หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
มนุษยทัศน์และศาสนนิยม : กับสันติภาพในจังหวัดภาคใต้ (1)

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล nakamon@spu.ac.th  มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2549

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : "หรือมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเบียดเบียน ขจัด ทำลายล้างกันเพื่อความสมดุลของเผ่าพันธุ์ เฉกเช่นสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ต้องมีการเบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นในการดำรงอยู่ เพื่อสร้างความสมดุลของชีวิตในโลก"

ปัญหาความรุนแรงและสร้างความสะเทือนใจมากครั้งหนึ่งที่พึ่งเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีกลุ่มวัยรุ่นและผู้นำกลุ่มจำนวนหนึ่งได้เข้าโจมตีฐานที่ตั้งของตำรวจและทหารพร้อมกันเป็น 10 จุด การไล่ฆ่ากันรายวันทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ครู ผู้พิพากษา แพทย์ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ แม้กระทั่งพระสงฆ์ก็ยังไม่เว้นถูกฆ่า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง เหมือนบ้านเมืองอยู่ในยุคอนารยะ

"ทำไมคนไทยจึงต้องฆ่ากัน?" เพราะแม้เราจะร้องเพลงชาติไทยที่ว่า "ไทยนี้รักสงบ" ทั้งนี้ เราต้องหาสาเหตุว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น ถามจริงๆ แล้วที่ว่ากันว่านั้น ที่จริงมันมีมูลเหตุของความรุนแรงกันอย่างไร ที่แน่ๆ น่าจะมาจาก 1. แนวคิดที่แตกต่างกัน 2. ข้อปฏิบัติที่แตกต่างกัน 3. อำนาจ และ 4. ผลประโยชน์

น่าจะต้องเป็นความจำเป็นที่แนวคิดเรื่องสันติภาพตามแนวทางอิสลามจะเข้ามามีส่วนช่วย ทำให้เหตุผลทั้ง 4 ข้อข้างต้นนั้นมีช่องว่างน้อยลงหรือหมดไปได้หรือไม่? เพราะหากพิจารณาอย่างดีแล้วจะพบว่า... ศาสนาอิสลามเป็นอีกศาสนาหนึ่ง ที่ไม่ต้องการให้คนใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา เพราะหลักการอิสลาม คือ

1. สันติภาพที่เป็นความหมายที่ปรากฏในคำว่า "อิสลาม" ที่มาจากคำว่า "อิสละมะ" เป็นภาษาอรับเช่นเดียวกับคำว่า "มุสลิม" ที่มาจากคำว่า "ซะลิมะ หรือซะละมุน" แปลว่า สันติ การนอบน้อม การยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น อิสลามจึงมีความหมายว่า การนอบน้อม มอบตนต่อพระผู้เป็นเจ้า อัลลอฮฺ (ซุบอานะฮูวะตาอาลา) แต่พระองค์เดียวอย่างสิ้นเชิงเพื่อความสันติ

2. หลักเมตตา (ความรัก) และการให้อภัย เป็นหลักการที่ปรากฏในพระคุณสมบัติของอัลลอฮฺ ดังข้อความในคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 39 โองการที่ 53 ความว่า "จงอย่าท้อต่อความเมตตาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺทรงให้อภัยในความผิดทั้งมวล แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงอภัย ทรงเมตตาเสมอ" ข้อความนี้บ่งชัดว่าความรักและการให้อภัยเป็นพระคุณสมบัติของอัลลอฮฺ ที่มุสลิมจะต้องมี ถ้ามองในแง่นี้ก็เท่ากับว่า อัลลอฮฺทรงสอนให้มนุษย์ปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก และถ้าเกิดการกระทบกระทั่งกัน หนทางที่จะยุติความรุนแรงได้ก็คือความรักและการให้อภัยกัน

3. การไม่สนับสนุนการรุกรานและยึดหลักการผ่อนปรนเพื่อสันติ ดังข้อความว่า "ให้ (มุสลิม) พยายามรักษาสันติภาพให้ดำรงอยู่ อย่ายั่วยุให้เกิดความเกลียดชังกัน การต่อสู้จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่ถูกต้อง และเพื่อประโยชน์แห่งการพิทักษ์รักษาความเชื่อ ในพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น ให้ปฏิบัติต่อศัตรูด้วยความยับยั้งชั่งใจ พระผู้เป็นเจ้าไม่ชอบการกระทำที่เกินขอบเขต ห้ามกระทำการทารุณโหดร้าย ให้ป้องกันแก่ผู้ที่ยอมแพ้"

และในคัมภีร์อัล-กรุอานบทที่ 2 โองการที่ 160 ยังได้กล่าวไว้อีกว่า "จงต่อสู้ในวิถีทางของพระผู้เป็นเจ้าต่อพวกที่ทำร้ายเจ้า แต่อย่าเริ่มแสดงความเป็นศัตรู แท้จริงพระผู้เป็นเจ้าไม่รักผู้รุกราน และถ้าเขา (ศัตรู) โน้มน้าวมาทางสันติ เจ้าจงยอมผ่อนปรน และไว้ใจพระผู้เป็นเจ้า"

จะเห็นว่า ศาสนาอิสลามก็เป็นศาสนาที่เน้นเรื่องสันติภาพ และเป็นแนวทางที่มุสลิมต้องยึดถือปฏิบัติ เพราะสันติภาพคือ หนทางของพระผู้เป็นเจ้า เป็นหนทางที่จะนำมนุษย์ไปสู่สันติภาวะที่แท้จริงในโลกอาคิรัด หรือปรโลกในอาณาจักรของพระองค์ แต่การรุกรานการใช้ความรุนแรงทุกประการ น่าจะเป็นเรื่องที่ทำลายวิถีทางแห่งสันติภาพ ของพระผู้เป็นเจ้า และไม่น่าจะได้รับรางวัลเพื่อเข้าถึงสันติภาพในอาณาจักรอันบริสุทธิ์ของพระองค์

ธรรมดาชีวิตมนุษย์ที่เกิดมาอาจมีความแตกต่างกันอยู่หลายเรื่อง อาทิเช่น รูปร่างหน้าตา ภูมิปัญญา แต่สิ่งที่มนุษย์มีเหมือนกันก็คือค่าแห่งความเป็นมนุษย์ นั่นหมายความว่า เราต้องเข้าใจในเรื่องต่อไปนี้อย่างลึกซึ้งคือ

1. มนุษย์ทุกคนเป็นเจ้าของชีวิต ทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะปกป้องชีวิตของตน ไม่ให้ใครมาทำลาย เบียดเบียน ข่มเหง รังแก หรือแสวงหาผลประโยชน์จากชีวิตของตน แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่มีสิทธิที่จะไปล่วงละเมิดชีวิตของคนอื่น ดังนั้น ศาสนาจึงมีบทบัญญัติห้ามมนุษย์ล่วงละเมิดชีวิตของกันและกัน

2. ทุกชีวิตมีค่า การส่งเสริมค่าของชีวิตทั้งของตนและผู้อื่นในทางที่ดี ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามถือว่าเป็นความดี

3. การทำลายชีวิตก็เท่ากับเป็นการทำลายค่าของมนุษย์ เป็นเรื่องที่ทุกศาสนามองว่าเป็นความชั่ว ซึ่งมีผลเป็นความชั่วตอบแทนทั้งในชีวิตนี้ และชีวิตหลังความตาย


มนุษยทัศน์และศาสนนิยม : กับสันติภาพในจังหวัดภาคใต้(จบ)

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล nakamon@spu.cc.th  มหาวิทยาลัยศรีปทุม  กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2549

สันติภาพภายใต้กรอบความคิดของคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ

การสร้างสันติภาพให้ยั่งยืนได้นั้นจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่จัดฉากให้ชาวโลกเขาเห็นว่า เราสามัคคีกัน พอควันจางลงเราก็ลืมพันธสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน นั่นหมายความว่าเราจะต้อง

1. ขจัดความรู้สึกที่เป็นมูลเหตุของความรุนแรง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึก นึกคิดเป็นแรงผลักดันที่ทำให้มนุษย์ สร้างความรุนแรงขึ้นมา ถ้าว่าตามหลักการทางพระพุทธศาสนาตัวการสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ อหังการ มมังการ ที่เกิดจากตัวอุปทาน ได้แก่ ความยึดติดว่าเป็นเรา ของเรา ที่นำไปสู่มิจฉาทิฐิ คือความเห็นผิด กลายเป็นการมองค่าของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนต่ำหรือไร้ค่า

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ก็คือการยกพวกตีกันของนักเรียนอาชีวะ เพียงมองว่าคู่อริไม่ใช่พวกตน เพราะสังกัดอยู่คนละโรงเรียนเท่านั้นเอง

2. สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ คือการสร้างแนวคิดที่ถูกต้อง ซึ่งอาจต้องเริ่มจากการมองมนุษย์แบบเชื่อมโยง หมายถึง การมองชีวิตที่ไม่ได้แยกจากตัวเรา ทุกคนที่อยู่ในโลกนี้ล้วนมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น มองว่าถ้าเราเป็นสุข คนอื่นต้องเป็นสุขด้วย ถ้าคนอื่นเป็นทุกข์เราก็จะพลอยเป็นทุกข์ไปด้วย เช่น เมื่อเกิดความรุนแรงขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ ผลกระทบที่ตามมาก็คือเศรษฐกิจของไทย รายได้ที่ได้จากนักท่องเที่ยวลดน้อยลง สินค้าขายไม่ได้ การว่างงานเกิดขึ้น

แม้เราอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรา คงไม่มีผลกระทบถึงเราอย่างแน่นอน แต่ความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถหลีกเลี่ยง ผลกระทบไปได้ อย่าลืมว่ารัฐบาลต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปเพื่อพัฒนา ในช่วงที่เกิดความรุนแรงขึ้น เงินเหล่านั้นก็คือเงินภาษีของประชาชนทุกคน

หรือ การมองมนุษย์แบบเสริมค่า หมายถึง การมองมนุษย์เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับเรา เป็นการมองแก่นแท้ของมนุษย์ ไม่ว่าเขากับเราจะมีความแตกต่างกันในเรื่องใดก็ตาม คือถ้าใครปฏิบัติตนตามหลักศาสนาของตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะเข้าถึงความดีสูงสุดนั้นได้ ตรงกันข้าม ถ้าบุคคลใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตนตามบทบัญญัติทางศาสนา ก็มีสิทธิที่จะลงนรกได้เช่นเดียวกัน

และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การมองมนุษย์เพื่อเข้าใจมนุษย์ เป็นการมองมนุษย์แบบไม่มีอคติ คือเราจะต้องพยายามทำความเข้าใจในความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์ ด้วยใจเป็นกลาง แต่ต้องใช้เหตุผล และใจที่เป็นกลาง พิจารณาด้วยความรอบคอบ ตลอดจนจะต้องสร้างความเป็นสากลขึ้นมา อันได้แก่ ความรัก ความสงสารสากล หมายถึง ความรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน

ความจริงสากล หมายถึง การสร้างแนวคิดเกี่ยวกับความจริงในมนุษยชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสากลที่ทุกคนมีเหมือนกัน และต้องหาวิธีการให้มวลมนุษย์เห็นความจริงข้อนี้ร่วมกัน

3.ความดีสากล หมายถึง การส่งเสริมค่าของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม และก็ต้องไม่จำกัดอยู่เฉพาะชีวิตของตน และคนที่เกี่ยวข้องกับเราเท่านั้น แต่เป็นการส่งเสริมค่าของทุกชีวิตในโลก ความสุขสากล หมายถึง ความสุขของมนุษยชาติ มิใช่ความสุขของฉันคนเดียว ในการดำเนินชีวิตนอกจากจะคำนึงถึงความสุขของตนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสุขของผู้อื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าความรุนแรงเกิดจากปัจจัยทางสังคม อาทิเช่น ความอยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และปัจจัยภายในจิตใจของมนุษย์ คือมิจฉาทิฐิที่มีมูลเหตุมาจากความยึดมั่นถือมั่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เป็นพลังแห่งความชั่วร้ายที่ฝังตัวอยู่ในจิตใจมนุษย์

ดังนั้น สันติภาพจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องหาทางแก้ไขให้สอดคล้องกับมูลเหตุทั้งภายนอกและภายใน และต้องทำกันอย่างจริงจัง เนื่องจากสันติภาพเป็นความต้องการของมนุษยชาติ สังคมที่มีสันติภาพสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะปัจเจกชนแต่ละคนเป็นเซลล์หนึ่งของสันติภาพของโลก ถ้ามีเซลล์ใดที่ทำให้สันติภาพเป็นช่องทะลุ นั่นคือสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่าสันติภาพกำลังถูกกัดกร่อนลง และถ้ามีเซลล์จำนวนมากเป็นไปในลักษณะนี้

นั่นก็หมายถึงสันติภาพก็จะไร้เงา หรือเงาของสันติภาพจะเป็นช่องทะลุที่ใหญ่ขึ้น ดังนั้น มนุษย์ผู้รักสันติภาพทุกคนต้องช่วยกัน เป็นความที่จำต้องช่วยกันในระนาบของความเป็นมนุษย์เช่นกัน และเป็นความเช่นเดียวกันในบริบทแห่งความเป็นมนุษย์ ผู้มีศาสนาอันบริสุทธิ์อันควรค่าแก่การเป็นวิสุทธิวถี ที่กอปรด้วยร่มเย็นในร่มเงาของสันติ

และข้อนี้ก็เป็นบริบทที่สำคัญยิ่งต่อการสำเหนียกนึกในความเป็นสิ่งร่มเย็นของสังคม เป็นสังคมแห่งอารยะ ที่มิบังควรเป็นอย่างมาก ต่อการนำเอาเรื่องความแตกต่าง และความรู้สึกของเราเหล่ามนุษย์อันเป็นเผ่าพันธุ์แห่งอารยชน มาเป็นตัวปิดกั้นสันติภาวะที่เป็นความต้องการของเรา ซึ่งต่างก็เป็นไทยด้วยกันอีกต่อไป