|
||||||||||||||
|
ตลาดร่วม ละตินอเมริกา
ต้านทุนครอบโลก
คอลัมน์ เดินคนละฟาก โดย กมล กมลตระกูล ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3816 (3016) การประชุมกลุ่มประเทศตลาดร่วมละติน อเมริกาภาคใต้ ที่มีชื่อย่อว่า เมอร์โคเซอร์ (MERCOSUR) โดยมีชื่อเต็มว่า Mercado Comun del Sur ที่รัฐคอโดบา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ เช กูวารา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อเดือนที่แล้วมีสีสันมากเป็นพิเศษ MERCOSUR ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1991 มีสมาชิกเริ่มแรก 4 ประเทศ คือ บราซิล อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย ซึ่งได้ลงนามทำสัญญาเปิดตลาดโดยการลดภาษีสินค้าเข้าให้แก่กันและกัน เพื่อเป็นการขยายการค้า และมีการจัดประชุมผู้นำทุก 6 เดือน การประชุมครั้งที่ 30 เมื่อวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2006 ที่ผ่านมานี้ มีสีสันมากขึ้นเมื่อประเทศเวเนซุเอลา ได้เข้ามาเป็นสมาชิกถาวรเป็นประเทศที่ 5 และมีผู้นำอีก 3 ประเทศ คือ โบลิเวีย ชิลี และโคลัมเบีย ซึ่งได้รับเชิญเป็นสมาชิกสมทบ (associate members) ไม่เพียงแค่นั้น ฟิเดล คัสโตร ประธานาธิบดีของประเทศคิวบา ก็ได้เดินทางมาร่วมประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้รู้ล่วงหน้า ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ เป็นการรวมตัวพบปะกันของผู้นำที่ส่วนใหญ่ มีแนวคิดต้านนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมโลกาภิวัตน์ หรือเศรษฐกิจทุนครอบโลก นายเนสเตอร์ คิชร์เนอร์ ผู้เป็นเจ้าภาพ ได้กล่าวเปิดการประชุมว่า "ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (solidarity) คือตัวขับเคลื่อนการร่วมมือของเรา บางประเทศมีความเข้มแข็งกว่า บางประเทศมีความอ่อนแอกว่า ดังนั้นเราจึงต้องจับมือกันเพื่อความเข้มแข็งยิ่งขึ้น" นายชาเวซ ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่คนล่าสุด ถึงกับประกาศว่า การรวมตัวกันเป็นตลาดร่วมของกลุ่มประเทศละติน อเมริกาภาคใต้ MERCOSUR ซึ่งมีประชากรหรือตลาดรวมกัน 250 ล้านคน และมีผลผลิตมวล รวมของภูมิภาคมีมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญ และมูลค่าการค้าอีก 3 แสนล้านเหรียญ หรือประมาณ 12 ล้านล้านบาท เป็นการประกาศว่าข้อตกลง การค้าเสรี หรือเอฟทีเอของนาฟต้า ได้ถึงกาลอวสานแล้ว ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้แก่ ประธานาธิบดีเนสเตอร์ คิร์ชเนอร์ ของอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ประธานาธิบดี ลูอิส ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ประธานาธิบดีนิคาเนอร์ ดัวเต้ ฟรูโตส์ ปารากวัย ประธานาธิบดีทาแบร์ วาซ์เควซ อุรุกวัย ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ เวเนซุเอลา ประธานาธิบดีมิเชล บาเชเลท ชิลี ประธานาธิบดีอีโว โมราเลส โบลิเวีย ประเด็นใหญ่ของการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เรื่องการร่วมมือกันทางด้านพลังงาน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก เรื่องนโยบายภาษีศุลกากร เรื่องการเปิดพรมแดนการค้า และการร่วมมือกันทางการค้าและการลงทุน เรื่องการจับมือกันเจรจากับกลุ่มเศรษฐกิจภายนอกเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องการตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของประเทศกลุ่มสมาชิก เพื่อที่จะพึ่งตัวเอง และไม่ต้องพึ่งแหล่งทุนภายนอกที่มักจะมีเงื่อนไขและมีวาระซ่อนเร้น ประเด็นเฉพาะที่มีการนำมาอภิปรายหาข้อสรุป คือ ความขัดแย้งระหว่างอาร์เจนตินากับอุรุกวัย ในเรื่องที่อุรุกวัย ต้องการสร้างโรงงานผลิตเยื่อกระดาษที่ริมฝั่งแม่น้ำอุรุกวัย ที่เป็นพรมแดนที่ใช้ร่วมกันซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษ และกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา และกระทบต่อการประกอบอาชีพการเกษตร และการประมงของประชาชน ที่อาศัยแม่น้ำนี้มาเป็นเวลาหลายสิบศตวรรษ ประเทศโบลิเวียยกประเด็นเรื่องทางออกทางทะเลที่ต้องการให้ประเทศอาร์เจนตินาเปิดทางให้ บราซิลยกเรื่องราคาก๊าซที่โบลิเวียคิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 นอกจากนี้ก็มีประเด็นเรื่องการลงทุนเมกะ โปรเจ็กต์ร่วมกันโดยสร้างท่อส่งก๊าซที่มีความยาว 8,000 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกันทุกประเทศเพื่อการใช้งานร่วมกัน และเรื่องการหาทางลดช่องว่างของประเทศที่มีขนาดใหญ่กับเล็ก และมีระดับการพัฒนา และขนาดเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากัน ในที่ประชุมได้ตกลงลงนามทำข้อตกลงทางการค้าของกลุ่ม MERCOSUR กับประเทศคิวบาต่างหากซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกัน เพราะว่าคิวบามีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ด้านการมีครูที่มีทักษะ มีหมอที่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะหมอด้านการผ่าตัดสายตา ซึ่งสามารถส่งมาแลกเปลี่ยนกับกลุ่มประเทศตลาดร่วม นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ประธานาธิบดี บาเชเลทของชิลีได้ยกประเด็นเรื่องการร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคมด้วย คือ ความยากจนของประชากรส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศ โดยอย่ามองเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้าเท่านั้น ที่ประชุมเห็นด้วย และตกลงให้การประชุมครั้งต่อๆ ไปให้มีการประชุมคู่ขนานขององค์กรภาคประชาสังคมพร้อมๆ กันไปด้วย ประธานาธิบดีอีโว โมราเลส ได้กล่าวสนับสนุน และย้ำว่า "ประเด็นที่สำคัญที่สุดที่สมาชิก MERCOSUR ต้องร่วมกันหาข้อสรุป คือ จะทำอย่างไรจึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อของแนวคิดเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ หรือทุนครอบโลกที่บริษัทข้ามชาติสร้างความยากจน และปล้นสะดมทรัพยากรของเราไป" ประธานาธิบดีอีโว โมราเลส ซึ่งเป็นคน พื้นเมือง (อินเดียนแดง) คนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของประเทศโบลิเวีย ได้กล่าวต่อว่า ประเทศของเขาถูกข่มขู่และแบล็กเมล์ เพราะว่ารัฐบาลของเขาได้ซื้อคืนกิจการน้ำมัน และก๊าซแห่งชาติ ที่ถูกแปรรูปไปในรัฐบาลยุคก่อนหน้าเขา และเขาต้องการความช่วยเหลือทางด้านความรู้และเทคโนโลยีจากประเทศอาร์เจนตินา บราซิล และเวเนซุเอลาที่พัฒนาก้าวหน้ากว่าโบลิเวีย โดยเฉพาะด้านการสำรวจ และการยืนยันถึงปริมาณสำรองของก๊าซ ในโบลิเวีย ซึ่งบริษัทข้ามชาติระบุว่ามีต่ำกว่าความเป็นจริงหลายสิบเท่า" ประธานาธิบดีลูลาให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิใจว่า "เดี๋ยวนี้ไม่มีใครพูดถึงข้อตกลงการค้าเสรีกับอเมริกา (FTAA-Free Trade Area of the America) อีกแล้ว แต่เขาพูดถึง MERCOSUR" ประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างเอิกเกริกในบ้านเกิดของเช กูวารา ซึ่งเขาได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านที่ เช กูวารา เกิด และเติบโต ซึ่งรัฐบาลอาร์เจนตินาได้เก็บ และสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้การศึกษา แก่คนรุ่นหลังถึงความเสียสละของคนคนหนึ่ง ที่ละทิ้งความสะดวกสบาย ทุกอย่างรวมทั้งคู่รักที่เป็นลูกสาวของเจ้าที่ดินใหญ่ ของรัฐคอโดบา ไปทำงานปฏิวัติเพื่อปลดทุกข์ของคนจนอย่างยั่งยืน คาสโตรมีความผูกพันกับเช กูวารา มาก เพราะว่าเชได้ไปร่วมปฏิวัติกับเขาในประเทศคิวบา และเมื่อสำเร็จแล้ว ก็เดินทางไปสนับสนุนการปฏิวัติต่อที่ประเทศโบลิเวีย และถูกทหารที่ได้รับการฝึกจากซีไอเอฆ่าตายที่นั่นเมือปี 1967 ประธานาธิบดีคิชร์เนอร์ได้จัดงานเลี้ยงรับรองต้อนรับบรรดาผู้นำทั้งหมดในคฤหาสน์เฟอร์รี่รา (Ferreyra) ของครอบครัวชิชินา (Chichina) ซึ่งลูกสาวเป็นคู่รักของเช กูวารา ด้วย ประธานาธิบดีคาสโตรได้กล่าวปาฐกถาว่า "ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะมาร่วมประชุมด้วย แม้แต่ตัวเขาเอง แต่ที่เขาเดินทางมาก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ กับการประชุมที่สำคัญนี้ ซึ่งกระบอกเสียงของจักรพรรดินิยมตะวันตกล้วนปั้นข่าวเท็จรายงาน ว่าเป็นการประชุมที่มีปัญหาและล้มเหลว" - ประสบการณ์ของคิวบายืนยันว่า แม้ว่าจะยากจน มีทรัพยากรน้อย แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นก็สามารถทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ในท่ามกลางการปิดล้อมของโลกตะวันตก ประเทศคิวบามีอัตราการตายของทารกแรกเกิดเพียงร้อยละ 5.6 ต่อพัน ซึ่งเป็นสถิติที่ดีกว่าในอเมริกาเสียอีก" - คิวบาสามารถผลิตหมอที่มีเหลือกว่า 30,000 คนที่ส่งออกไปช่วยเหลือประเทศที่ขาดแคลนหมอทั่วโลก รวมทั้งในเวเนซุเอลา ซึ่งขายก๊าซและน้ำมันราคาถูกให้กับคิวบาแลกกับการส่งหมอมาช่วยรักษาชาวเวเนซุเอลาในชนบทที่ห่างไกล" - วิธีการสอนภาษาของคิวบาที่นำมาใช้ ในประเทศเวเนซุเอลาได้ช่วยให้ชาวชนบททั้งผู้ใหญ่และเด็กที่ถูกทอดทิ้งจากรัฐบาลเดิม สามารถอ่านออกเขียนได้มากกว่า 1.5 ล้านคนแล้ว" - จักษุแพทย์ของคิวบาได้สอนและให้การผ่าตัดตาในประเทศโบลิเวียและประเทศละติน อเมริกาอื่นๆ ไปแล้วหลายแสนคนเพื่อให้ไม่ต้อง ตาบอด ตัวอย่างเหล่านี้คือรูปธรรมของความร่วมมือที่สามารถพัฒนาให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นจาก การประชุมครั้งนี้" การประชุมกลุ่มประเทศตลาดร่วมละติน อเมริกาภาคใต้ น่าจะให้แสงสว่างกับนักวิชาการและนักการเมืองไทยว่า ทางรอดในการไม่ตกเป็นเหยื่อของแนวคิดเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ หรือทุนครอบโลกที่บริษัทข้ามชาติเข้าสร้างความยากจน และปล้นสะดมทรัพยากรของเราไป ที่ก่อให้เกิดวิกฤตทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมืองในทุกวันนี้ยังมี และไม่สายเกินไป ละตินอเมริกาได้บทเรียนอันเจ็บปวดมาแล้วจากการเดินตามนโยบายทุนนิยมโลกาภิวัตน์ หรือทุนครอบโลกที่เราไม่มีทางสู้ จึงต้องเปลี่ยนยุทธ ศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจที่พึ่งการส่งออกสินค้าไม่กี่ตัวไปขายยังไม่กี่ประเทศ โดยมีกลุ่มทุนไม่ถึง 10 กลุ่มที่ได้ประโยชน์ แต่คนทั้งชาติย่อยยับ สู้เรียนรู้จากละตินอเมริกาและหันมาร่วมมือกันเองในภูมิภาคเพื่อค้าขายกันเอง และสร้างอำนาจต่อรองเพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบบริษัทข้ามชาติที่รุกเข้ามาเขมือบกิจการแทบทุกอย่าง รวมทั้งทำลายทุนขนาดเล็ก เช่น กิจการโชห่วย และขูดรีดผู้ผลิตและซัพพลายเออร์รายย่อยที่ขาดอำนาจต่อรอง แม้แต่แผ่นดินก็ถูกกว้านซื้อไปทั่วทั้งป่าเขา ชายหาด และเกาะแก่ง ถ้าประชาชนไม่ตื่นขึ้นมากดดันนักการเมืองที่ทำตัวเป็นนายหน้าขายชาติ ลูกหลานก็จะไม่มีอะไรเหลือ และไม่มีแผ่นดิน จะอยู่ หน้า 46
|