หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ไฟ กุหลาบแก้ว เปลี่ยนมือ

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10386

ค่อนข้างจะชัดเจนระดับหนึ่งว่าผลการสอบสวนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สรุปเบื้องต้นแล้วว่า ผู้ถือหุ้นในบริษัท กุหลาบแก้ว จำกัด น่าเชื่อว่าจะเป็นการถือหุ้นแทนหรือนอมินีของต่างชาติ (เทมาเส็ก) และเตรียมที่จะส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป เพราะถือเป็นความผิดอาญา ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่ห้ามผู้มีสัญชาติไทย ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยง หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

หากผลเบื้องต้นสรุปว่าผู้ถือหุ้นใน "กุหลาบแก้ว" เป็น "นอมินี" สัญชาตินิติบุคคลของ "กุหลาบแก้ว" ก็คือ "ต่างด้าว" ซึ่งจะมีผลเป็นลูกโซ่ถึงบริษัท ซีดาร์โฮลดิ้งส์ ที่ถือหุ้นใน บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป และต่อเนื่องถึงบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสด้วย

นั่นหมายความว่าการเป็น "นอมินี" ของ "กุหลาบแก้ว" จะส่งผลกระทบเป็น "โดมิโน" ถึงธุรกิจในเครือชินคอร์ปทั้งหมด และจะทำให้ "อภิมหาดีล" ในการขายหุ้นชินคอร์ปมูลค่ากว่า 7.3 หมื่นล้านบาท ของ "ตระกูลชินวัตร" มีปัญหาขึ้นมา

คณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวที่มี "อรจิต สิงคาลวณิช" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประธานนั้น จึงได้รับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยื่นเรื่องให้สอบสวน แต่คงไม่เท่ากับฝ่ายรัฐบาลใช้ทั้งพลังอำนาจทางการเมืองทั้งทางตรง และทางอ้อมกดดันทุกทาง ถึงขนาดกรรมการสอบสวนบางคนถึงกลับต้องหลบลี้หนีหน้า ไม่รับโทรศัพท์และไม่นั่งทำงานในห้องตามปกติ

จนเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น และได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่เชื่อได้ว่าผู้ถือหุ้นใน "กุหลาบแก้ว" เป็น "นอมินี" และอยู่ระหว่างการตรวจสอบถ้อยคำสำนวนให้ถูกต้อง ก็ปรากฏว่ามีขบวนการแทรกแซงมาทันที ทั้งจากอดีต รมช.พาณิชย์ ที่ขณะนี้กลายเป็นมือขวาให้กับนักการเมืองใหญ่ซึ่งพยายามล็อบบี้ให้เบรกผลสอบเอาไว้

ขณะที่ "ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ" รมช.พาณิชย์คนปัจจุบันก็ยอมรับว่า "สุรินทร์ อุปพัทธกุล" ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ใน "กุหลาบแก้ว" ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมมาให้ (เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม) โดยอ้างว่าทางกรมไม่ได้นำไปพิจารณา พร้อมยืนยันว่าเป็นเจ้าของเงินลงทุนเอง

น่าแปลกว่า "สุรินทร์" รู้ได้อย่างไรว่ากรมพิจารณาประเด็นอะไรบ้าง แต่ที่สำคัญก็คือ ก่อนที่ "สุรินทร์" จะเข้ามาเพิ่มทุนใน "กุหลาบแก้ว" นั้น มีหลักฐานที่เชื่อว่าผู้ถือหุ้นเดิมเข้าข่ายเป็น "นอมินี" ที่เป็นความผิดสำเร็จแล้ว เป็นคนละส่วนกับเอกสารที่ "สุรินทร์" พยายามชี้แจงเพิ่มเติม

เมื่อทางกรมสรุปผลการสอบสวนแล้วส่งเรื่องไปที่กระทรวงพาณิชย์ "ยรรยง พวงราช" รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ใช้อำนาจหัวหน้ากลุ่มงาน (คลัสเตอร์) ที่กำกับดูแลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอสอบสวนเพิ่มเติม โดยอ้างถึงเอกสารของ "สุรินทร์"

แต่ที่น่าสนใจก็คือ ใครจะเป็นคนลงนามแต่งตั้งกรรมการมาสอบสวนเพิ่มเติม รัฐมนตรี ปลัดฯ หรือตัว "ยรรยง" เอง

ส่วนเหตุผลของ "ยรรยง" ที่บอกว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่รัดกุม ไม่รอบด้าน หากส่งถึงมือตำรวจ ก็จะต้องสอบสวนหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมอีกนั้น ก็มีคำถามตามมาว่าเป็นเหตุผลทางสำนวนคดีจริงๆ หรือว่าเป็นเหตุผลทางการเมือง

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ขณะนี้ "ไฟ" จาก "กุหลาบแก้ว" ได้ย้ายจากมือ "อรจิต" ไปสู่มือ "ยรรยง" อย่างเต็มตัวแล้ว อยู่ที่ว่า "ยรรยง" จะจัดการกับ "ไฟ" นี้อย่างไร ไม่ให้ลุกลามไหม้ตัวเอง

หน้า 20