หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
แก๊งฟอก นอมินี (1)

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10414

ผลการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยออกมาแล้ว ทั้งเส้นทางเงินค่าหุ้นของ 2 คนไทย คือ "พงส์ สารสิน" และ "ศุภเดช พูนพิพัฒน์" ในบริษัท กุหลาบแก้ว จำกัด ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นเงินที่มาจาก บริษัท ไซเพรส จำกัด (ต่างด้าว-สิงคโปร์) และต้นตอเงินมาจากบริษัท ฟุลเลอร์ ไพรเวท ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม เทมาเส็กประเทศสิงคโปร์

ส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยอีกคนคือ "สุรินทร์ อุปพัทธกุล- ดะโต๊ะสุรินทร์" ที่มาเพิ่มทุนภายหลังก็เป็นตัวแทนจากบริษัท แฟร์มอนท์ อินเวสเม้นท์ส กรุ๊ป ซึ่งจดทะเบียนที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างด้าว

เมื่อผลสรุปชี้ว่าบริษัท กุหลาบแก้ว เป็นต่างด้าว ทำให้บริษัทบริษัท ซีดาร์โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นต่างด้าวตาม เมื่อเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ก็กลายเป็นต่างด้าวไปด้วย

เมื่อพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยเป็น "นอมินี" ก็เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 36 ที่ห้ามคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และเมื่อบริษัทชินคอร์ปเป็นต่างด้าว ก็เข่าข่ายความผิดมาตรา 37 ที่ห้ามบริษัทต่างด้าวประกอบธุรกิจ เป็นที่ปรึกษาและบริหารงาน บริการให้เช่าและบริการคอมพิวเตอร์ ตามบัญชี 3 (21)

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมาย (อ่านรายละเอียดผลการตรวจสอบและบทวิเคราะห์ ที่ น.2 และ น.20 เมื่อวันที่ 12-13 กันยายน)

ต้องขอชมเชยและยกย่องกรรมการทุกคนที่ตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะ "อรจิต สิงคาลวณิช" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ยึดหลักความถูกต้องชอบธรรมเป็นที่ตั้ง แม้จะเจอกับแรงกดดันจากผู้มีอำนาจทางการเมืองและทางธุรกิจมากมายก็ตาม

แต่ทว่าผลการตรวจสอบดังกล่าวที่จะส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต้องหยุดชะงักไป เพราะแก๊งผู้มีอำนาจที่พยายามฟอกผลสอบ "นอมินี" เพื่อเปลี่ยนแปลงผลการตรวจสอบใหม่ให้ได้

หัวหน้าแก๊งฟอกนอมินี ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ "นาย น." ที่เคยมีอำนาจในกระทรวงพาณิชย์ และตอนนี้กำลังขึ้นหม้อเป็นคนรู้ใจนายใหญ่

หัวหน้าแก๊งคนนี้ ต้องการเอาใจนายใหญ่และนายหญิง โดยติดตามการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาตลอด เมื่อรู้ว่าผลสรุปออกมาเป็น "นอมินี" ก็พยายามล็อบบี้ และกดดันให้กรรมการหาช่องเปลี่ยนแปลงผลสอบใหม่ ใช้วิธีทั้งปลอบทั้งขู่ และถึงขนาดรับปากว่าจะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้กรรมการตรวจสอบทุกคน

แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะไม่มีใครเอาด้วยกับอามิสสกปรก

เมื่อนายใหญ่รู้ว่าล็อบบี้ไม่สำเร็จ จึงบอกกับหัวหน้าแก๊งว่าจะเล่นแผนสองคือให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน แล้วจะส่งสมุนที่เป็นตำรวจไปรับสำนวนมาแล้ว ค่อยไปฟอกสำนวนให้พ้นข้อหา "นอมินี" ในชั้นของตำรวจ เพราะสั่งได้ง่ายกว่า

แต่ทว่าหัวหน้าแก๊งบอกว่าไม่ได้ หากส่งเรื่องถึงตำรวจจะยิ่งแย่ เพราะผลสอบต้นทางระบุชัดว่าเป็น "นอมินี" จะไปฟอกในชั้นตำรวจจะยิ่งลำบาก ที่สำคัญเมื่อสาธารณชนรับรู้ว่าผลสอบว่าเป็น "นอมินี" จะเพิ่มหอกพุ่งเข้าใส่ตัวนายใหญ่เพิ่มขึ้นอีก

หัวหน้าแก๊งยืนยันว่าจะต้องยื้อให้ผลสอบอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ไว้ก่อนแล้วค่อยหาทางฟอก "นอมินี" ให้ได้ ขณะเดียวกันจะต้องไม่ให้ผลสอบของกรมพัฒนาธุรกิจออกมาสู่สาธารณะ

นายใหญ่ที่ไม่ค่อยฟังใคร ยกเว้นหัวหน้าแก๊งคนนี้ ที่จะให้ซ้ายหันขวาหันก็ยอม จึงให้หัวหน้าแก๊งคนนี้ไปจัดการ

หัวหน้าแก๊งคนนี้จะเข้าไปจัดการฟอก "นอมินี" อย่างไร และมีใครร่วมแก๊งบ้าง...เอาไว้ต่อสัปดาห์หน้า

หน้า 20


แก๊งฟอก "นอมินี" (จบ)

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com  มติชนรายวัน  วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10421

จากสัปดาห์ก่อน ที่นาย น. หัวหน้า "แก๊งฟอกนอมินี" อาสานายใหญ่ฟอกผลการตรวจสอบการถือหุ้นแทนต่างด้าว(นอมินี) ของบริษัทต่างๆ ที่ไปถือหุ้นเป็นทอดๆ ในบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าเป็นนอมินีและเตรียมแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี

นาย น. เริ่มแผนการ โดยให้ นาย ป. ที่มีอำนาจในกระทรวงพาณิชย์รับไม้ต่อไปจัดการ พร้อมกำชับว่า "นายใหญ่สั่งมา"

จากนั้น นาย ป. ก็พานาย ย. บุกไปยังห้อง "อรจิต สิงคาลวณิช" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อไปขอผลการตรวจสอบนอมินีดังกล่าว

ขณะเดียวกันก็ให้ตัวแทน บริษัท ชินคอร์ปร้องเรียนขึ้นมา โดย "สุรินทร์ อุปพัทธกุล หรือ ดะโต๊ะสุรินทร์" ทำหนังสือถึง "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมกับยืนยันว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัท แฟร์มอนท์ อินเวสเม้นท์ กรุ๊ป ที่จดทะเบียนบนเกาะบริติชเวอร์จิ้น ซึ่งเป็นผู้สั่งโอนเงินจากแบงก์ฮ่องกงเซี่ยงไฮ้กว่า 2.7 พันล้านบาทเข้ามาซื้อหุ้นในบริษัท กุหลาบแก้ว จำกัด

แต่น่าแปลกใจ เพราะเมื่อครั้ง "ดะโต๊ะสุรินทร์" มาให้ข้อมูลครั้งแรกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทางเจ้าหน้าที่ถามว่า "รู้จักบริษัท แฟร์มอนท์" หรือไม่ "ดะโต๊ะสุรินทร์" กลับบอกว่า "ไม่รู้จัก" แต่สักพัก "ดะโต๊ะสุรินทร์" คงรู้ตัวว่าพลาด จึงขอออกไปโทรศัพท์นอกห้อง ก่อนเข้ามาบอกเจ้าหน้าที่ว่า "บริษัท แฟร์มอนท์เป็นของตนเอง"

เป็นไปได้อย่างไรที่บริษัท แฟร์มอนท์ฯ ซึ่งเป็นคนสั่งโอนเงินมาซื้อหุ้นถึง 2.7 พันล้านบาท แต่ตัวเองที่อ้างเป็นเจ้าของบริษัทกลับลืมว่าไม่รู้จัก

อย่างไรก็ตามแม้ "ดะโต๊ะสุรินทร์" จะอ้าง (ในภายหลัง) ว่าเป็นเจ้าของบริษัท แฟร์มอนท์ แต่เงินโอนมาจากบริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ไม่ใช่โอนมาในนามส่วนตัว แม้เจ้าของหรือกรรมการบริษัทจะมีสัญชาติไทยก็ตาม เพราะทรัพย์สินของกรรมการกับนิติบุคคลนั้นคนละส่วนกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ "ดะโต๊ะสุรินทร์" ทำเรื่องร้องเรียนมา แต่ "สมคิด" อยู่ต่างประเทศ จึงให้ "ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ" รมช.พาณิชย์ ที่กำกับดูแลกรมพัฒนาธุรกิจอยู่แล้วรับเรื่องแทน

ตามขั้นตอนราชการเมื่อเรื่องจากกรมมาถึงกระทรวง ก็เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ไม่รู้ว่ากลัว "การุณ กิตติสถาพร" ปลัดพาณิชย์ไม่เล่นด้วย หรือว่าไม่ไว้วางใจ "การุณ" จึงให้ "ยรรยง พวงราช" รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ อ้างอำนาจรองปลัดกลุ่มงานภายใน (คลัสเตอร์) เสนอ "ปรีชา" แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนเพิ่มเติมโดยมีตัวเองเป็นประธาน

ขณะเดียวกัน นาย น. ก็ให้นาย ป. และนาย ย. นำผลการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามา แล้วให้ "สื่อกระเทียม" ของตัวเอง มาตัดตอนเผยแพร่และเสนอรายงานโจมตีผลการตรวจสอบดังกล่าวว่าไม่รอบคอบ เพื่อฟอกข้อกล่าวหาว่าเป็นนอมินี

นอกจากนี้ นาย น. ยังใช้วิธีโหมข่าวนอมินีว่าจะกระทบการลงทุนของต่างชาติ และให้กลุ่มต่างๆ ร้องเรียนให้ตรวจสอบบริษัทอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ฝุ่นตลบจะได้ช่วยกลบความผิดนอมินีของชินคอร์ป

แต่ความพยายามของ "แก๊งฟอกนอมินี" ไม่บรรลุผล เมื่อคณะปฏิรูปการปกครองฯยึดอำนาจรัฐบาลสำเร็จ คณะทำงานของ "ยรรยง" ก็คงต้องยุบไปโดยปริยาย และ "การุณ" จะให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำผลการตรวจสอบนอมินีดังกล่าว แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

วาระสุดท้ายของบรรดานอมินีชินคอร์ป จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมของตำรวจ อัยการ และศาลต่อไป

หน้า 20