|
||||||||||||||
|
จงทำหน้าที่
คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย นวพร เรืองสกุล มติชนรายวัน วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10357 ฟุตบอลโลกเพิ่งปิดฉากใหม่ๆ หมาดๆ แฟนกีฬาได้อะไรบ้าง ข้อคิดจากกีฬาทีมคือ ผู้เล่นทุกคนรู้หน้าที่ ถ้าใครหย่อนหน้าที่ หรือทำนอกหน้าที่ ไม่ช้าไม่นานโค้ชจะเป็นคนจัดการ หนักเข้าอาจจะถึงเปลี่ยนตัว เพื่อความสำเร็จร่วมกันของทีม และมีกรรมการคอยกำกับ คนที่ทำนอกกติกา ให้สังเกตว่า มีความแตกต่างกันระหว่างการทำนอกหน้าที่ กับทำนอกกติกา และมีความแตกต่างกันระหว่างการทำงานเป็นทีม ซึ่งต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวซึ่งไม่เหมือนกันกับการทำงานแบบลงแขก คือทุกคนทำงานที่เหมือนๆ กัน พร้อมๆ กัน ลองจินตนาการเหตุการณ์ที่ลูกทีมฟุตบอลไม่ทำหน้าที่ดูก็ได้ อะไรจะเกิดขึ้นถ้ากองหน้าจะลงไปเล่นเป็นนายประตู หรือนายประตูขึ้นมาเป็นศูนย์หน้า (ไม่ใช่ในเวลาฉุกเฉินที่คนทำหน้าที่ปกติมีปัญหาไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวได้ชั่วคราว อะไรจะเกิดขึ้นถ้ากัปตันมัวแต่วิ่งไปช่วยนักเตะคนโน้นคนนี้ จนลืมหน้าที่ตนเอง คือหน้าที่ในฐานะผู้เล่นในตำแหน่งของตน กับหน้าที่ในฐานะกัปตัมทีม) อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าโค้ชอดรนทนไม่ได้ วิ่งลงไปเป็นนักเตะเสียเอง และอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าทีมฟุตบอลคิดว่าเป็นนักเตะ มีหน้าที่เตะอย่างเดียว ไม่โหม่ง ไม่เลี้ยงลูก ไม่ทุ่มบอล ใครๆ ก็ตอบได้ว่า เป็นเรื่องตลกที่ไม่น่าเกิด ทีนี้มองดูเหตุการณ์ที่ตามมาดูบ้าง นักเตะทีมฝรั่งเศสใช้หัวโหม่งนักเตะทีมอิตาลีแทนโหม่งลูกฟุตบอล ภาพนี้เผยแพร่เห็นกันทั่วโลก ฟีฟ่าประกาศจะพิจารณาริบรางวัลส่วนบุคคล ที่นักเตะทีมฝรั่งเศสได้รับ นักเตะทีมฝรั่งเศสออกมาขอโทษที่กิริยาไม่ดี คุมอารมณ์ไม่อยู่ ไม่ใช่วิสัยนักเตะที่ดี แต่เขาทำหน้าที่ลูกผู้ชาย ในการป้องกันเกียรติยศของแม่ และน้องที่นักเตะอิตาลีกล่าวร้ายให้เขาได้ยินกลางสนาม เพราะฉะนั้น เขาไม่ได้เสียใจที่ทำลงไป ฝ่ายนักเตะอิตาลีก็แถลงข่าวเหมือนกัน บอกว่าเขาโกรธที่ถูกดูถูกก่อน เขาพูดตอบโต้ไม่ดีจริง แต่ว่าไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่นักเตะทีมฝรั่งเศสกล่าวถึง และยังคิดว่าคู่กรณีไม่ควรถูกลงโทษด้วยการริบรางวัล มันรุนแรงเกินไป ลองจินตนาการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยมีคู่กรณีหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นคนไทย เราคงได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ออกมาไกล่เกลี่ยบอกว่า ลืมๆ กันไปเถอะ ไหนๆ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว โดนโหม่งนิดเดียวหายเจ็บแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าเอาเรื่องกันเลย เสียชื่อวงการฟุตบอลหมด ตรงกันข้าม ฝรั่งคนจัดกลับเป็นธุระดูแลและเอาเรื่อง เพราะเขามีหน้าที่จัดการให้คนมีมารยาทเหมาะสม เขาก็จัดการไปในอำนาจที่เขามี สิ่งที่เขาทำเป็นการรักษาวงการฟุตบอล ส่วนนักเตะทั้งสองก็ได้ออกมาแสดง "น้ำใจนักกีฬา" ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีส่วนช่วยสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับวงการ และทีมของเขาเอง ส่วนวาจาหยาบนั้นอาจได้ยินกันแค่ผู้พูดกับผู้ฟัง และเป็นคนละชาติพูดกันคนละภาษาเสียอีก คงหาข้อยุติยาก เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นบ้านเราคงได้ยินคนเสมอนอกออกมาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะให้วุ่นไปหมด คงมีการเกี่ยงกันว่าให้อีกฝ่ายขอโทษก่อน และคงมีใครอีกหลายฝ่ายพยายามแทรกตัวเข้ามาขอสอบสวน ให้ยุ่งเหยิงพัลวันกันยิ่งขึ้น จนเรื่องอาจจะบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำแตกแยกไปทั้งวงการ หรือลามไปเป็นการเมืองระหว่างประเทศก็ยังได้ เรื่องแบบนี้คนไทยถนัดมาก เรื่องทั้งหมดชี้ลงตรงที่ว่า ต่างคนต่างรู้หน้าที่ของตน และกระทำการไปตามอำนาจ และหน้าที่ของตนๆ เรื่องกีฬาเป็นเรื่องง่ายๆ มองเห็นๆ และมีผลลัพธ์ของการแพ้หรือชนะเป็นตัวตัดสินชี้ขาดชัดเจน และยังเป็นเรื่องไกลตัวที่เรามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องเสียอีกจึงมองเห็นชัด วิจารณ์และตัดสินได้อย่างไม่มีอารมณ์ แต่ในชีวิตด้านอื่นๆ ของเราทุกคน ไม่ว่าในฐานะปัจเจกบุคคล หรือในที่ทำงาน ในสังคมหรือในการเมืองการปกครอง การไม่ทำหน้าที่ และการแย่งหน้าที่กันมีเสมอ แต่ไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องตลก ไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิด และบางครั้งยังถึงกับคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีเสียอีก การไม่ทำตามหน้าที่อาจจะเกิดได้จากเหตุหลายประการ ด้านหนึ่งคือ ความไม่รู้ ทั้งไม่รู้หน้าที่ (ไม่รู้ข้อมูล) และไม่รู้ว่ากำลังทำนอกหน้าที่ (ไม่รู้ตัว) อีกด้านหนึ่งคือ เรื่องของเจตนาซ่อนเร้นที่เจ้าตัว อาจจะรู้ทันหรือไม่รู้ทันส่วนลึกของจิตใจตนก็ได้ เพราะใจของคนเรานั้นทั้งแยบยลและซับซ้อน แล้วเจ้าตัวยังหาคำอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลมาแก้ตัวได้เสียอีก และปกติก็ไม่มีโค้ชคอยจัดการเสียด้วย หน้าที่ที่คนไม่ทำตามได้ง่ายๆ ก็คือหน้าที่ที่วัดผลตรงๆ ได้ยาก เช่น หน้าที่ที่ระบุไว้กว้างๆ (หน้าที่พลเมืองที่ระบุว่าให้เป็นพลเมืองดี เป็นนักกีฬาต้องมีน้ำใจนักกีฬา เป็นยังไงก็ไม่รู้) หรือหน้าที่ที่ไม่มีรายละเอียดเลย และไม่มีการระบุไว้เลย เว้นแต่บอกนัยไว้ เช่น ให้ทำตามรัฐธรรมนูญหรือตามประเพณีปฏิบัติ เหล่านี้สร้างปัญหาได้ทั้งนั้น ยิ่งคนทำต้องการบิดประเด็น ก็ยิ่งมีการไม่ทำตามหน้าที่ได้ง่าย หน้าที่บางหน้าที่ผู้กำหนดใช้คำแคบเกินไป หรือระบุไว้ละเอียดเกินไป และผู้ทำก็ตีความแคบๆ ให้ง่ายสำหรับตัวเอง แต่ไร้น้ำหนัก ในการสร้างประสิทธิผลให้กับงาน เช่น ถ้าวัดผลนักเตะจากประตูที่ทำได้เพียงอย่างเดียว นักเตะแต่ละคนจะหวงลูก และแย่งกันเป็นคนทำประตู ถ้าทีมไม่เป็นทีม แฟนกีฬาก็คงนึกออกว่าผลจะเป็นเช่นไร คำว่า "ฝ่ายค้าน" ถ้าถือตามตัวอักษรก็จะค้านตะพึดตะพือไป ค้านไปทุกเรื่อง แต่ถ้าแทนคำว่า Opposition ด้วยคำว่า Minority party ก็คงจะสร้างกรอบความคิดที่กว้างขึ้น และปฏิบัติยากขึ้นแต่ได้ผลดีขึ้นสำหรับสังคม การจะทำหน้าที่ให้ดีบางครั้งก็ต้องมีที่อ้างอิง ที่ไม่ใช่ระเบียบหรือกติกา เพราะกติกาเป็นแค่กฎเกณฑ์ ที่ทำให้เล่นกีฬาเกมเดียวกันได้เท่านั้นเอง และระเบียบก็เป็นความประพฤติขั้นต่ำที่ทำให้คนหมู่หนึ่งอยู่ร่วมกันได้ นักกีฬามักได้รับการสั่งสอนอบรมเรื่อง กฎ กติกา มารยาท นักกีฬาในกีฬาของตน ในบริษัทเอกชนมีเอกสารเป็นเล่มที่ให้แนวทางการวางตนของพนักงาน ระบุสิ่งที่พึงทำ และไม่พึงทำ เพื่อการเป็นพนักงานที่ดี (ไม่ใช่แค่พนักงานที่ไม่ผิดระเบียบ) บางประเทศมีกฎ กติกา มารยาท (Guideline) สำหรับงานในระดับสูง เช่น ระดับเอกอัครราชทูต ระดับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ซึ่งปกติไม่มีใครกล้าเขียนไว้ เพราะคนเขียนในบ้านเรามักเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย และถึงเขียนขึ้นก็เสียเวลาเปล่า คงไม่มีคนใส่ใจทำตาม เพราะไม่มีระบบตรวจสอบถ่วงดุลมาจัดการเตือนให้ผู้ต้องรับปฏิบัติรู้ว่านี่เป็นหน้าที่ กฎ กติกา มารยาท เป็นสิ่งย้ำเตือนและขยายความเจตนารมณ์ของตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ และยังเป็นสิ่งที่นำมาใช้เพื่อแยกแยะคนที่ทำงานได้ดีในหน้าที่ หรือคนที่ทำผิดหน้าที่ (เกินหรือขาดก็ได้) อีกด้วย การไม่ทำหน้าที่มองเห็นได้ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง ถ้าคนดูไม่รู้กติกา เหมือนคนดูฟุตบอลที่ไม่รู้สักอย่างว่า คน 11 คนเขามีหน้าที่อะไรกันบ้าง และคนเล่นก็ไม่รู้กติกาเสียอีก บอกให้เล่นก็ลงไปวิ่ง บางคนก็ขยันเสียจนคนดู และตัวคนทำเองก็ลืมไปว่า กำลังขยันเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ ลองดูเรื่องรอบๆ ตัวที่ทำกันผิดๆ ดูสัก 2-3 เรื่อง ผู้ประสานงานทำหน้าที่เป็นแค่ไปรษณีย์ คือส่งเรื่องจากกลุ่ม ก. ไปให้กลุ่ม ข. นำเรื่องจากกลุ่ม ข. ไปเสนอกลุ่ม ค. และนัดหมายเชิญประชุม ผู้บริหารบางคนนึกว่าการประชุมคือการทำงาน เมื่อต้องตัดสินใจกลับเรียกประชุมหารือ บางคนหนีหน้าที่ตัดสินใจในงานที่อยู่ในหน้าที่ของตัวเอง โดยตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองหลายชุด เพื่อหาที่โอนความรับผิดชอบ หรือโดยการเสนอเรื่องถึงผู้มีอำนาจเหนือ หรือหายตัวไปเสียเฉยๆ ในเวลาที่ต้องตัดสินใจ ปล่อยให้กาลเวลาหรือผู้อื่นต้องรับหน้าที่ไปแทน ซึ่งมักเกิดกับเรื่องที่ไม่อยากตัดสินใจ เพราะตัดสินแล้วมีผลกระทบในทางลบกับบางคน แต่ถ้าเป็นเรื่องในทางบวก ได้บุญคุณกับผู้อื่น กลับเห็นการแย่งงานกันทำ หรือแย่งกันเอาหน้า เช่น กรรมการบริษัท หรือผู้หลักผู้ใหญ่ดึงอำนาจตัดสินใจของผู้จัดการใหญ่ไปทำเอง เข้ามาแทรกแซงการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และในการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น ใครเห็นเป็นเรื่องทำผิดหน้าที่บ้าง เมื่อมีข่าวน้ำทะลัก ซุงถล่ม คนมีหน้าที่กู้ภัยน้ำท่วม หรือมีหน้าที่สอบสวนหาสาเหตุ ที่ซุงถล่มหมู่บ้าน กลับออกไปแจกผ้าห่มกับผู้ประสบภัยเสียนี่ การไม่ทำหน้าที่สร้างความเสียหายได้ ในบริษัทแห่งหนึ่ง มีเรื่องเกิดขึ้นซึ่งต้องการความเด็ดขาดของผู้จัดการใหญ่ คือต้องไล่ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งออก แต่ผู้จัดการใหญ่กลับไม่ทำหน้าที่ เขาปลอบลูกน้องผู้ถูกกระทำ ให้อดทน ให้ช่วยรับภาระ ให้เห็นแก่บริษัท ให้เห็นใจ และเข้าใจเจ้านายที่ทำเรื่องเสียหาย เป็นอันว่ากัปตันทีมไม่ทำหน้าที่ และเรื่องนี้ไม่มีโค้ช ในที่สุด ลูกน้องมือดีที่สุดอดทนไม่ไหวก็ลาออกไปอยู่บริษัทอื่นๆ คนอื่นๆ ก็ทำงานไปวันๆ และในที่สุด (อีกทีหนึ่ง) กิจการนั้นประสบปัญหาถูกเจ้าหนี้ยึด ผู้จัดการใหญ่ถูกเปลี่ยนตัว ลองสำรวจดูซิว่า คุณทำหน้าที่ทุกด้านของคุณหรือยัง และทำดีแค่ไหน หน้า 6
|