หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การเมืองต้องเปลี่ยน : ไม่เปลี่ยนไม่ได้

โดย ประสาร มฤคพิทักษ์ pmarukpitak@yahoo.com มติชนรายวัน วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10331

ปรารถนาหรือไม่ปรารถนา ต้องการหรือไม่ต้องการ อยากให้เกิดหรือไม่อยากให้เกิด ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ขึ้นต่อเจตจำนงของใคร การเผชิญหน้ารอบใหม่จะต้องปรากฏขึ้นหลัง 9 กรกฎาคม 2549 หลังจากกระแสฟุตบอลโลกจางหายไป

ปมปัญหาอยู่ที่คนสามฝ่าย หนึ่งคือคุณทักษิณ ชินวัตร กับบริวาร สองคือ กกต. ทั้งสามคน สามคือประธานวุฒิสภา เปรียบเสมือนสามลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง

สามคนรุมกันแก้ยิ่งทบทวีความยุ่งยาก

1.สามศาลสถิตยุติธรรม ตอบสนองพระราชดำรัส ที่จะต้องน้อมนำดำเนินการให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม

ขอถามว่า นอกจากบุคคลสามฝ่ายที่ว่านั้น มีใครในประเทศนี้บ้างที่เห็นดีเห็นงามกับการเปิดทางให้ กกต.ดำเนินการเลือกตั้งต่อไป

ทำไมคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จึงลาบวช ทำไมคุณวิษณุ เครืองาม ยังไม่กล้าทูลเกล้าเสนอ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งทั่วไป 15 ตุลาคม 2549 ศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาชี้ชัดว่าการเลือกตั้ง 2 เมษายน และ 23 เมษายน 2549 ดำเนินการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เลขาธิการศาลฎีกาเสนอแนะให้ กกต.ทั้งสามคนลาออกเพื่อเปิดทางให้แก่การสรรหาและจัดตั้ง กกต.ชุดใหม่ เข้ามาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 138 (3) กกต.ทั้งสามยังมีคดีรอไต่สวน รอพิจารณาอีกหลายกรณี เพียงแค่แก้ต่างให้กับตนเองก็ไม่ต้องทำอะไรอื่นแล้ว

นักกฎหมายและสื่อมวลชนเห็นตรงกันหมดว่า กกต.3 คนไร้ความชอบธรรม ควรออกไปได้แล้ว แต่ กกต.ทั้งสามคนยังขัดขืนมติศาล และมติมหาชน จะด้วยเหตุผลเบื้องหลังอะไรก็แล้วแต่ ผลที่ตามมาคือ การเลือกตั้งใหม่หยุดชะงัก รัฐบาลใหม่เกิดไม่ได้ รัฐบาลรักษาการไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจชะงักงัน ประชาชนเดือดร้อนกับภาวะน้ำมันแพง หนี้สินเพิ่ม

ตราบใดที่ กกต.ทั้งสามยังอยู่ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมก็เกิดไม่ได้

2.คุณทักษิณ ชินวัตร หมดความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิงที่จะบริหารประเทศต่อไป

งานฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ผ่านแล้วด้วยปรากฏการณ์เสื้อสีเหลืองแสดงมหาประชาปีติ และเปล่งประกายพลังสนับสนุน "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระองค์ท่านที่โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ยกย่องให้เป็นแบบอย่างของโลก เป็นแนวทางแห่งการพัฒนาบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงของสังคมไทย ซึ่งมีความขัดแย้งโดยพื้นฐานอย่างเป็นขั้วตรงกัน ข้ามกับ "ทักษิโนมิกส์" ที่ยั่วยุการบริโภคอย่างรุนแรง ส่งเสริมการสร้างหนี้มหาศาล กระชากเงินอนาคตมาใช้จ่ายอย่างสุ่มเสี่ยง บั่นทอนการพึ่งพาตนเอง ชักนำให้ชาวบ้านวางใจและพึ่งพาผู้นำที่อ้างว่าจะเสกสรรความร่ำรวยให้ภายใน 6 ปีที่ไม่อาจเป็นจริงได้

การเข้าเฝ้าและในวันเดียวกันออกมาประกาศเว้นวรรคเมื่อต้นเมษายน เข้าเฝ้าอีกครั้งแล้วออกมาประกาศกลับเข้าทำเนียบ เหมือนจงใจจะสื่อความนัยบางอย่างต่อสาธารณะนั้น ไม่เป็นผล ผู้คนฝังใจในคำพูด ที่ไม่บังควรมากกว่า

อย่าคิดว่าการเคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่จะทำให้ตนเองดูดีขึ้นได้ ความขยันอาจลบล้างความขี้เกียจได้ แต่ความขยันไม่สามารถลบล้างความฉ้อฉล สารพันเรื่องราวที่ค้างใจประชาชน ไม่มีเรื่องไหนที่ฟอกขาวได้เลย

คำตัดสินของสถาบันตุลาการแต่งละครั้งล้วนตรงกันข้ามกับความปรารถนาของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เรื่อง กฟผ.เรื่องการเลือกตั้งทั่วไป เรื่องความไม่ชอบธรรมของอนุญาโตตุลาการ กรณีสัมปทานไอทีวี ฯลฯ

3.ยิ่งดื้อดึงยิ่งตกหลุมลึก

วันต่อวันที่ล่วงไป ไม่เป็นใจกับรัฐบาลเอาเสียเลย ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ที่อ้างว่ารู้ตัวล่วงหน้า แต่กลับคุมสถานการณ์ไม่ได้ คดีความที่ขึ้นสู่โรงศาลหลายคดี

ยุทธวิธีเตรียมเชือดตัดตอน พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม หรือบวกเอาคุณพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม เข้าไปด้วย อาจช่วยบรรเทาได้บ้างเล็กน้อย แต่ปรากฏการณ์พรรคใหญ่ จ้างพรรคเล็กนั้น ทุกคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

ส่วนข้ออ้างที่ว่า "ผมทำตามกติกา" นั้น เป็นเพียงน้ำลายพ่นจากปาก เพราะเมื่อสังคมชี้ว่า การซุกหุ้นผิดกฎหมาย ก็อ้างว่า "16 ล้านเสียง เลือกมาให้เป็นนายก" ครั้นเมื่อสังคมบอกว่าขายหุ้น 73,000 ล้าน ไม่ต้องเสียภาษีด้วยเพทุบายก็อ้างว่า "ผมทำตามกฎหมาย"

เป็นเหลี่ยมของคนประเภท "คว่ำก็กิน หงายก็กิน"

จึงไม่แปลกที่มีข่าวลือเรื่องทหารบางรุ่น จะทำรัฐประหาร มีข่าวเรื่องการเตรียมการให้คนรากหญ้า ออกมาชนกับประชาชนด้วยกัน แบบที่ขี่อีแต๋นตามทางหลวงมาปักหลักที่สวนจตุจักร หรือแบบที่ยกขบวนไปปิดล้อมอาคารเดอะเนชั่น และแห่กันไปก่อกวน น.ส.พ.ผู้จัดการวิธีการเช่นนี้จะนำไปสู่อะไร

การเผชิญหน้าครั้งต่อไป ไม่ใช่เรื่องของคาราวานคนจนกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องของคนรากหญ้า กับสถาบันตุลาการซึ่งกำลังดำเนินการตามพระราชกระแสรับสั่ง และตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 3

ความคิดที่ว่า "ผมจัดการได้" นั้นไม่จริง เพราะถ้าจัดการได้จริง ก็คงไม่ต้องยุบสภาทั้งๆ ที่มีคะแนนเสียงท่วมท้น ไม่ต้องเว้นวรรคแล้วกลับมาใหม่ ไม่ต้องออกอาการทุรนทุรายเหมือนหนูติดจั่นอย่างทุกวันนี้

ไม่ต้องไปโยนบาปให้ฝ่ายค้าน และไม่ต้องไปกล่าวหาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรอก สามฝ่ายที่กล่าวแล้วนี้เอง เป็นเจ้าภาพร่วมแห่งปมปัญหาของประเทศชาติในเวลานี้ ความจริงแล้วใจกลางของปมปัญหา รวมศูนย์อยู่ที่คุณทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง

ขอบอกว่าสยามประเทศอยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะมีประชาชนและมีผู้นำสืบเนื่องมาทุกยุค

สังคมไทยไม่ล่มสลายเพราะเหตุที่ขาดใครผู้ใด และใครก็ไม่ควรอ้างว่าตนเองเป็นบุคคลที่ขาดเสียไม่ได้

การเมืองไทยวันนี้ ต้องเปลี่ยน ไม่เปลี่ยนไม่ได้

หน้า 6