หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ไม้หลักปักเลน

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น เศรษฐ์ สันติ มติชนรายวัน วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10385

ผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรกำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะกำลังถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากรและการประเมินภาษีกรณีนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ซื้อหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นอกตลาดหลักทรัพย์จากบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนต์ ในราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาด 49 บาท ทำให้บุคคลทั้งสองได้รับผลประโยชน์จาก "ส่วนต่าง" กว่า 15,000 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการประเมินภาษีเงินได้บุคคลทั้งสอง

อย่างไรก็ตาม นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร เห็นว่า ตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 สตง.ไม่มีอำนาจเรียกข้าราชการของกรมสรรพากร ไปให้ปากคำจึงส่งเรื่อง ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ (หนังสือที่ กค0706/ต48 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2549) ซึ่งในหนังสือดังกล่าวมีข้อมูลน่าสนใจ 2 ประเด็น

หนึ่ง กรมสรรพากรให้ข้อมูลว่า ในการตอบข้อหารือเกี่ยวกับภาษีแก่หน่วยราชการและเอกชน โดยในปี พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 ได้มีการพิจารณาวินิจฉัยตอบข้อหารือไปแล้วประมาณ 1,300 เรื่อง

หรือคิดคร่าวๆ ประมาณปีละ 900 เรื่อง หรือประมาณวันละเกือบ 3 เรื่อง

ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ในการตอบข้อหารือที่ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ ทำหนังสือกรมสรรพากรลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 เรื่องเกี่ยวกับภาระภาษีของนายพานทองแท้ซื้อหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปจากบริษัท แอมเพิลริชฯ ในราคาหุ้นละ 1 บาท ทำไมข้อมูลในหนังสือที่ตอบข้อหารือลงวันที่ 21 กันยายน 2548 มีมากกว่าหนังสือหารือของ น.ส.ปราณี เช่น ระบุว่า บริษัท แอมเพิลริชฯ มีนายพานทองแท้ และพิณทองทา เป็นกรรมการบริษัท ทั้งๆ ที่หนังสือของ น.ส.ปราณีมิได้ระบุไว้

หรือ น.ส.พิณทองทา เป็นผู้ซื้อหุ้นชินคอร์ปด้วย แต่หนังสือของ น.ส.ปราณีระบุแต่ชื่อนายพานทองแท้

นางเบญจา หลุยเจริญ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี เคยอ้างว่า เชิญผู้หารือมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แต่เมื่อดูจากปริมาณผู้หารือและการตอบข้อหารือแล้ว โอกาสที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจะมีเวลาเชิญผู้หารือ มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมมีน้อยมาก ยกเว้นเป็นการบริการพิเศษเฉพาะครอบครัวชินวัตร

หรือถ้ามีการเชิญมาจริง เชิญมาพบวันไหน เวลาเท่าใด มีหนังสือเชิญหรือไม่ บันทึกการสอบถามข้อมูลอยู่ที่ไหน หรือใช้ความทรงจำของเจ้าหน้าที่ (ทั้งๆ ที่มีปริมาณเรื่องหารือจำนวนมากในแต่ละวัน)

สอง กรมสรรพากรอ้างว่า สตง.จะตรวจสอบกรณีการซื้อหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปจากบริษัท แอมเพิลริชฯ ที่มีการซื้อ และขายหุ้นกันในเดือนมกราคม 2549 ตามข่าวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ หากมีภาระภาษีที่จะต้องเสีย บุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ภายในเดือนมีนาคมทุกๆ ปี คือ ภายในเดือนมีนาคม 2550 กรณีดังกล่าวกรมสรรพากรยังไม่มีอำนาจในการประเมิน การยุติการประเมิน การอุทธรณ์ การคืนภาษีแต่อย่างใด จึงไม่อยู่ในขอบเขตของการตรวจสอบของ สตง.

สรุปง่ายๆ กรมสรรพากรยังไม่มีอำนาจในการประเมินภาษี 2 พี่น้องชินวัตร เพราะยังไม่มีการยื่นแบบ เสดงรายการการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แต่คำถามมีว่า แล้วที่นายนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร แถลงเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549 ที่กระทรวงการคลัง สรุปว่า การซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ไม่ต้องเสียภาษีในทุกกรณีหมายความว่าอย่างไร เป็นการประเมินภาษีล่วงหน้าใช่หรือไม่ อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด

เมื่อ 2 พี่น้องชินวัตรยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วนายศิโรตม์ไปตรัสรู้รายละเอียดเรื่องนี้ จนไปนั่งแถลงข่าวได้อย่างไร

หรือกรมสรรพากรทำงานแบบไม้หลักปักเลนเช่นนี้เป็นประจำ?

หน้า 20