หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
สิทธิและเสรีภาพ ในการ (ไม่) ตะโกน ของประชาชนมาจากไหน

โดย สังศิต พิริยะรังสรรค์ มติชนรายวัน วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10394

ในตอนบ่ายของวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ทันทีที่เด็กคนหนึ่งอายุราว 5-6 ขวบ ตะโกนว่า "ทักษิณ ออกไป" เสียงตะโกนขานรับก็ดังอึงมี่ไปทั่วชั้น 2 ของห้างสยามพารากอน ฉับพลันทันทีหน่วยรักษาความปลอดภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณก็เข้ากลุ้มรุมทำร้ายทั้งชก เตะ ต่อย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนหนึ่ง ทั้งที่ยังไม่ได้ตะโกน ที่ตั้งใจว่าจะตะโกนและที่อาจจะตะโกนไปแล้ว จนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน

นอกจากนี้ กลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังตามไปทำร้ายผู้ที่ต้องสงสัยว่าตะโกนต่อต้านระบอบทักษิณอีกหลายรายบนถนน ต่อหน้าสาธารณชนอย่างเปิดเผย โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง

ซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

ในเวลาเดียวกัน หน่วยรักษาความปลอดภัยอีกส่วนหนึ่งได้พา พ.ต.ท.ทักษิณ หลบออกจากห้างอย่างรวดเร็ว ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากกับการกระทำของกลุ่มคนที่มาตะโกนขับไล่ตน และจะให้ตำรวจติดตามตรวจสอบประวัติผู้ที่ประท้วงตนต่อไป

รองโฆษกพรรคไทยรักไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ออกมาแถลงประณามการกระทำของประชาชนที่ตะโกนขับไล่ตน และจะให้ตำรวจติดตามตรวจสอบประวัติผู้ที่ประท้วงตนต่อไป

รองโฆษกพรรคไทยรักไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ออกมาแถลงประณามการกระทำของประชาชนที่ตะโกนขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ

ขณะที่นายไพโรจน์ สุวรรณฉวี กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เห็นว่าการกระทำแบบนี้เป็นวิธีนอกกฎกติกา ของระบอบประชาธิปไตย และพวกที่กระทำเป็นกลุ่มนอกรัฐธรรมนูญ

เขากล่าวว่า "พฤติการณ์ของกลุ่มนอกรัฐธรรมนูญเหล่านี้จะเห็นได้เกือบทุกสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไป เป็นการใช้วิธีนอกกฎกติกามาทำร้ายนายกฯ"

นายยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย นักศึกษาชายผู้หนึ่งที่ถูกทำร้ายร่างกายในวันนั้น เล่าว่า ไปทานอาหารกับเพื่อนๆ พอทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณมาจึงตั้งใจจะไปตะโกนขับไล่นายกฯ แต่ยังไม่ทันได้ตะโกนเลยก็ถูก รปภ. "ชกปาก ทุบคอ พยายามล็อคคอผมเพื่อลากออกจากพื้นที่"

คุณยุรชัฏแสดงความเห็นในเรื่องการใช้สิทธิของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยว่า "การมีความเห็นต่างกัน การใช้สิทธิแสดงความเห็นเป็นสิทธิ เป็นความงดงามที่มีเสน่ห์ของประชาธิปไตย นายกฯต้องใจกว้าง อย่าใช้ความรุนแรงกับคนที่เห็นต่าง นี่ขนาดในกรุงเทพฯ ในสยามพารากอน ใจกลางเมือง ต่อหน้าสื่อมวลชนยังทำกับเยาวชนเด็กๆ ถึงขนาดนี้ ถ้าเป็นประชาชนที่มีความเห็นต่างกับนายกฯที่อยู่ในชนบท ห่างไกลสื่อมวลชนจะทำกันขนาดไหน บอกตรงๆ ว่าผมชักกลัวอันตราย ขนาดนายสมชาย นีละไพจิตร (ทนายชาวมุสลิม) ยังถูกอุ้มกลางกรุง"

นายกรวิวัฒน์ ธรรมพินิจไชย เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์อีกคนหนึ่งเล่าว่า ตนไปเที่ยวที่ห้างกับภรรยา โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะไปตะโกน และไม่ได้ตะโกนด้วย แต่เมื่อเห็นนายยุรชัฏถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายต่อหน้าต่อตา จึงเข้าไปช่วยกัน แต่ผลที่ได้รับก็คือตัวเองกลับถูกทำร้ายอย่างหนัก

เขาเล่าว่า "กลุ่มคนที่มาต่อยผมมีลักษณะอันธพาล ผมคิดว่าเป็นกลุ่มที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี วันนั้นผมต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก เบ้าตาขวามีลักษณะช้ำ ส่วนหู วันที่โดนต่อยผมฟังโทรทัศน์ไม่ชัดเลย ผมไปช่วยคนไม่ให้ถูกทำร้าย แต่กลับถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ไม่ได้ตะโกนไล่นายกฯ"

เช่นเดียวกับสุภาพสตรีอีกท่านหนึ่งที่ถูก รปภ.ผลักจนไปเหยียบเท้า พ.ต.ท.ทักษิณ และนายกฯ สั่งให้เช็คประวัติทันที ได้กล่าวด้วยความกลัวทั้งที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิในการตะโกนว่า "เมื่อคืนถึงกับนอนไม่หลับ พ.ต.ท.ทักษิณมีอำนาจรัฐเยอะมาก ดิฉันอายุ 48 แล้ว อย่ามาเช็คประวัติเลย"

ทรรศนะและแง่มุมในการมองประชาธิปไตยของกลุ่มปกครองในขณะนี้ แตกต่างจากหลักคิดประชาธิปไตย ที่สากลโกลเข้าใจอย่างไรหรือไม่?

ปรากฏการณ์ที่นายกฯอนุญาตให้ รปภ.ของตนเอง (ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนอกเครื่องแบบ) ทำร้ายประชาชนโดยไม่รู้สึกเสียใจกับการกระทำข้างต้น จะอธิบายอย่างไรถ้าไม่ใช่เป็นเพราะผู้นำประเทศเห็นว่า การตะโกนขับไล่ตน เป็นการกระทำที่รุนแรงและไม่เป็นประชาธิปไตย

ผู้เขียนคิดว่าจนถึงขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังคงไม่เข้าใจปรัชญา และความหมายของการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยว่าเป็นอย่างไร เขาไม่เข้าใจว่าระบบการตรวจสอบรัฐบาลนั้นไม่ได้มีแต่ในสภา หรือโดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือประชาชนยังคงมีสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่ที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แม้ว่าจะมีสภา และองค์กรอิสระแล้วก็ตาม การแสดงออกโดยการชุมนุม การประท้วง การวิพากษ์วิจารณ์ การตะโกน โห่ร้องด้วยความไม่พอใจของประชาชน ต่อผู้ปกครองสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะสิทธิและเสรีภาพ ในการแสดงออกของประชาชน ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิทธิและเสรีภาพ ที่ติดตามมาโดยกำเนิดตามธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 อีกด้วย

จอห์น ลอค (John Lock, 1632-1704) นักคิดคนสำคัญของระบอบประชาธิปไตยชาวอังกฤษกล่าวไว้เมื่อกว่า 300 ปี มาแล้วว่า อิสรภาพ เสรีภาพ และกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลในทรัพย์สิน (private property) เป็นสิทธิในระดับมูลฐานของมนุษย์ มนุษย์เกิดมามีความเป็นอิสระและเท่าเทียมกัน

แต่ที่มนุษย์ยอมสละสภาพธรรมชาติก่อตัวสังคมการเมือง และให้มีรัฐบาลปกครองพวกเขาแทนที่จะต่างคนต่างอยู่ และต้องปกป้องสิทธิต่างๆ ด้วยตัวเอง ก็เพราะต้องการให้รัฐบาลเป็นตัวแทนของพวกเขา ให้เข้ามาดูแล สิทธิ เสรีภาพ และกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของปัจเจกบุคคล

การที่ประชาชนเลือกรัฐบาลคณะหนึ่งขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าประชาชนได้มอบอำนาจทั้งหมดของตนให้แก่ผู้ปกครองไป อำนาจที่รัฐบาลใช้ก็ไม่ใช่อำนาจของตนเอง แต่เป็นอำนาจที่ประชาชนให้รัฐบาลใช้ในลักษณะที่จะต้องมีหลักประกันว่า จะต้องเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น

เพราะฉะนั้น การมีรัฐบาลและกฎหมาย จึงไม่ใช่มีไว้เพื่อกีดขวาง ทำลาย กดขี่ หรือข่มเหงประชาชน แต่จะต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมและขยายเสรีภาพของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น

ลอคยังกล่าวด้วยว่า "ถ้ารัฐบาลละเมิดกฎแห่งธรรมชาติ ไม่ปฏิบัติการเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ประชาชนก็มีสิทธิล้มล้างรัฐบาลด้วยการปฏิวัติได้" เหตุผลที่เขาให้ก็คือ ถ้ารัฐบาลเอาประชาชนมาอยู่ใต้อำนาจของตน หรืออยู่ใต้ความต้องการของตน ปฏิเสธที่จะไม่ให้ประชาชนมีความเป็นอิสระซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับกฎของธรรมชาติ

การกระทำของรัฐบาลก็เปรียบเสมือนสัตว์ป่าที่ขาดเหตุผล และไม่สมควรจะให้ดำรงอยู่อีกต่อไป

ในปัจจุบันการประท้วงรัฐบาลด้วยวิธีการสงบ ตามระบอบประชาธิปไตยที่ลอคเสนอไว้ ได้กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับกันอยู่ทั่วไปในอารยประเทศอย่างไม่มีข้อสงสัยและไม่มีข้อโต้แย้ง

กระนั้นก็ดี ผู้เขียนได้แต่สงสัยว่าถ้าหากลอคสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกวาระหนึ่ง แล้วพบว่า "ประชาธิปไตย" ของประเทศไทยภายใต้ระบอบทักษิณ ที่เอาความคิดของเขามาเป็นเครื่องมือในการปกครองประเทศ

แต่ประชาชนที่เพียงแค่คิดจะตะโกนไล่รัฐบาล ก็ถูกอำนาจรัฐลงโทษเสียแล้ว

ระบอบการปกครองแบบนี้ลอคจะเรียกว่าอะไร?

หน้า 7