเปรียบเทียบก็คล้ายๆ กับโครงการบ้านเอื้ออาทรของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย รายงานดังกล่าวให้ความเห็นว่า การนำเงินจากกองสลากฯสมัยจอมพลสฤษดิ์ก็เพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง เช่นเดียวกับสมัยทักษิณที่นำเงินหลายหมื่นล้านบาท จากสำนักงานสลากฯไปหว่านโปรย โดยขาดการตรวจสอบด้วยกลไกต่างๆ อย่างโปร่งใส นอกจากสองเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่อง "30 บาทรักษาทุกโรคและประเด็นที่ไม่ถูกนำเสนอ" "แกะรอยสื่อโทรทัศน์รายงานข่าว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของกองทัพ" "ทอท.เตรียมพร้อมรับมือปัญหา นอกรอบสนามบินสุวรรณภูมิได้จริงหรือ" "เหยื่อ-สงครามยาเสพติด" ฯลฯ ใครสนใจหนังสือเล่มนี้ หาได้ที่สถาบันพัฒนาสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตรงข้าม รพ.วชิระ หน้า 20
|