หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ต้นทุนทางการเมือง

โลกทรรศน์  อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์  มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1342

อาจจะเป็นที่ข้อมูลข่าวสารในสังคมไทยมีมากและการไหลผ่านของข่าวสารก็มีง่ายมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญจึงอาจจะลืมเลือนหายไปง่ายๆ ด้วย การเลือกตั้ง 2 เมษายนที่ยังไม่จบสิ้นมีความสำคัญในตัวเองหลายอย่าง แต่เนื่องจากมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เราจึงควรต้องนำเอาการเลือกตั้ง 2 เมษายนขึ้นมาเป็นตัวตั้งเพื่อมองให้กว้างขวางออกไป

และดูผลทางการเมืองที่จะตามมาในภายหลัง

 

การเลือกตั้ง 2 เมษายนกับตลกร้าย

มีการมองดูกระบวนการเลือกตั้ง 2 เมษายนหลายประการที่ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ค่อนข้างแปลกประหลาดเช่น

การเลือกตั้ง 2 เมษายนที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งเพียงพรรคเดียว โดยพรรคการเมืองอื่นๆ พร้อมใจกันประกาศคว่ำบาตร ไม่ส่งผู้สมัคร ในขณะเดียวกัน มีข่าวปรากฏออกมาว่า มีการว่าจ้างผู้สมัครพรรคเล็กเพื่อเป็นไม้ประดับและสร้างความชอบธรรมและหลบเลี่ยงกฎหมายการเลือกตั้งที่กำหนดว่า หากเขตใดมีผู้สมัครรายเดียวจะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีการจัดคูหาเลือกตั้งกลับไปกลับมา ทำให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ใช้สิทธิแต่ละคนใช้สิทธิอย่างไร

คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ตั้งหน้าตั้งตาจัดการการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นไป พรรคการเมืองใหญ่ก็ตั้งหน้าตั้งตารอผลการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีก็ประกาศออกมาหลังจากการเลือกตั้งผ่านไปไม่นานโดยสามารถรู้คะแนนผลการเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศออกมาอีก ส่วนรัฐบาลก็รอการจัดตั้งรัฐบาลลูกเดียวเหมือนกับรู้ว่าอย่างไรเสีย คะแนนเลือกตั้งจะออกมาตอบสนองความต้องการของตัวเอง

เมื่อมีเพียงพรรคการเมืองใหญ่พรรคเดียว ก็ภาคภูมิใจที่คะแนนของ ส.ส.พรรคของตนจะมีเพียงหลักพัน หรือแม้แต่คะแนนเสียงของ ส.ส. จะน้อยกว่าคะแนนไม่เลือกหรือ โนโหวตก็จะเป็นผู้แทนราษฎร

เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศชัยชนะบอกแก่ประชาชนว่าพรรคไทยรักไทยได้รับเสียงข้างมากเพียงวันเดียว นายกรัฐมนตรีก็ประกาศในรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เก็บของส่วนตัวกลับบ้าน

หลังจากนั้น เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจมีปัญหา ราคาน้ำมันแพง ชาวบ้านรากหญ้าเดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีก็มีความสุขกับการออกรอบตีกอล์ฟ คุยแต่ร้านอาหาร กินอาหารเดินช็อปปิ้ง เดินทางไปจิบกาแฟกับเพื่อนผู้นำต่างประเทศ

เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่ ดูนายกรัฐมนตรีมีความสุขมาก ไม่รู้ว่ายังรับเงินเดือนและใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เดินทางไปต่างประเทศหรือเปล่า

ตอนนี้เดินทางกลับจากพักผ่อนจากต่างประเทศ ลิ่วล้อก็ประสานเสียงว่า นายกรัฐมนตรีจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก แล้วยุบสภาไปทำไม จัดเลือกตั้งกันไปทำไม นายกรัฐมนตรีประกาศเว้นวรรคทางการเมืองทำไม

นี่เป็นต้นทุนทางการเมืองที่สังคมไทยเป็นคนจ่ายทั้งหมด มีการใช้ความรุนแรงทางการเมืองทุกรูปแบบทั้งจากฝ่ายการเมือง และกลไกอำนาจรัฐ เกิดความแตกแยกทางสังคมอย่างรุนแรง

นักการเมืองคนไหนจะรับผิดชอบบ้าง

 

การเรียนรู้ทางการเมือง

เมื่อมองให้กว้างขึ้น การเลือกตั้งที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ทางการเมืองอยู่ในตัว ด้านหนึ่งสะท้อนการดำเนินการทางการเมืองของพรรคการเมืองพรรคเดียว เป็นความพยายามใช้กลไกทางการเมือง เช่น การอ้างกติกา การอ้างองค์กรจัดการเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ นำไปสู่การเปิดรัฐสภา การเลือกตัวนายกรัฐมนตรี การจัดตั้งรัฐบาล

แต่ก็เกิดการต่อต้านการเลือกตั้ง เช่น การฉีกบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนน "ไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ใคร" ทั้งนี้ เพราะถือว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นการบังคับมัดมือให้ประชาชนต้องไปออกเสียงเลือกตั้ง

นี่เป็นต้นทุนทางการเมืองที่นับเป็นตัวเงินได้ มีการประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้งบประมาณแผ่นดิน 2,200 ล้านบาท

ที่สำคัญไปกว่านั้น นายกฯ ทักษิณอ้างการยุบสภาว่ามีความขัดแย้งทางการเมือง จะเกิดความรุนแรงทางการเมือง แต่ในขณะนั้น รัฐสภาได้เปิดออกมาเพื่อให้โอกาสนายกฯทักษิณเพื่อชี้แจงการขายกิจการบริษัทของครอบครัวชินวัตรแก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้ง บริษัทรัฐบาลสิงคโปร์

การยุบสภาและการผลักดันให้มีการจัดการเลือกตั้งได้ขยายการต่อต้านให้ก้าวออกไป คนชั้นกลาง นักวิชาการ ผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ คนชั้นสูง สื่อมวลชนรวมตัวกับเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างกว้างขวาง

การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้นแต่ยังขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง เป็นการยกระดับการต่อสู้ของการเมืองภาคประชาชน

ระหว่างการต่อสู้ทางการเมืองช่วงการเลือกตั้ง พรรคไทยรักไทยซึ่งไม่เคยพูดเรื่องการปฏิรูปการเมืองเลยก็มีแกนนำ และนิติบริกรก็ร่ายยาวเสนอแผนปฏิรูปการเมืองยาวนานเป็นปี แกนนำพรรคชาติไทย ก็เสนอตัวเองเป็นเจ้าภาพปฏิรูปการเมืองกับเขามาบ้างพอเป็นพิธี

นี่เป็นจำอวดทางการเมืองหลังอิ่มจากหูฉลามชามใหญ่ แล้วก็ร่วมกับวางแผนงานทางการเมือง เล่นกับกระแสการเมืองโดยไม่สนใจพลังของประชาชน

ไม่มีนักการเมืองคนไหนยอมลดอำนาจและจำกัดบทบาทของตัวเอง การปฏิรูปการเมืองเป็นเพียงจำอวดทางการเมืองเท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม การต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นจุดเริ่มต้นของการเมืองภาคประชาชนในคุณภาพใหม่ การเมืองเป็นเรื่องของการต่อสู้ ไม่มีนักการเมืองคนไหนยืนอยู่ข้างประชาชนจริงๆ

การปฏิรูปการเมืองไม่เคยอยู่ในหัวของนักการเมือง พวกเขาลืมไปหมดแล้ว

หน้า 16