|
||||||||||||||
|
โทรศัพท์มือถือในมือต่างชาติ
กับความมั่งคงของประเทศ
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10337 ใครที่เคยระแวงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านอาจถูกดักฟัง และหากต่างประเทศเป็นเจ้าของบริษัทมือถือแล้ว อาจก่อให้เกิดปัญหาในด้านความมั่นคง กรุณาอ่านเรื่องต่อไปนี้ที่ได้เกิดขึ้นในประเทศกรีก และกำลังเป็นข่าวใหญ่อยู่ในขณะนี้แล้ว ท่านจะหมดข้อสงสัยทันที คนกรีกยังคงภาคภูมิใจกับความสำเร็จในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเมื่อเดือนสิงหาคม 2004 แต่เพิ่งมารู้ว่า ช่วงเวลานั้นแหละ คือการเริ่มเกิดเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อประเทศอย่างร้ายแรง เพราะเป็นประเทศแรก ที่เกิดเหตุการณ์ดักฟังโทรศัพท์มือถือโดย 100 กว่าเบอร์ที่ถูกดักฟังนั้น ครอบคลุมไปถึงคนสำคัญของอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สวีเดน ตลอดจนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหลายคน หัวหน้าตำรวจ นายทหารใหญ่ผู้รับผิดชอบป้องกันประเทศของกรีกเองด้วย เรื่องมันแดงขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2005 เมื่อผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่งรายงานว่า มีปัญหาในการส่งข้อความ เมื่อไปตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น คือมีการดักฟังด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยใช้โทรศัพท์มือถือประเภท Pre-Paid 14 เครื่อง (ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ) เข้าไปเชื่อมต่อแล้วดักฟัง และดักข้อความที่ส่งมาจากโทรศัพท์มือถือ 100 เครื่องเหล่านั้น งานนี้ 2 ตัวละครที่เจ็บหนักสุดก็คือ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรศัพท์มือถือของโลกเจ้าแรก คือ Vodafone แห่งอังกฤษ (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) และผู้สัพพลายอุปกรณ์รายใหญ่ของโลกคือ Telefon AB L.M. Ericsson แห่งสวีเดน สองบริษัทร่วมมือกันเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แก่ผู้ใช้ในประเทศกรีก ผู้พบความผิดปกติของเครือข่ายในต้นเดือนมีนาคม 2005 หลังจากมีผู้รายงานในเดือนมกราคม 2005 ก็คือเจ้าหน้าที่เทคนิคของ Ericsson และในวันรุ่งขึ้นผู้บริหารสูงสุดของ Vodafone ในกรีกก็สั่งให้ระงับระบบการดักฟังทันที สิ่งที่ตื่นเต้นก็คือในวันรุ่งขึ้นมีผู้พบผู้จัดการเครือข่ายของ Vodafone ในกรีก ที่เกี่ยวพันกับการค้นพบการดักฟัง แขวนคอตายอยู่ในอพาร์ทเมนท์อย่างน่าสงสัย ทั้งที่กำลังจะแต่งงาน และได้เล่าให้คู่หมั้นฟังว่า กำลังจะลาออกจากงาน แต่การลาออกครั้งนี้เป็นเรื่องของความเป็นความตายทีเดียว พี่น้องและอัยการยังไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ในการดักฟังเช่นนี้จะต้องมี 2 ส่วนประกอบกัน ส่วนแรกคืออุปกรณ์เครื่องมือพิเศษเพิ่มเติมที่ต้องติดตั้งไว้ในระบบแต่แรก เพื่อดักฟังโทรศัพท์อย่างถูกกฎหมาย (อุปกรณ์นี้กลายเป็นเรื่องปกติหลังเหตุการณ์ 9-11) นอกจากนี้ยังต้องมีฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และรหัสประกอบจึงจะใช้งานได้ ทั้งหมดนี้ Vodafone ต้องจ่ายเงินให้ Ericsson ซึ่งในกรณีนี้ Vodafone ไม่ได้จ่ายเงิน และ Ericsson บอกว่าไม่รู้เรื่อง ส่วนสอง คือ ซอฟท์แวร์เถื่อนที่ผู้ดักฟังผิดกฎหมายจะต้องแอบเข้าไปติดตั้ง ไว้ในเครือข่ายของ Vodafone เพื่อที่จะทำให้อุปกรณ์ดักฟังของ Ericsson ที่เกิดมีขึ้นอย่างลับๆ ทำงาน และไม่ทิ้งร่องรอยว่ามีการดักฟังเกิดขึ้นด้วย การสอบสวนเชิงลับของรัฐบาลกรีกเริ่มขึ้นทันทีตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2005 เพราะไม่ต้องให้เป็นเรื่องอื้อฉาว แต่หลังจากสอบสวนมา 11 เดือน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2006 รัฐบาลก็แถลงว่าไม่อาจหาผู้กระทำผิดได้ (ฟังคุ้นๆ จังเลย) ดังนั้นรัฐสภากรีกจึงแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นสอบสวน โดยขนานไปกับการสอบสวนขององค์การอิสระของกรีก ในเรื่องโทรคมนาคมที่มีชื่อว่า ADAE ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการดักฟังโทรศัพท์มือถือที่มีฝีมือระดับไม่เห็นรอยเท้ากลางอากาศเช่นนี้ น่าจะเป็นผลงานของหน่วยสืบราชการลับ ของต่างประเทศ คนทำจะต้องมีความรู้อย่างดียิ่งในเรื่องเครือข่ายของ Vodafone ตลอดจนเข้าใจการทำงานซอฟท์แวร์ในเรื่องการดักฟังของ Ericsson นอกจากนี้จะต้องมีเงินพอที่จะพัฒนาซอฟท์แวร์เถื่อน และสามารถเจาะเข้าไปแอบวางไว้ในเครือข่ายของ Vodafone อีกด้วย ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของ 100 กว่าเลขหมายสำคัญ ถูกล้วงตับไปมากน้อยเพียงใด เพราะผู้สอบสวนเชื่อว่าระบบการดักฟัง ได้เริ่มทำงานตั้งแต่ก่อนกีฬาโอลิมปิคในเดือนสิงหาคม 2004 แล้ว และกว่าจะจับได้ก็ผ่านไปแล้วถึง 7 เดือน คณะกรรมการผู้สอบสวนของรัฐสภาและ ADAE เชื่อว่ามีผู้ให้ความร่วมมืออยู่ในทั้ง Vodafone และ Ericsson มิฉะนั้นไม่อาจทำได้อย่างแน่นอน ADAE เห็นว่า Vodafone ผู้ได้รับอนุญาตให้บริการโทรศัพท์มือถือในกรีกทำผิดกฎหมาย และละเมิดเงื่อนไขของใบอนุญาต เช่นทำให้เกิดการละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัว ซึ่งต้องถูกปรับนับเป็นล้าน ๆ ยูโร และอาจถึงถูกถอนใบอนุญาตด้วย สำหรับ Ericsson นั้น ADAE เห็นว่าการพัฒนาซอฟท์แวร์ดักฟังเถื่อน (โดยไม่ใช้ซอฟท์แวร์ดักฟังที่มีอยู่แล้วของ Ericsson) นั้นต้องมีการทดลองกับอุปกรณ์ของ Ericsson อย่างแน่นอน และอุปกรณ์เช่นนี้ไม่อาจซื้อหาได้โดยง่าย ดังนั้น Ericsson จะบอกว่าไม่รู้อะไรเลยนั้นไม่น่าเป็นจริง เพราะมีอยู่ไม่กี่คนในโลกที่จะสามารถสร้างซอฟท์แวร์ดักฟังขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นอยู่ของระบบโทรคมนาคมกรีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและปรากฏเป็นข่าวในสาธารณะครั้งนี้เป็นหลักฐานชัดเจนครั้งแรกในโลกที่ยืนยันว่า การดักฟังโทรศัพท์มือถือนั้นมีการกระทำกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกอย่าง "ถูกกฎหมาย" และมีโอกาสที่ถูกดักฟังอย่างผิดกฎหมายด้วย ประการสำคัญที่สุดก็คือยืนยันว่าบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ สามารถดักฟังลูกค้าของตนได้ (โทรศัพท์ตามบ้านที่เรียกว่า Land Line หรือ Fixed Line นั้นไม่ต้องพูดถึง แอบฟังกันได้ง่ายแค่เปิดตู้ชุมสายปากซอย หรือเปิดสวิทช์ที่ชุมสายใหญ่เท่านั้น) อย่างสะดวกโยธินเพียงแต่จ่ายเงินเพิ่มเติมให้บริษัทสัพพลายอุปกรณ์เพื่อซื้อเครื่องมือ และซอฟท์แวร์พิเศษเท่านั้น ในประเทศที่มีความอ่อนแอในด้านกำกับควบคุมการดำเนินงานของโทรศัพท์มือถือ จะเป็นด้วยเหตุผลด้วยการไร้ประสิทธิภาพของคน หรือการมีประสิทธิภาพของช้าง (สีม่วง) ก็ตาม การดักฟังโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องที่ง่ายและเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติอย่างยิ่ง เพราะคนปัจจุบันพูดทุกอย่างกันผ่านโทรศัพท์มือถือ และส่งข้อมูลผ่านเครื่องแฟ็กซ์ หรืออี-เมล ความหวั่นเกรงในเรื่องประเด็นความมั่นคงของชาติ เมื่อผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเปลี่ยนจาก AIS เป็น TEMASEK ของสิงคโปร์ จึงไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยที่บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่เขาเอาไว้บลัฟกันอีกต่อไป (ข้อมูลหลักจาก AWSJ 21 June 2006) หน้า 6
|