หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ไอทีวีไม่ได้เป็นแค่สถานีโทรทัศน์

โลกทรรศน์  อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์  มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1353

มีเรื่องประหลาดมากในเมืองไทยขณะนี้ เรื่องหนึ่งคือ Shin-Temasek deal หลังจากบริษัทรัฐบาลสิงคโปร์ Temasek Holding ซื้อหุ้นจาก Shin Corp. ของครอบครัวชินวัตร-ดามาพงศ์ เมื่อ 24 มกราคม 2549 จำนวน 49.59% ด้วยมูลค่า US$ 1.8 billion ปัจจุบันบริษัทนี้เป็นของสิงคโปร์ไปแล้ว แต่รัฐบาลทักษิณกลับดำเนินการทุกวิถีทางที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของ Shin Corp.

เรื่องหนึ่งที่เด่นมากคือ ไอทีวี

แม้เรื่องการถือหุ้นต่างชาติมากเกินกว่ากฎหมายไทยกำหนดคือไม่เกิน 49% ใน Shin Corp. ยังไม่จบสิ้น ไอทีวีได้ถูกศาลปกครองกลางตัดสินเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2549 ต้องจ่ายเงินค่าปรับแก่รัฐมูลค่า US$ 1.99 billion เท่ากับว่ากรณีไอทีวีเป็นคดีทางกฎหมายคดีแรกที่ Shin Corp. เผชิญหลังจากบริษัทตกเป็นของสิงคโปร์แล้ว หากสังเกตให้ดีๆ มูลค่าสัมปทานที่ไอทีวีต้องจ่ายเกือบเท่ากับมูลค่าที่ Temasek ซื้อจาก Shin Corp.

รัฐบาลรักษาการ ทักษิณ ชินวัตร ดำเนินการปกป้องผลประโยชน์อย่างเต็มที่ 4 กรกฎาคม รัฐบาลรักษาการแต่งตั้ง นายรองพล เจริญพันธุ์ ปลัดสำนักนายรัฐมนตรี ให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแทน ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งลาออกไปบวช และแต่งตั้ง พลต.ต.พีระพันธุ์ เปรมภูติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแทน ขณะเดียวกัน ให้ นายเนวิน ชิดชอบ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) แทน นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง

ทั้งสามคนเกี่ยวข้องกับปัญหาการจ่ายค่าสัมปทานแก่รัฐมูลค่า US$ 1.99 billion ของไอทีวีโดยตรง แต่มีแนวโน้มจะเข้าข้างบริษัทเอกชนมากกว่า บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม 2549 เสนอความเห็นเอาไว้ว่า ที่ผ่านมา รองพล เจริญพันธุ์ ต้องการให้ไอทีวีจ่ายเงินค่าปรับตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ขณะเดียวกัน สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่า

หากไอทีวีไม่ดำเนินการจ่ายเงินให้ครบตามสัญญาภายใน 45 วัน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีสิทธิบอกเลิกสัญญากับไอทีวีทันทีตามกฎหมาย

แต่ตอนนี้ นายรองพล เจริญพันธุ์ ถูกย้ายออกไปแล้ว ส่วน พลต.ต.พีระพันธุ์ เปรมภูติ และ นายเนวิน ชิดชอบ พยายามเร่งตรวจสัญญาสัมปทานและมองหาช่องโหว่ทางกฎหมาย เช่น ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจใช้ช่องว่างนั้นอนุญาตให้ไอทีวีจ่ายค่าปรับเพียงแค่ 230 ล้านบาท แนวโน้มนี้อาจเป็นไปได้ เพราะนายกรัฐมนตรีรักษาการทักษิณลงทุนใช้มือดีทั้ง 2 คน

พล.ต.ต.พีระพันธุ์ เพื่อนนายตำรวจร่วมรุ่นกับนายกรัฐมนตรีเคยดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งมีผลงานประทับใจทักษิณ ด้วยการสั่งอาญัติเงินคู่แข่งทางการเมืองพรรคไทยรักไทย หลายคนมาแล้ว ส่วน นายเนวิน ชิดชอบ เขาถูกเรียกว่ามือขวาของนายกฯ ทักษิณ เขาเป็นคนวางแผนสร้างเครือข่ายรถแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มีชาวบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ที่เขาเป็นผู้แทนตลอดกาลร่วมเข้าชุมนุมในกรุงเทพฯ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีถูกประท้วงหนักทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

นายเนวิน ชิดชอบ สนิทและทำงานการเมืองให้กับทักษิณ ตั้งแต่ทักษิณอยู่พรรคพลังธรรม ในช่วงเข้าสู่การเมืองช่วงทศวรรษ 1990 ทักษิณเคยนอนบ้านของ นายเนวิน ชิดชอบ ที่จังหวัดบุรีรัมย์หลายครั้ง รวมทั้งช่วงที่ถูกโจมตี จากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างหนัก

เหตุผลที่ทักษิณเฟ้นมือดีมาแก้ปัญหาไอทีวี ทั้งๆ ที่เป็นบริษัทของรัฐบาลสิงคโปร์มีอย่างน้อย 2 ประการ

1) อาจเกิดจากคำเตือนของอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลี กวน ยิว ลีเขียนบทความลงใน Forbes"s 19 June 2006 ชื่อว่า Tribulations of Two Emerging Democracy

ลี กวน ยิว เปรียบเทียบปัญหาหนักของประชาธิปไตยเกิดใหม่ไทยกับอิรัก หลังจาก ลี กวน ยิว เขียนถึงพัฒนาการทางการเมืองไทยว่า ไทยก็เป็นประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่อีกประเทศหนึ่งในเอเชีย ไทยกำลังผ่านช่วงความยุ่งยาก หลังจากนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทยของเขาชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากอย่างท่วมท้นเมื่อต้นปี 2548 รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเผชิญกับการประท้วงบนท้องถนนในกรุงเทพฯ อย่างรุนแรง

น่าสนใจไปกว่าการเขียนรายงานความเป็นไปทางการเมือง อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยิว เขียนว่า แย่ไปกว่านั้น นายกฯ ทักษิณปรับปรุงกฎหมายไทยเพื่อให้การขายบริษัทครอบครัวของเขาถูกต้องตามกฎหมายโดยขายบริษัทโทรคมนาคม Shin Corp. 49% ให้แก่ Temasek Holding ของสิงคโปร์

ข้อเขียนชิ้นนั้นของ ลี กวน ยิว ยังกระแหนะกระแหนเอาไว้ด้วยว่า Shin Corp. ซึ่งมักจะอ้างโดยคนไทยเสมอๆ เป็นสำนวนว่า "มงกุฎเพชร"

มีเพียงรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ เพียงคนเดียว ที่ออกมาตอบโต้โดยบอกว่า ประเทศไทยรู้ดีว่า จะจัดการปัญหาการเมือง และเศรษฐกิจปัจจุบันอย่างไร และย้ำว่าข้อเขียนดังกล่าว จะสร้างปัญหาความเชื่อมั่น ต่อนักลงทุนต่างประเทศ เขาจึงชี้แจงว่าเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นแก่ต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลจะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อทำโรด์โชว์อธิบายภาวะเศรษฐกิจไทยแก่นักลงทุนต่างประเทศ ("Lee Kuan Yew stings Thailand-temporarily" Bangkok Post 30 June 2006)

แต่ไม่ควรลืมเป็นอันขาดว่า ลี กวน ยิว ไม่ใช่เป็นเพียงอดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เขายังเป็น Minister"s mentor ที่คอยให้คำแนะนำว่ารัฐบาลและคนสิงคโปร์ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไรอยู่ตลอดเวลา

ยังมีเรื่องที่ไม่ควรลืมอีกเรื่องหนึ่งคือ แม้บริษัทรัฐบาลสิงคโปร์ตัดสินใจลงทุนผิดพลาดในต่างประเทศหลายครั้ง แต่มูลค่าที่ลดลงและราคาหุ้นของ Shin Corp. ที่ลดลงตลอดเวลาเป็นการฟ้องให้ประชาคมเศรษฐกิจโลก หันมามองความล้มเหลวทางธุรกิจของรัฐบาลสิงคโปร์มากจนน่าใจหาย และอาจจะเชื่อมโยงกับเหตุผลที่สองที่จะกล่าวต่อไป

การเขียนเรื่อง Shin-Temasek deal ตรงๆ ในหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่ทรงอิทธิพลของโลกน่าจะเป็นเหตุผลให้นายกทักษิณ ซึ่งไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยลงแรงส่งมือดีเข้าแก้ไขปัญหาไอทีวี

2)เหตุผลที่รัฐบาลรักษาการส่งมือดีและไว้ใจได้เข้าไปแก้ปัญหาไอทีวี เพราะปัญหาดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลทักษิณ และแม้แต่ครอบครัวทักษิณเอง ล้มคลืนลงมาเพราะ หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น เขียนวิเคราะห์เอาไว้ว่า

จากความคิดเห็นของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนทั้งหลาย เป็นไปได้สูงมากว่า Temasek เจ้าของรายใหม่ของไอทีวีมี guarantee clause ที่เขาซื้อ-ขาย Shin Corp. ครอบคลุมสถานการณ์ใดๆ ที่บริษัทลูกของหนึ่งรายหรือมากกว่านั้น ประสบปัญหาทางการเงิน หรือกฎหมาย (Siriporn Chanjindamanee, "PM"s men focus on Itv Settlement" The Nation 7 July 2006 pp. 1B-8B)

คล้ายๆ กับที่ ดร.สมเกียรติ์ ตั้งกิจวาณิช แห่งทีดีอาร์ไอตั้งข้อสังเกตว่า ตอนขายคงไม่ทราบว่าตกลงอะไรกันไว้ ทำให้ฝ่ายสิงคโปร์เข้าใจข้อมูลที่คาดเคลื่อนไปและทำให้มีการตกลงราคาที่สูงเกินความเป็นจริง หรืออาจจะเกิดจากการให้ข้อมูลของฝ่ายผู้ซื้อที่คลาดเคลื่อน อย่างมีนัยสำคัญ (บทบรรณาธิการ กรุงเทพธุรกิจ 5 กรกฎาคม 2549)

เราไม่ควรลืมว่า Shin Corp. เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างแท้จริงของนายกฯ ทักษิณเมื่อมกราคมที่ผ่านมา เขาไม่เพียงสลัดมันไม่ออกแต่มันอาจจะเป็นจุดตายที่ทำลายทุกอย่างของนายกฯ ทักษิณและพรรคไทยรักไทยของเขาก็ได้

เราควรดูว่า ถ้าไอทีวีจ่ายค่าปรับน้อยกว่าที่ศาลปกครองกลางตัดสิน สังคมไทยจะยอมรับและอดทนได้หรือไม่ ไอทีวีอาจเร่งมากกว่าลดความขัดแย้งทางการเมือง

 

หน้า 29