|
||||||||||||||
|
เสียงก้องจาก "ทหาร"
ถึง อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
"สู่เส้นทางที่อันตราย"
เสียงก้อง มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1300
ด่วนมาก
กรมกิจการพลเรือนทหาร
๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๘
เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริง เรียน บรรณาธิการนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ อ้างถึง นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ประจำ ๒๔-๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๘ คอลัมน์โลกทรรศน์ หน้าที่ ๑๖ ตามที่นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ประจำ ๒๔-๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๘ คอลัมน์ โลกทรรศน์ หน้าที่ ๑๖ โดย อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ ได้นำเสนอบทความเรื่อง สู่เส้นทางที่อันตรายมาก เป็นบทความที่ผู้เขียนมีเจตนาที่ดี ที่ต้องการเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแนวทางของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ หรือแนวทางสันติวิธี แต่มีบางประเด็นยังคลาดเคลื่อน เช่น มองว่ากองทัพขัดขวางการทำงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ จากการระบุว่า การที่ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีต นรม. ได้รับเชิญเป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ทำให้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปลี่ยนแปลงไปในทางสร้างสรรค์ ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกกฎอัยการศึก แต่เมื่อถูกต่อต้านจากทหาร รัฐบาลเริ่มกลับมาที่เดิมและถ่วงเวลา รัฐบาลปล่อยให้รายการวิทยุบางรายการโจมตีการทำงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ รัฐบาลปล่อยให้ทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงโต้แย้งข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ อันเป็นการแสดงถึงการต่อต้านแนวทางการแก้ไขปัญหาในแนวทางสันติวิธี และ "ที่แย่ที่สุดรัฐบาลรู้ว่าการวางระเบิดหลายครั้ง เป็นฝีมือของกลุ่มบางกลุ่มของทหารแต่รัฐบาลไม่กล้าจัดการ" กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พิจารณาเห็นว่า บทความดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพและมองว่าปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นความขัดแย้งของคนในชาติ จึงขอเรียนชี้แจงดังนี้ กรณีมองว่ากองทัพขัดขวางการทำงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การที่กองทัพออกแถลงการณ์เรื่องกฎอัยการศึกก็เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่าทำไมจึงยังต้องมีการใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ก็เพราะขณะนี้ ยังไม่มีกฎหมายด้านความมั่นคง ออกมารองรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎอัยการศึกก็ยังจำเป็นต้องใช้ไปก่อน ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ลิดรอนสิทธิมนุษยชนหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด หากกฎหมายด้านความมั่นคง ประกาศใช้เมื่อใด กองทัพก็พร้อมที่จะยกเลิกกฎอัยการศึกทันที (ขณะนี้ประกาศใช้ 20 จังหวัดตามแนวชายแดน) ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคฝ่ายจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดสันติสุข กองทัพในฐานะกลไกของรัฐบาลพร้อมที่จะตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของฝ่ายอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ สำหรับประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติกับกองทัพก็ได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมของประชาชนและการมีความสมานฉันท์ จะเป็นพลังที่จะก่อให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว ส่วนการดำเนินการของวิทยุของรัฐบาลบางรายการที่ถูกกล่าวหาว่า โจมตีการทำงาน ของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ และเร่งกระพือความโกรธแค้นชาตินิยม ต่อคนมุสลิมในภาคใต้นั้น ขอเรียนให้ทราบว่า หากว่าเป็นรายการวิทยุในความรับผิดชอบของกองทัพจะไม่มีลักษณะเช่นนี้แน่นอน ส่วนที่เอกชนไปเช่ารายการของกองทัพนั้น กองทัพก็ได้สอดส่องดูแลอยู่แล้ว และผู้จัดรายการเอกชน ก็ไม่ได้พูดก้าวร้าวหรือหมิ่นประมาทผู้ใด ปฏิบัติตามกฎและระเบียบของการจัดรายการ ส่วนข้อคิดเห็นที่แตกต่าง กับคนบางกลุ่มก็เป็นสิทธิที่จะทำได้ตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการพูด และแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย รายการวิทยุของกองทัพมีเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และเพื่อความรักสามัคคีของคนในชาติ สำหรับที่มีการระบุว่า การวางระเบิดหลายครั้งเป็นฝีมือของกลุ่มบางกลุ่มของทหาร แต่รัฐบาลไม่กล้าจัดการนั้น กองทัพขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ขออย่าได้หลงกลฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการเห็นความแตกแยก ระหว่างกองทัพกับประชาชน เป็นการกล่าวหาที่ไร้จรรยาบรรณ บั่นทอนขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องมีความอดทนต่อความเหนื่อยยากลำบาก ต้องเสียสละ ความสุขส่วนตัว โดยปรารถนาที่จะเห็นความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน การดำเนินการแก้ไขปัญหาของกองทัพ ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยในปัญหาภาคใต้ ทรงต้องการเห็นทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหาแห่งชาติ ในลักษณะการมีความเข้าใจปัญหา พยายามเข้าถึงประชาชน และร่วมกันพัฒนาและยึดหลักสันติวิธี โปร่งใส ยุติธรรมในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ซึ่งการดำเนินการของกองทัพที่ผ่านมาก็ได้รับการยอมรับ และไว้วางใจจากผู้นำทางศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี กรมกิจการพลเรือนทหาร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับความร่วมมือดีจากคอลัมนิสต์ดังกล่าวในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แก่ประชาชน ขอขอบคุณมาในโอกาสนี้ และหากท่านประสงค์จะลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาและข้อเท็จจริง กรุณาแจ้งไปที่ กองประชาสัมพันธํ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด โทร. ๐-๒๕๗๕-๖๖๐๓ ถึง ๔ จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ ขอแสดงความนับถือ พลโท พลางกูร กล้าหาญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร หน้า 25
|