หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เคนยาปูดนายกฯไทยขอลงทุนสร้างโรงแรม

กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549

"รัฐมนตรีท่องเที่ยวเคนยาปูดข่าว "นายกฯ ไทย" ยื่นขอลงทุนสร้างโรงแรมต่อรัฐบาลเคนยา ช่วงที่นำคณะ ไปลงนามข้อตกลงเพื่อรับมอบสัตว์ป่าและนกป่า จำนวน 175 ตัว ให้แก่สวนสัตว์เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารีเมื่อปลายปี 2548 ขณะที่ "ทักษิณ" ปฏิเสธไม่เคยคิดลงทุนในประเทศดังกล่าว เพียงแค่รับจะสนับสนุนเครือดุสิตธานี-สิริวัฒนภักดี เข้าไปลงทุน ด้านเอ็นจีโอเตือนระวังคนท้องถิ่นต่อต้าน

สำนักข่าวเอเอฟฟี รายงานวานนี้ (29 มิ.ย.) อ้างคำกล่าวของ นายมอร์ริส ดีโซโร รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว และสัตว์ป่าเคนยา เปิดเผยเมื่อวันพุธ (28 มิ.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีไทย ที่แสดงความสนใจและยื่นคำขอที่จะเข้าไปลงทุนสร้างโรงแรมในประเทศเคนยา และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจพิจารณาคำร้องขอดังกล่าวอยู่

"พ.ต.ท.ทักษิณได้ขอสร้างโรงแรมที่นี่ในเคนยา และเรากำลังพิจารณาคำร้องขอดังกล่าว เช่นเดียวกับคำร้องของนักลงทุนคนอื่นๆ" นายดีโซโร กล่าว

ทั้งนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 เคนยาได้ลงนามข้อตกลงเพื่อส่งมอบสัตว์ป่าและนกป่า จำนวน 175 ตัว ให้แก่สวนสัตว์เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ของไทย จนทำให้กลุ่มพิทักษ์สัตว์ป่าของทั้งสองประเทศไม่พอใจและประท้วง จากนั้น ศาลสูงไนโรบี ได้มีคำสั่งระงับการปฏิบัติตามข้อตกลงชั่วคราวเพื่อรอการพิจารณาเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเคนยาถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญของประเทศ โดยปี 2548 ทำรายได้ถึง 648 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 15% เทียบกับปีก่อน ในปีเดียวกัน กลุ่มธุรกิจของเจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลัล แห่งซาอุดีอาระเบียได้เข้าซื้อธุรกิจโรงแรมหรูหราและบ้านพักสไตล์ซาฟารี 5 แห่ง ในเคนยาจากกลุ่มธุรกิจอังกฤษแห่งหนึ่ง

บัวแก้วชี้ "ทักษิณ" แค่หนุนเอกชนไทยลงทุนเคนยา

นายกิตติ วะสีนนท์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ทางการเคนยา กล่าวถึงเรื่องนี้ โดยอ้างรายงานบันทึกการหารือระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับนายเอ็มวาย คิบากิ ประธานาธิบดีประเทศเคนยา เมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เยือนประเทศเคนยา ระหว่างวันที่ 8 - 10 พฤศจิกายน 2548 ระบุว่า ผู้นำของ 2 ประเทศได้หารือถึงความร่วมมือในหลายด้าน รวมทั้งด้านการท่องเที่ยว ซึ่งฝ่ายไทยมีประสบการณ์และศักยภาพด้านนี้

พ.ต.ท.ทักษิณเห็นว่า ภาคเอกชนไทยควรจะขยายการค้าการลงทุนในเคนยาเพิ่มจากเดิม โดยเฉพาะสินค้าภาคบริการ เช่น ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และการจัดการด้านโรงแรม พร้อมทั้งยังแสดงความพร้อมว่า จะกลับไปชักชวนภาคเอกชนไทยให้เดินทางไปลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่เคนยา เนื่องจากเห็นว่า เคนยายังไม่มีโรงแรมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการเจริญโตทางธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศได้เพียงพอ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเคนยา ยังได้แสดงความพร้อมกลับมาถึงความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวร่วมกัน รวมทั้งจะมองหาที่ดินสำหรับการลงทุนสร้างโรงแรมของนักลงทุนไทยด้วย โดยมีสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเคนยา เป็นผู้ประสานงาน

สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ได้รายงานว่า ในการพบปะของผู้นำไทยและเคนยา เมื่อปีที่แล้ว ทางประธานาธิบดีเคนยา ได้แสดงความยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไทย ที่จะเข้าไปลงทุนด้านธุรกิจการโรงแรม โดยคำกล่าวนั้น ไม่ได้ระบุว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ลงทุนธุรกิจโรงแรมในเคนยาด้วยตนเอง

ทักษิณปฏิเสธลงทุนโรงแรมในเคนยา

พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่า ไม่เคยคิดจะไปลงทุนที่เคนยา และว่าเรื่องลงทุนสร้างโรงแรมในเคนยา เป็นเรื่องที่เคนยา ได้ขอให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุน เมื่อครั้งที่ตนเดินทางไปเยือนเคนยา เพราะที่นั่นเป็นเมืองท่องเที่ยว

“เคนยา ขอให้เอกชนไทยไปลงทุนทำโรงแรม ผมบอกไปว่าภาคเอกชนไทยที่สามารถลงทุนลงแรงได้ เท่าที่รู้ก็มีเครือดุสิตธานี และเครือของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี และรับปากว่าจะกลับไปเชิญชวนให้ แต่ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนที่รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ เคนยา ที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการเข้าไปลงทุนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ เวลานี้ข่าวมึนไปหมดแล้ว ยืนยันว่า ไม่เคยคิดที่จะไปลงทุน และว่าเคนยา มีโรงแรมชั้นหนึ่งน้อย จึงขอให้ภาคเอกชนไทยไปลงทุน ตามระบบ คล้าย ๆ กับ บีโอไอ แต่ยังไม่ทราบว่าภาคเอกชนจะไปหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ถ้าจะไปลงทุน ประเทศนั้นต้องมีศักยภาพก่อน

“รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ คนนั้น ยังอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เขาคงปรับ ครม. ไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีเวลาไปคิดอะไรทั้งนั้น เขาจะยุบพรรคอยู่แล้ว อย่าไปคิดอะไรมากมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

"พรหมินทร์" ยันข่าวไม่เป็นจริง

น.พ.พรมินทร์ เลิศสุริย์เดช รักษาการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข่าวที่นายกรัฐมนตรี เตรียมจะไปลงทุน เปิดโรงแรมในประเทศเคนยา โดยยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยหารือเรื่องนี้กับเคนยา แต่เป็นการหารือในเรื่องนโยบาย ซึ่งในการเยือนครั้งนั้นเคนยา ชวนไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงแรมจริง โดยนายกฯ รับว่าจะแนะนำนักลงทุนไทยไปแทน

มูลนิธิสัตว์ป่าฯเตือน "ทักษิณ" ระวังถูกต้าน

นายนิคม พุทธา ผู้ประสานงานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าภาคเหนือ กล่าวว่า ขอเตือน พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ระมัดระวังเรื่องจะไปลงทุนสร้างโรงแรมในประเทศเคนยา เพราะชาวเคนยามีอคติและต่อต้านคนไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกรณีนำสัตว์ป่าของเคนยามาไว้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อแลกกับเงินสนับสนุนจำนวน 40 ล้านบาท เนื่องจากชาวเคนยาไม่เชื่อมั่นมาตรการดูแลสัตว์ป่าของไทย

ที่ผ่านมาองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าของเคนยาได้คัดค้านและประท้วงจนศาลสูงของประเทศเคนยาต้องสั่งระงับส่งสัตว์ป่ามาประเทศไทย และขอให้รัฐบาลไทยส่งรายละเอียดแผนและมาตรการดูแลสัตว์ แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าการจัดทำแผนดังกล่าว

แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะปฏิเสธข่าวดังกล่าวก็ตาม แต่หากประเมินสถานการณ์การเมืองขณะนี้ การออกมาปฏิเสธถือเป็นการเอาตัวรอดทางการเมือง ซึ่งเป็นธรรมดาของนักการเมือง

"เรื่องนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆ หากมองลึกเข้าไปในหลายๆ ครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณไปต่างประเทศ จะเห็นว่ามีวาระซ่อนเร้นหลายเรื่อง ผมจะประสานไปยังองค์กรนักอนุรักษ์ของประเทศเคนยาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เชื่อว่าจะทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น" นายนิคม กล่าว

เอสซีฯแจงไม่มีแผนลงทุนเคนยา

ด้านความเคลื่อนไหวของบริษัทในเครือ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งโดยปกติแล้วการลงทุนธุรกิจโรงแรม จะดำเนินงานในนาม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต่อกรณีแผนลงทุนธุรกิจโรงแรมในประเทศเคนยาครั้งนี้ นายอรรถพล สฤษฏิพันคันธาวาทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานสนับสนุน บริษัท เอสซี แอสเสทฯ กล่าวยืนยันว่าไม่ทราบเรื่อง และในนามของเอสซี แอสเสทฯ ไม่มีแผนลงทุนโรงแรมที่เคนยาแต่อย่างใด

แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า แผนลงทุนธุรกิจโรงแรมในเคนยา ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ และไม่เคยทราบความเคลื่อนไหวเรื่องนี้มาก่อน อีกทั้งธุรกิจที่เคนยา ปัจจุบัน ไม่ได้มีแรงดึงดูดพิเศษ แต่หากเป็นการลงทุนในสหราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งมีข่าวเรื่องการโอนหุ้น-พักหุ้น อีกทั้งรักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนบ่อยครั้ง ดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่า และมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวไปลงทุนในธุรกิจอพาร์ตเมนต์ที่อังกฤษ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนเช่นกัน

เอ็นจีโอเคนยาข้องใจลงทุน

นายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชฯ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่า ที่ นายกฯ ทักษิณ จะลงทุนทำธุรกิจโรงแรมในเคนยา เนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2548 มีการนำทีมนักธุรกิจไทย ไปประชุมร่วมกับนักธุรกิจเคนยา ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงไนโรบี ซึ่งในครั้งนั้นกลุ่มนักอนุรักษ์ของเคนยา ก็ไปประท้วงที่หน้าโรงแรมดังกล่าว เพราะมีการเจรจาตกลงเรื่องการแลกเปลี่ยนสัตว์ป่าจำนวน 175 ตัว มาที่โครงการไนท์ซาฟารีเชียงใหม่ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนมีนาคม 2549 ทางคณะมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ได้เดินทางไปพบปะกับหน่วยงานด้านอนุรักษ์ของเคนยา ได้รับข้อมูลหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการส่งสัตว์ป่าออกนอกประเทศนั้นเคนยาไม่ได้ทำมา 30 ปีแล้ว เนื่องจากจำนวนสัตว์ป่าในเคนยาลดจำนวนลง สาเหตุจากพื้นที่ป่าลดลงเหลือไม่ถึง 2.5% รวมทั้งปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ ทำให้เคนยาหันไปส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวประเภททัวร์ดูสัตว์ในป่าธรรมชาติ

ทรท.เร่งตรวจสอบที่มาข่าวจากเคนยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดแกนนำพรรคไทยรักไทย ได้เร่งตรวจสอบข่าวที่รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและสัตว์ป่าเคนยา ให้สัมภาษณ์ เพราะเห็นว่าข่าวดังกล่าวยังไม่ชัดเจน เพราะแปลมาจากสำนักข่าวต่างประเทศ จึงต้องไปหาต้นตอข่าวดังกล่าวมาดู เพราะเกรงว่าหากมีข้อผิดพลาด อาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แกนนำพรรคไทยรักไทยผู้นี้ ยังกล่าวด้วยว่า เขาได้ทราบเพียงว่าในการเดินทางไปเคนยาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บอกกับคณะที่ร่วมเดินทางเพียงว่าจะไปหาช่องทางให้เอกชนไทยไปลงทุน แต่โดยส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการพูดถึงเรื่องว่า ตัวท่านจะเข้าไปลงทุนทำธุรกิจเอง

ทั้งนี้เขายอมรับว่าระหว่างที่เรื่องดังกล่าวยังไม่ชัดเจน ก็คงเป็นกระแสลบที่ส่งผลเสียต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงต่อสาธารณะ จากกรณี ทางการ "เคนยา" เผย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยื่นคำร้องขอสร้างโรงแรมต่อรัฐบาลเคนยา ขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเคนยา กลายเป็นขุมทรัพย์แหล่งรายได้สำคัญของประเทศ