|
||||||||||||||
|
ธรรมเนียมปฏิบัติจำนำข้าว
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น วุฒิ สรา wutsara2000@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10337 กระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลขายข้าวอีกครั้ง เป็นข้าวหอมมะลิ 3 แสนตัน จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิตปี 2547/48 และอีก 1.2 แสนตัน จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิตปี 2548/49 ไม่รวมการประมูลข้าวหอมมะลิปลอมปนอีก 5 แสนตันในเร็วๆ นี้ ณ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประมูล แต่ก็คงไม่พ้นหน้าเดิมๆ และเชื่อว่าภายหลังรู้ผลการประมูลแล้ว ข้อครหาต่างๆ ก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหมาะสม ของราคาประมูล และอาจรวมถึงการเอื้อประโยชน์ให้กับพ่อค้าข้าวบางราย ปัญหาการประมูลข้าวรัฐบาลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการแทรกแซงราคาข้าวทั้งหมด เป็นปัญหาขั้นปลายก่อนที่จะวกกลับไปสู่วังวนของปัญหาการจำนำข้าวในรอบปีต่อไป ดูเหมือนว่าการจำนำข้าวจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว สำหรับทุกรัฐบาล ถึงจะคิดใหม่แต่ก็ไม่อาจทำใหม่ เพื่อหนีพ้นวงจรนี้ไปได้ การทุจริตยังคงมีแทบจะทุกขั้นตอนของกระบวนการรับจำนำ ตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ก็มีการสวมรอยชื่อเกษตรกรว่าเป็นผู้นำข้าวมาจำนำ หรือล่าสุดที่ จ.พิจิตร ถึงกับมีการขโมยใบประทวนไปถึง 6 เล่ม และปลอมลายเซ็นให้ชาวนาไปเบิกเงินรับจำนำข้าว เมื่อข้าวไปอยู่ในมือโรงสี และมีการแปรสภาพเป็นข้าวสาร โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิก็มีการนำเอาข้าวปทุมธานีมาปลอมปน เป็นข้าวหอมมะลิ เพราะลักษณะทางกายภาพของข้าวทั้งสองชนิดเหมือนกันมาก ขณะที่ราคารับจำนำข้าวปทุมธานี ต่ำกว่าข้าวหอมมะลิถึงตันละ 2,000 บาท จึงล่อใจให้คนเสี่ยงที่จะทุจริต ยิ่งไม่เคยจับมือใครดมได้ ยิ่งทำให้ขบวนการทุจริตหลงระเริงกันใหญ่ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้เป็นที่รู้กันดีทั้งในระดับเจ้าหน้าที่และระดับนโยบายที่เกี่ยวข้อง และมักจะหามาตรการป้องกัน และแก้ไขเฉพาะหน้าเป็นจุดๆ ไป ซึ่งก็อุดรูโหว่ไม่ได้หมด มีไหมที่คิดจะแก้ปัญหาราคาข้าวทั้งระบบอย่างจริงจัง เคยหาคำตอบกันบ้างไหมว่า แค่การพยุงราคาข้าวเปลือกไม่ให้ตกต่ำเกินไปนั้น ทำไมถึงมีปัญหาและการทุจริตพ่วงตามมามากมาย แน่นอนว่าการแทรกแซงราคาข้าวเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะช่วงต้นฤดู เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อค้ากดราคาเอาเปรียบชาวนา แต่สิ่งสำคัญคือรัฐควรจะแทรกแซงเท่าที่จำเป็นจริงๆ และควรทำในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เมื่อได้ผลระดับหนึ่งแล้ว รัฐต้องถอนตัวออกมา เพื่อให้กลไกตลาดเดินไปตามภาวะที่ควรจะเป็น แต่ที่ผ่านมาวัตถุประสงค์การแทรกแซงราคาข้าวไม่ใช่แค่ช่วยชาวนา แต่กลายเป็นเพื่อการเมือง เพื่อคะแนนเสียง โดยรัฐลงไปเล่นเองเต็มตัว ตั้งเป้ารับจำนำ 9 ล้านตัน เมื่อรับจำนำข้าวเปลือกเสร็จ สั่งแปรสภาพเป็นข้าวสารเก็บไว้ในโกดัง แล้วนำมาประมูลขายให้เอกชน ซึ่งมีปัญหาการทุจริตแทบจะทุกขั้นตอนและทุกปี เมื่อรัฐลงมาเล่นเองเต็มตัว เอกชนทั้งโรงสีและผู้ส่งออก ก็ไม่ต้องทำอะไร รอร่วมโครงการกับรัฐบาลอย่างเดียว พร้อมกับหาช่องทางทุจริตไปด้วย หลังระบายข้าวสต๊อครัฐบาลครั้งนี้เสร็จ คณะกรรมการนโยบายข้าว (กนข.) ก็เตรียมหารือโครงการรับจำนำข้าวฤดูการผลิตปี 2549/50 ต่อ แล้วก็จะเข้าสู่วังวนของปัญหาเดิมๆ อีกครั้ง ข่าวการทุจริตการรับจำนำข้าวในปีหน้าก็คงไม่ต่างจากปีที่ผ่านๆ มา แค่อาจเปลี่ยนเวลา สถานที่ และตัวละครบางตัว แต่เนื้อหายังเหมือนเดิม หากยังคิดว่าการรับจำนำข้าวเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องทำ หน้า 20
|