|
||||||||||||||
|
ช่องโหว่กม.ตั้งบริษัท
ภัยต่างชาติฮุบที่ดิน
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10359 หลังจากนักข่าว "มติชน" ประจำ จ.สุราษฎร์ธานี เสนอข่าวการประกาศที่ดินของโครงการ "เดอะพีค" เนื้อที่ 541 ไร่ ของบริษัท สมุยพร๊อพเพอร์ตี้ส์โซลูชั่น จำกัด ที่มีต่างชาติถือหุ้นและบริหาร ทำให้น้ำแข็งบนยอดเขาละลาย จนได้เห็นปัญหาที่น่าวิตกไม่น้อย นอกจากจะเป็นปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่แล้ว ยังมีคำถามถึงกรณีคนต่างด้าว เข้ามาครอบครองที่ดินและจัดสรรที่ดินขาย ยิ่งไปกว่านั้นก็คือต่างชาติบางกลุ่มไม่ใช่นักลงทุนธรรมดา แต่เป็น "มาเฟีย" ข้ามชาติ ซึ่ง "ยงยุทธ ติยะไพรัช" รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ยอมรับหลังไปสำรวจที่เกาะสมุยว่า "มีนายทุนระดับมาเฟียต่างชาติเข้าถือครองที่ดิน ส่วนใหญ่จะเป็นชายฝั่งทะเล และตามหัวเมืองใหญ่ เช่น สมุย พัทยา ภูเก็ต ที่มีอิทธิพลมาก ที่ดินบนเกาะสมุยจำนวนมากตกอยู่ในมือของต่างชาติ เพราะคนไทยถูกหลอกใช้" ชัดเจนกว่านั้นก็คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบสวนทราบว่าเป็นมาเฟียแก๊ง "แบนดีโดส" ที่บุกรุกที่ดินโดยร่วมมือผู้มีอิทธิพลคนไทยในท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐบางคนออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะบริเวณภูเขาที่ลาดชันและวิวสวย ก่อนพัฒนาที่ดินแล้วจัดสรรขายให้กับต่างชาติ ซึ่งแก๊ง "แบนดีโดส" เกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดด้วย ดังนั้น การเข้ามาทำธุรกิจที่ดินจึงอาจเป็นการฟอกเงินด้วย ข้อมูลสำคัญที่ดีเอสไอพบก็คือ "มีการอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ตั้งบริษัทขึ้นมาบังหน้าโดยให้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน" ทั้งนี้ จะใช้สำนักงานทนายความดำเนินการก่อตั้งบริษัท โดยให้หาคนไทย (นอมินี) มาร่วมก่อตั้ง เป็นกรรมการและร่วมถือหุ้น (ในนาม) โดยให้หุ้นคนไทยเกิน 51% เพื่อที่จะเป็นนิติบุคคลไทย จากนั้นก็อาศัยช่อง "หุ้นบุริมสิทธิ" ที่ให้สิทธินักลงทุนต่างชาติมากกว่าคนไทยที่ถือหุ้นสามัญ เพื่อควบคุมการบริหารจัดการ กรณีบริษัท สมุยพร๊อพเพอร์ตี้ส์โซลูชั่น จำกัด ที่มีนายไมเคิล เฟรดริค วิลเลี่ยม เฮนรี่ ซานอล และนายไบรอัน สตีเฟ่น วิลเลี่ยม เป็นกรรมการบริษัท สัดส่วนการถือหุ้น คือคนไทย 5 คน จำนวนหุ้น 10,200 หุ้น หรือ 51% และสัญชาติอังกฤษ 2 คน ถือหุ้น 9,800 หุ้น หรือ 49% เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อลองสุ่มเข้าไปดูข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลทั้งที่เกาะสมุย พัทยา และภูเก็ต ก็ล้วนแต่มีลักษณะคล้ายกับบริษัท สมุยพร๊อพเพอร์ตี้ส์โซลูชั่น จำกัด แน่นอนว่าต่างชาติบางคนก็มีการลงทุนจริง แต่ก็มีไม่น้อยที่อาศัยช่องโหว่กฎหมาย ตั้งบริษัทสัญชาติไทยขึ้นมาเพื่อครอบครองที่ดินของไทย หากระดับนโยบายไม่สนใจที่จะเข้ามาดูแล อีกหน่อยคงเป็นดังที่ "ทรงศักดิ์ ตรีชุน" ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย บอกไว้ว่า "ขณะนี้ที่ดินบนเกาะสมุยตกอยู่ในมือต่างชาติกว่า 10% แล้ว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เชื่อว่าในอนาคตคนไทยบนเกาะสมุยที่อยู่กินมาเป็นร้อยปี ก็จะกลายเป็นคนเฝ้าบ้านให้คนต่างชาติแทน" อย่างไรก็ตาม ได้ข่าวว่ากรมพัฒนาธุรกิจรับรู้ปัญหานี้เช่นกัน และเตรียมที่จะออกมาตรการบางอย่าง เพื่อตรวจสอบการถือหุ้นของต่างชาติให้รอบคอบมากขึ้น ก็หวังว่าจะช่วยให้คนไทยไม่ต้องกลายเป็นคนเฝ้าบ้านให้ต่างชาติ หน้า 20
|