|
||||||||||||||
|
อย่าหักหนาม
กุหลาบแก้ว
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10393 การสอบสวนกรณีการถือหุ้นแทนหรือนอมินี ให้กับต่างด้าวในบริษัท กุหลาบแก้ว จำกัด และบริษัท ซีดาร์โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่เข้าไปซื้อหุ้นในบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดูเหมือนมีความพยายามจะขยายประเด็นจากกรณีนี้ไปถึงบริษัทอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีเสียงร้องเรียนผ่านทางหอการค้าต่างประเทศ และจากความกังวลของ "ทนง พิทยะ" รมว.คลัง ที่วิตกว่าผลกระทบจากการสอบสวนประเด็นนอมินีของบริษัทกุหลาบแก้ว จะส่งผลต่อการลงทุนของต่างชาติในไทย เพราะแทบทุกธุรกิจที่ต่างชาติลงทุนในไทย จะซิกแซ็กให้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อมีอำนาจในการบริหารจัดการ ประเด็นต่อเนื่องนี้จะต้องพิจารณาให้ดี อย่าทำเป็น "เจ๊กตื่นไฟ" แล้วหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนต้นตอของปัญหา ทั้งนี้ การที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุนธุรกิจต่างๆ ในไทยนั้น เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่ากฎหมายของไทยเปิดให้แค่ไหน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร หากรู้เงื่อนไขต่างๆ แล้ว แต่ยังทำผิดโดยใช้นอมินีเพื่อเลี่ยงกฎหมาย ก็ต้องรับความเสี่ยงนั้นด้วย ไม่ใช่ตัวเองเลี่ยงกฎหมายแล้วรอดหูรอดตาไปได้ แต่เผชิญมีคนอื่นที่เลี่ยงกฎหมายเหมือนกันแล้วกำลังจะถูกจับได้ ก็เลยออกมาโวยวายว่าจะกระทบกับการลงทุน เพราะตัวเองก็ทำผิดเหมือนกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐพอได้ยินเสียงขู่ว่าจะกระทบการลงทุนต่างชาติ จากบริษัทที่กระทำผิดกฎหมาย ก็เลยกลายเป็นว่าจะทำอย่างไรไม่ให้คนที่ทำผิดกฎหมาย ได้รับผลกระทบ และจะทำอย่างไรเพื่อช่วยพวกที่ทำผิดกฎหมาย ให้ถูกกฎหมาย อย่าลืมว่านักลงทุนต่างชาติหลายบริษัทก็เข้ามาทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เขาได้ความเป็นธรรมอะไรบ้าง จากการที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ หรือว่าโง่ที่ไม่ใช้นอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายเหมือนคนอื่น ในเมื่อมี พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่มีการกำหนดบัญชีธุรกิจ 1, 2 และ 3 โดยมีเงื่อนไขการลงทุนของต่างชาติ และมีข้อห้ามเรื่องนอมินีเอาไว้ แต่ต่างชาติก็ยังหาช่องโหว่ให้ต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีได้ และทำท่าว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายด้วยซ้ำ ก็ควรยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ไปเลยไม่ดีหรือ แล้วเปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจได้เสรี ไม่ต้องมาตีความว่าการเป็นนอมินีให้มันยุ่งยาก นอกจากนี้จะได้ไม่เป็นช่องทางให้พวกนักกฎหมายธุรกิจทั้งหลาย หากินกับต่างชาติ โดยคอยวางแผนหาคนไทยมาเป็นนอมินี พร้อมกับจัดการเรื่องตั้งบริษัทย่อยต่างๆ มาถือหุ้นไขว้กันไปมา เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งสร้างรายได้ ให้กับนักกฎหมายเหลี่ยมจัดเหล่านี้อย่างมหาศาล บางคนถึงกับได้ดิบได้ดีได้เก้าอี้รัฐมนตรีเป็นค่าตอบแทน โดยเฉพาะกรณีของบริษัทกุหลาบแก้ว และบริษัทซีดาร์ฯ ก็เป็นฝีมือของนักกฎหมายเหลี่ยมจัดคนหนึ่งที่เคยเป็นอดีต รมช.พาณิชย์ ซึ่งเชี่ยวชาญการหลีกเลี่ยงกฎหมายธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะการเลี่ยงภาษี หากผลสรุปว่าบริษัทกุหลาบแก้วเป็นนอมินี อดีต รมช.พาณิชย์ผู้นี้อาจจะเข้าข่ายการช่วยหลือสนับสนุนด้วย แต่ไม่รู้ว่าคณะทำงานตรวจสอบที่มี "ยรรยง พวงราช" รองปลัดกระทรงพาณิชย์เป็นประธาน จะสาวถึงคนวางแผนนี้หรือไม่ จะอย่างไรก็ตาม การอ้างว่าต่างชาติมีการทำลักษณะนอมินี (ที่ผิดกฎหมาย) กันจำนวนมากและจะกระทบการลงทุนนั้น ไม่ชอบด้วยเหตุผล และไม่ควรจะนำมาเป็นแรงกดดัน เพื่อเบี่ยงประเด็นการสอบสวนกรณีบริษัทกุหลาบแก้ว โดยหวังจะหักหนาม "กุหลาบแก้ว" ให้หลุดพ้นไปจากความผิดและความเป็นจริง หน้า 20
|