หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ไม่เข้าร่วม FTA อาเซียน-เกาหลีใต้  มีผลกระทบกับไทยแค่ไหน?

รู้ทันเอฟทีเอ: วรดุลย์ ตุลารักษ์ โครงการ FTAdigest สนับสนุนโดย สกว.  กรุงเทพธุรกิจ  วันเสาร์ที่  20  พฤษภาคม พ.ศ. 2549

ในการประชุมรัฐมนตรีการค้าอาเซียน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2549 รัฐบาลไทยปฏิเสธไม่ร่วมกับอาเซียนในการทำ FTA กับเกาหลีใต้ โดยอ้างว่า เกาหลีใต้ปกป้องตลาดข้าวและสินค้าเกษตรของตนหลายรายการ ไทยจึงไม่ยอมทำความตกลงด้วย เพราะคิดว่า FTA นี้ จะไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย

ใน FTA ดังกล่าว เกาหลีใต้และอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ กำหนดแผนที่จะลดภาษีนำเข้าระหว่างกัน โดยเกาหลีใต้จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2553 ในขณะที่อาเซียนจะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าของตนเหลือ 5% ภายในปี 2555 ส่วนประเทศอาเซียนอีก 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ก็จะเข้าร่วมในความตกลงในภายหลัง

การปฏิเสธไม่ทำ FTA ของไทย (ซึ่งไม่พบเห็นได้บ่อยนัก) จะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของไทย และทำให้ไทยเสียหายทางเศรษฐกิจ หรือไม่ อย่างไร?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจของไทยจากการไม่ทำ FTA เกิดขึ้นได้จากอะไร ในการค้าสินค้าระหว่างประเทศนั้น ภาษีนำเข้าถือเป็นต้นทุนของสินค้า หากอาเซียนและเกาหลีใต้ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลง จะทำให้ต้นทุนของสินค้านำเข้าหรือส่งออกของทั้งสองฝ่ายต่ำลง และการค้าระหว่างกันก็จะเพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็จะเพิ่มมากขึ้นตามมา แต่เมื่อไทยไม่ร่วมกับอาเซียนในการทำ FTA กับเกาหลีใต้ ไทยก็จะไม่ลดภาษีนำเข้าให้กับเกาหลีใต้ และเกาหลีใต้ก็จะไม่ลดภาษีนำเข้าให้กับไทย

เมื่อเป็นเช่นนี้ สินค้าส่งออกของไทยก็อาจจะถูกสินค้าจากอาเซียน แย่งตลาดเกาหลีใต้ไป หรือแม้ไม่มีคู่แข่ง สินค้าไทยบางรายการก็เสียโอกาสที่จะได้รับการลดภาษีจากเกาหลีใต้ไป กล่าวได้ว่า ไทยจะเสียประโยชน์จากการไม่เข้าร่วมใน FTA นี้อย่างแน่นอน แต่จะเสียประโยชน์มากหรือน้อย เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา

การประมาณการผลกระทบของ FTA อาเซียน-เกาหลีใต้ ทำได้โดยใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า แบบจำลองดุลยภาพทั่วไป (CGE) ซึ่งจะสมมติให้อัตราภาษีนำเข้าของสินค้าต่างๆ ระหว่างอาเซียนและเกาหลีใต้ทุกรายการเป็นศูนย์ ในขณะที่อัตราภาษีนำเข้าระหว่างไทยและเกาหลีใต้คงเดิม

การประมาณการทำให้เราทราบว่า ผลกระทบต่อไทยจากการไม่เข้าร่วม FTA นี้ จะทำให้จีดีพีของไทยลดลงประมาณ 0.065% อย่างไรก็ตาม หากเกาหลีใต้และอาเซียนเลือกเปิดเสรีเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม แต่ไม่เปิดเสรีสินค้าเกษตร จีดีพีของไทยจะลดลงเพียงประมาณ 0.062%

จะเห็นได้ว่า ผลกระทบต่อไทยในทั้ง 2 กรณีอยู่ในระดับที่ต่ำมาก จนแทบจะไม่สามารถรู้สึกได้เลย

เราจึงไม่ต้องกังวลว่า การที่ไทยไม่เข้าร่วมกับอาเซียนในการทำ FTA กับเกาหลีใต้ จะทำให้ไทยเสียประโยชน์มาก จากการถูกสินค้าส่งออกของอาเซียนแย่งตลาดเกาหลีใต้ไป

ดังนั้น ไทยจะทำ FTA กับเกาหลีใต้หรือไม่ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าในปัจจุบันไทยได้เจรจา FTA แบบทวิภาคีไปแล้วหรือกำลังเจรจาอยู่กับ 8 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐ บาห์เรน และเปรู ซึ่ง FTA ของไทยกับทั้ง 8 ประเทศ ถือว่าน่าจะเพียงพอแล้วในปัจจุบัน

สิ่งที่ไทยควรให้ความสำคัญในขณะนี้ก็คือ การแสวงหาประโยชน์จาก FTA ต่างๆ ที่ลงนามไปแล้วมากกว่าการเพิ่มจำนวนของ FTA

ที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลไทยควรสร้างมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจาก FTA ในบางประเทศมีกลไกในการชดเชยความเสียหาย ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในด้านลบ จากการทำความตกลงทางการค้า เช่น ในสหรัฐเองก็มีกลไกที่เรียกว่า Trade Adjustment Assistance

ยิ่งเมื่อการทำ FTA ของไทย ถูกตั้งคำถามจากสังคมว่า ใครได้ประโยชน์และใครเสียประโยชน์ อย่างน้อยรัฐบาลจึงควรมีมาตรการรองรับที่เป็นธรรม เช่น รัฐบาลอาจจัดเก็บภาษีจากผู้ส่งออกที่ได้ประโยชน์จากความตกลง FTA แล้วนำมาจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อฝึกอาชีพ สนับสนุนการปรับตัว ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบในด้านลบ เช่น แรงงานที่ตกงาน หรือเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้า หรือจัดสรรเป็นตาข่ายทางสังคม (social safety net) ในกรณีที่ปรับตัวไม่ได้

เชิญอ่านงานวิจัย บทความและข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับ FTA ได้ทางเวบไซต์ www.ftadigest.com