หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Ciao คำกล่าวที่ข้ามพรมแดน

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  มติชนรายวัน วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10365

ถ้าถามว่ามีคำใดที่สมาชิกของเกือบทุกทีมของการแข่งขันฟุตบอลโลกรู้จักและเมื่อเปล่งออกมาแล้วนำไปสู่มิตรภาพ คำตอบคงจะเป็นคำว่า Ciao ซึ่งออกเสียงคล้าย Chow (ชาวว์)

Ciao เป็นคำทักทายที่ไม่เป็นทางการของผู้คนมากมายชาติพันธุ์โดยมีความหมาย ทั้ง Goodbye และ Hello ขึ้นอยู่กับว่าใช้ในกลุ่มใด Ciao เป็นคำที่แพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ในยุโรปคำทักทายว่า Ciao เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เอ็นไซโครพีเดีย ชั้นยอดในอินเตอร์เน็ตที่ผู้คนช่วยกันเขียน และใช้ได้โดยไม่เสียเงินคือ wikipedia.org ได้ให้ตัวอย่างไว้มากมาย ผู้เขียนขอนำมากล่าวในที่นี้

ในอังกฤษก็มีการใช้ Ciao ซึ่งหมายถึง Goodbye แต่ไม่ได้ยินบ่อยนัก (ในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียในกลุ่มที่ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยแทบจะไม่ได้ยินคำนี้เลย) สำหรับฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน โปรตุเกส รวมทั้งอเมริกาใต้ ไม่ว่าบราซิล ชิลี อาร์เจนตินา หรือยุโรปตะวันออก เช่น บัลแกเรีย โรมาเนีย ฯลฯ คำนี้หมายถึง Goodbye เช่นกัน

สำหรับคนเช็ก ลัตเวีย เซอร์เบีย สโลวัก คนอิตาลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเมืองเวนิสแล้ว Ciao หมายถึง Hello หรือ Goodbye

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า Ciao มีที่มาจากภาษาของชาวเมืองเวนิสในอิตาลี และเข้าสู่ภาษาอิตาเลียนในที่สุด Ciao ได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรป อเมริกาใต้ และพื้นที่ต่างๆ ที่คนอิตาลีอพยพเข้าไปอยู่ตลอดระยะเวลา 100 ปีเศษที่ผ่านมา บุคคลที่ได้รับเกียรติว่าเป็นคนนำเอา Ciao เข้ามาในภาษาอังกฤษก็คือยอดนักเขียนของโลก Ernest Hemingway

Ciao หากแปลตามตัวแล้วหมายถึง Slave (ทาส) ในนัยยะว่า "I am your slave" ซึ่งมีความหมายว่ายินดีรับใช้ และช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คำกล่าวนี้จึงมีนัยแห่งความเป็นมิตร

คำกล่าวเพื่อทักทายกัน (Greeting) เช่นนี้คล้ายกับที่ผู้คนในฮังการี ออสเตรียและบาวาเรีย ทักทายกันโดยใช้คำละตินว่า Servus (Slave) ในปัจจุบัน

ในภาษาอิตาเลียนปัจจุบัน Ciao มีความหมายทั้ง Hello และ Goodbye (มั่นใจได้ว่า Marco Matarazzi ไม่ได้ใช้คำนี้กับ Zinnedin Zedan หรือซิซู ซึ่งเป็นชื่อที่คนฝรั่งเศส เรียกอย่างรักใคร่แน่นอนในศึก "โหม่งอก") เช่นเดียวกันคำว่า Aloha ในฮาวาย และ Shalom ในอิสราเอล

สำหรับการทักทายของคนไทยนั้น ท่านอาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เกตุทัตศาสตราภิชาน แห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (Chair Professor ที่ตั้งชื่อตามชื่อสกุลของผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยคืออาจารย์สนั่น เกตุทัต) ได้บอกผู้เขียนว่าคนไทยทักทาย หรือกล่าวลากันมานานนมอย่างไม่มีคำที่เป็นแบบแผนทางการ เช่น "ไปไหนมา" "สบายดีหรือ" "กินข้าวหรือยัง" "ไปละนะ" "กูอยู่มึงไป" (เป็นคำของพวก "ไทยนอก" หรือผู้ใช้ภาษาไทยนอกเขตประเทศไทยบางกลุ่มเช่นพวกจ้วงในจีน)

คำว่า "สวัสดี" เพิ่งเริ่มใช้กันเมื่อ พ.ศ.2486 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองนี้เอง พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนชีวะ) เป็นผู้นำมาใช้โดยรัฐบาลในสมัยนั้นประกาศให้ใช้เป็นคำแบบแผนในการทักทายกัน (คนไทยน่าจะชื่อสวัสดิ์กันมากๆ เพราะมีคนให้พรและชมตลอดเวลาว่าเป็นคนดี)

โดยแท้จริงแล้ว "สวัสดิ์" หรือ "สวัสดี" เป็นคำเก่าแก่ที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกโบราณก่อนสุโขทัย ในวรรณคดี ในคำร้อง ฯลฯ โดยใช้ในบริบทของการ "เริ่มต้น" หรือ "ไหว้ครู"

"สวัสดี" ที่เราใช้กันในบริบทของการทักทายอย่างเป็นแบบแผนเพิ่งมีอายุ 63 ปี เท่านั้น มีอายุน้อยกว่า "ประชาธิปไตย" ถึง 11 ปี พี่ใหญ่ไม่ค่อยรุ่งเรืองเพราะมักมีเหลือบเกาะ ในขณะที่น้องเล็กไปได้อย่างสวยงาม เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จนคนไทยลืมไปแล้วว่ามีอายุไม่มากนัก คงคล้ายกับที่คนไทยส่วนหนึ่งลืมไปว่าโทรศัพท์มือถือ เพิ่งเติบโตอย่างมากในสังคมไทยในเวลาต่ำกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

บางคนอาจทึกทักว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่ติดตัวมาแต่แรกเกิดด้วยซ้ำไป

สำหรับคำว่า Goodbye หรือ Goodby (สะกดแบบอเมริกัน) นั้นมาจาก "God be with you" หรือพระเจ้าจงอยู่กับท่าน) ซึ่งเมื่อพูดเร็วๆ เข้าก็ฟังคล้าย Goodbye หรือสั้นๆ ว่า Bye ซึ่งเป็นคำกล่าวเมื่อลาจาก (ในภาษากีฬา Bye หมายถึงทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปโดยไม่ต้องแข่งขัน)

ส่วนคำว่า Hello (แปรร่างเป็น Hi or Hey) นั้นถูกบันทึกครั้งแรกในดิกชั่นนารีภาษาอังกฤษใน ค.ศ.1883 (ถึงปัจจุบันอายุ 123 ปี) โดยคาดว่าอาจมาจาก "Hail, Thou" ในคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งมีความหมายว่า "สรรเสริญคุณ"

ผู้เชี่ยวชาญภาษาบางคนเชื่อว่า Hello เกิดขึ้นในยุคประดิษฐ์โทรศัพท์คือในปี ค.ศ.1876 Thomas Edison ได้รับเกียรติว่าเป็นคนแรกที่ใช้ Hello เป็นคำทักทายเมื่อรับโทรศัพท์ ในขณะที่ Alexander Graham Bell ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์ใช้คำว่า Ahoy (ผู้ใช้เรือใช้คำนี้ในการตะโกนทักทายถามว่าเป็นเรือใครมาจากไหน) สำหรับการทักทายทางโทรศัพท์

บางคนเชื่อว่า Hello มาจาก Hullo ซึ่งใช้เป็นคำทักทาย หรือคำแสดงความแปลกใจดังที่ Charles Dickens ใช้ใน Oliver Twist ใน ค.ศ.1839

ไม่ว่าจะมาจากไหนก็ตามหลายภาษาในปัจจุบันมีคำที่มีเสียงใกล้เคียงในความหมายคล้ายกับ Hello ไม่ว่าใช้ในการทักทายปกติ หรือในโทรศัพท์ เช่น รัสเซียมี Hallo สเปนมี Hola เยอรมันมี Hallo ฮังการีมี Hallom ภาษาอาหรับมี Allo ภาษาดัตช์ มี Hallo ภาษาฝรั่งเศสมี Allo ฯลฯ

Ciao และ Goodbye และ Hello มีความเป็นมาและวิวัฒนาการที่น่าสนใจ การใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลก แสดงออกถึงความเป็นสัตว์สังคมของมนุษย์ที่ต้องการแสดงความเป็นมิตรต่อกัน และกล่าวลากันอย่างห่วงอาทร เป็นความงดงามอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงต่อกันอย่างน่าชื่นชม

เคยได้พบประโยคที่ว่า When money talks, they say. All it ever said to me was "Goodbye" ("เมื่อซื้อได้ด้วยเงิน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็คือคำว่า Goodbye" มาจากภาพยนตร์เรื่อง None But the Lonely Heart, 1944)

ขอยืนยันว่าการเขียนเรื่อง Goodbye ในที่นี้มิได้มีนัยเกี่ยวโยงถึงคน "สามคน" หรือกี่คนแต่ประการใดทั้งสิ้น

ถึงอย่างไรก็ขอกล่าวคำว่า Ciao ซึ่งหมายถึง Goodbye ครับ

หน้า 6