หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
นี่หรือ อีลิท ?

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น ประชานิเวศน์ มติชนรายวัน วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10338

เป็นเรื่องธรรมดาของการแถลงข่าว ที่เจ้าของงานต้องสร้างภาพหรือจัดฉากให้งานดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น แม้ว่าบางครั้งอาจจะมีปัญหาบ้าง ก็ต้องเก็บไว้ข้างใน แล้วแสดงออกอีกแบบหนึ่ง

เช่นเดียวกับการไปดูงานหรือไปทำข่าวในต่างประเทศ โดยเฉพาะในงานใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก การจัดฉากก็ยิ่งจำเป็นต้องมากขึ้นด้วย เพราะเป็นเรื่องหน้าตาของประเทศชาติ

อย่างกรณีล่าสุดของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) เจ้าของบริษัท ไทยแลนด์อีลิท การ์ด ที่เชิญสื่อมวลชนไปร่วมงานจัดเลี้ยงให้สมาชิก อีลิท การ์ด ชาวเกาหลี ที่ประเทศเกาหลี

งานน่าประทับใจ และมีผู้มาร่วมงานกว่า 200 คน ไม่นับผู้สนใจอีกกว่า 100 คน

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน

เริ่มจากก่อนงานเริ่ม สื่อมวลชนได้มีโอกาสสัมภาษณ์ประธานกรรมการบริหาร ทีพีซี คือ "ไพฑูรย์ พงษ์เกษร" เกี่ยวกับนโยบายของทีพีซีภายหลังการปรับโครงสร้าง ซึ่งประธานบอร์ดได้กล่าวถึงนโยบายที่จะดำเนินการ ตั้งแต่จำนวนลูกค้าเป้าหมาย การจัดการด้านบริการสมาชิก รวมทั้งแนวคิดที่จะปลอดล็อคกฎหมายที่ดิน เพื่อให้สมาชิกบัตรอีลิทที่เป็นชาวต่างชาติ สามารถถือครองที่ดินได้ โดยจัดเป็นโซนนิ่งให้ เช่น พัทยา เชียงใหม่ หนองคาย ภูเก็ต รวมถึงสมุย

แต่การสัมภาษณ์ยังไม่ทันจบ ก็ถูกผู้บริหารรายหนึ่งเข้ามาตัดบท อ้างว่างานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว

อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนได้มีโอกาสพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล "วศิน ธีรเวชญาณ" ที่พร้อมให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว รวมถึงเรื่องแรงงาน แต่เมื่อถึงเรื่องสำคัญ คือบัตรอีลิท ผู้บริหารรายเดิมก็เข้ามาตัดบทสนทนาอีกครั้ง

แต่ไหนๆ ก็มาไกลถึงเกาหลีแล้ว จะให้กลับเมืองไทยมือเปล่าก็กระไรอยู่ ก็เลยนัดสัมภาษณ์สมาชิกบัตรอีลิท 2 รายถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับบัตร ซึ่งสมาชิกที่เจ้าหน้าที่จัดมาให้สัมภาษณ์ก็ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามอย่างดี

จนถึงประเด็นเรื่องการปรับขึ้นค่าสมาชิกบัตร และความคุ้มค่าของบริการที่ได้รับ สมาชิกบัตรก็เลยถือโอกาสพรั่งพรูความในใจออกว่า บริการที่ได้ไม่คุ้มค่าบัตรที่ต้องจ่ายถึง 25 ล้านวอน (1 ล้านบาท)! เพราะเดินทางมาไทยเพียงปีละ 2 ครั้ง หากเพิ่มค่าบัตรอีก โดยไม่เพิ่มทีมงานไว้คอยบริการ ก็ยิ่งไม่คุ้มค่าหนักเข้าไปอีก

ผู้ถือบัตรยังบ่นด้วยว่า คือเมื่อครั้งถูกชักชวนให้มาเป็นสมาชิกนั้น มีการจูงใจว่าจะได้รับการประสานงานด้านการลงทุนให้ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรที่น่าลงทุนบ้าง เพราะไม่เคยได้รับข้อมูล

มาถึงจังหวะนี้ ก็เจอปัญหาเก่า ผู้บริหารรายเดิมเข้ามาตัดบทการสนทนาเป็นครั้งที่ 3

ว่าไปแล้ว สื่อมวลชนทั้งหลายต้องขอบคุณกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เชิญไปทำข่าวในต่างประเทศ และพร้อมจะทำหน้าที่ให้คุ้มกับค่าใช้จ่าย ที่หน่วยงานเหล่านั้นต้องจ่ายไป

โดยเฉพาะ "บัตรอีลีท" ที่จัดให้สำหรับสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อโปรโมทประเทศไทย หากประสบความสำเร็จ ประเทศไทยก็จะได้รับประโยชน์เต็มที่

แต่หากยังมีปัญหา หรือมีความไม่พึงพอใจจุดใด ผู้บริหารก็ควรน้อมรับ และใช้โอกาสที่พาสื่อมวลชนไปทำข่าวครั้งนี้ ค้นหาจุดอ่อน เพื่อนำมาแก้ไขปรับปรุงให้การบริการดีขึ้น

ผู้ถือจะได้ภูมิใจว่า บัตรนี้เป็น "อีลีท" ที่แท้จริง

หน้า 20