หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ภูมิรัฐศาสตร์พลังงานในเอเชีย

โลกทรรศน์ อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1349

หลังจากที่บริษัทซีนุก บริษัทพลังงานของรัฐบาลจีนล้มเหลวในการซื้อบริษัทพลังงานยูโนแคลของสหรัฐ ไม่เพียงทำให้โลกมองเห็นความต้องการพลังงานของจีนเท่านั้น มีความเปลี่ยนแปลงอีกหลายด้านพร้อมกันด้านพลังงานในโลก อย่างไรก็ตาม เราควรมองถึงภาพกว้างและเป็นยุทธศาสตร์โลก

บทความเล็กๆ ชิ้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของผู้เขียนเองเพื่อเข้าใจภูมิรัฐศาสตร์พลังงานในเอเชีย

 

รัสเซีย : ยักษ์แห่งเส้นทางลำเลียงพลังงาน

ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเข้าร่วมเจรจาเรื่องพลังงาน กับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป โดยประธานาธิบดีปูตินรับเป็นเจ้าภาพเชิญผู้นำกลุ่มประเทศ G-8 ประชุมที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กก่อน และต่อมาเรื่องก็ยังไม่จบสิ้น จึงมีการเจรจาระหว่างรัสเซียกับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปอีก เพราะทั้งสองฝ่ายกำลังมีข้อโต้เถียงหลายอย่าง

ทางฝ่ายรัสเซีย รัสเซียต้องการให้สหภาพยุโรป เปิดตลาดพลังงานแก่รัสเซียมากขึ้น เพราะรัสเซียต้องการส่งก๊าซธรรมชาติ ไปขายยังสหภาพยุโรปมากขึ้น แต่ทางสหภาพยุโรป ต้องการให้ทางการรัสเซียปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ

นโยบายพลังงานของรัสเซียมี 2 ด้านสำคัญที่สหภาพยุโรปต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ประการที่หนึ่งคือ เริ่มตั้งแต่ การปรับโครงสร้างบริษัทพลังงานของรัสเซีย ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐ ให้เป็นการลดบทบาทของรัฐ และเพิ่มสัดส่วนของภาคเอกชนมากขึ้น

ในช่วงเวลานี้ ทางการรัสเซียมีความพยายามนำบริษัท Rosneft รัฐวิสาหกิจน้ำมันของรัสเซีย จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน และรัสเซีย

บริษัท Rosneft เติบโตเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของรัสเซีย และจะกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุด ในปี 2010 บริษัทมีน้ำมันสำรองใหญ่กว่าของบริษัท Exxon รายงานทางบัญชีของปีที่แล้วซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน บริษัท Rosneft มีกำไรสุทธิสูงกว่าเกือบ 5 เท่าของปี 2004

ทางกลุ่มประเทศ G-8 เสนอให้ทางการรัสเซีย จัดการให้ภาพใหม่ของการลงทุนด้านพลังงานของประเทศปรากฏขึ้น ในกรณีการจดทะเบียบของบริษัท Rosneft ในตลาดหลักทรัพย์ผู้นำประเทศอุตสาหกรรมสนับสนุน ความน่าสนใจในการลงทุนในบริษัทพลังงานรัสเซีย ให้รวมเอาการประกาศถึงผู้ร่วมทุนต่างประเทศ ในโครงการก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ของบริษัท Gazprom และการแสดงความชัดเจนต่อกฎหมายใหม่ที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วม ของต่างประเทศในอุตสาหกรรมพลังงานรัสเซีย

แต่กรณีบริษัทก๊าซธรรมชาติ กลับเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่องค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) และกฎระเบียบใหม่ว่าด้วยบทบาทของต่างประเทศถูกเลื่อนออกไป

ประการที่สอง เป็นผลมาจากการติดขัดการส่งน้ำมันออกของรัสเซีย ความจริงแล้ว น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทางการรัสเซียสามารถผลิตได้ในปริมาณมาก แต่การนำส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ตลาดเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยังแก้ไม่ตก

ท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติเต็ม และเส้นทางขนส่งน้ำมันติดขัด ประธานาธิบดีปูตินเข้าแทรกแซงเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อโยกย้ายเส้นทางท่อก๊าซใหม่ของเอเชีย จากจากทะเลสาบบัลคาน ซึ่งเป็นทะเลสาบมรดกโลกในไซบีเรีย แต่ในภายหลังกลายเป็นเรื่องตลกไป ดูเหมือนประธานาธิบดีปูตินย้ายทะเลสาบ ไม่ได้ย้ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โครงการย้ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติก็เหมือนโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการในรัสเซีย กล่าวคือ ทำให้เกิดความล้าช้ายิ่งขึ้น

บริษัทชั้นนำหลายบริษัทจำต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เช่น ใช้การขนส่งทางรถไฟ

 

เส้นทางพลังงานใหม่ จีน ปากีสถานและพม่า

ขณะนี้ไม่มีใครปฏิเสธการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ความจำเป็นและความต้องการพลังงานมากขึ้นของจีน ก็เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อสนองตอบความต้องการพลังงาน การสร้างหลักประกัน แหล่งพลังงานน้ำมันเป็นภารกิจใหญ่ และเร่งด่วนของจีน เมื่อมองตรงนี้ ทำให้เรามองเห็นภูมิรัฐศาสตร์พลังงานของเอเชียไปด้วย

ในแง่ภาพรวม จีนได้เริ่มต้นทบทวนยุทธศาสตร์พลังงานใหม่โดยเฉพาะในด้านเส้นทางลำเลียงน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เข้ามายังจีน แต่เดิมทางจีนมีการพึ่งพาแต่เส้นทางช่องแคบมะละกาเป็นหลัก ขณะนี้เส้นทางดังกล่าวมีความไม่ปลอดภัยสูง ต้องเสี่ยงทั้งภัยจากการก่อการร้ายและโจรสลัดชุกชุม นอกจากนั้น บริเวณช่องแคบมะละกายังมีกองเรือสหรัฐ คู่ปรับของจีนแล่นไปทั่ว ทางจีนยังมีความหวาดระแวงอีกว่า หากวันใดจีนเปิดศึกกับไต้หวันขึ้นมา สหรัฐอาจปิดเส้นทางลำเลียงพลังงานเดิมนี้ ในขณะที่ 80% ของน้ำมันที่นำเข้ามายังจีนนั้น ขนผ่านช่องแคยมะละกา

มองจากทางจีน เส้นทางขนส่งพลังงานที่ดีกว่าเดิมคือ เส้นทางจากพม่าและปากีสถาน เหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รองรับเส้นทาง จากพม่า และปากีสถาน ประกอบด้วยเส้นทางนี้มีความเสี่ยงภัย ด้านการก่อการร้ายน้อยกว่า ส่วนเส้นทางจากรัสเซียนั้น ก็หวังพึ่งพาได้ยากในอนาคตอันใกล้นี้

เพราะรัสเซียเองยังสนใจการแก้ปัญหาการขนส่งพลังงานไปกลุ่มประเทศยุโรป

จากปากีสถานสู่พม่า หลังจากที่ท่าเรือน้ำลึกกวาดาร์ ซึ่งเป็นโครงการจีน-ปากีสถานเฟสแรกสร้างเสร็จแล้วเมื่อปลายปี 2005 อันเป็นโครงการที่จีนทุมเงินทุนมหาศาล เพื่อกุมอิทธิพลเหนือจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะทางด้านพลังงาน ไม่ทันข้ามปี จีนก็รุดหน้าผลักดันยุทธศาสตร์แหล่งพลังงานในต่างแดนต่อ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเพื่อการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งชาติจีน ได้อนุมัติโครงการก่อสร้างท่อขนส่งน้ำมัน จากเมืองท่าชิตตเวในพม่า เข้าสู่เมืองคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนานของจีน รวมความยาวราว 1,700 กิโลเมตร งบประมาณมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะลงมือก่อสร้างภายในปีนี้

จากเส้นทางนี้ น้ำมันจากตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ผ่านมหาสมุทรอินเดียสามารถขึ้นที่เมืองท่าชิตตเว ของพม่า จากนั้นก็ขนถ่ายน้ำมันลงท่อขนส่งน้ำมันเส้นนี้ซึ่งผ่านมัณฑะเลย์ รุยยี่ก่อนถึงปลายทางที่เมืองคุนหมิงของจีน น้ำมันเส้นทางนี้จะป้อนไปให้กับมณฑลยูนนาน มลฑลเสฉวนและเมืองฉงชิงของจีน

ทางการพม่า รัฐบาลพม่าได้ยืนยันว่าพม่าตัดสินใจสร้างท่อก๊าซธรรมชาติความยาว 2,380 กิโลเมตร จากเมืองท่าชิตตเว เข้าไปยังมลฑลยูนนานของจีน โดยภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือสร้างท่อก๊าซธรรมชาติระหว่างจีนและพม่าดังกล่าว รัฐบาลจีนจะให้เงินกู้ช่วยเหลือแก่พม่ามูลค่า 650 ล้านเหรียญฮ่องกง สำหรับพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมัน และยกระดับความสามารถการผลิตน้ำมันของพม่า

ท่าเรือน้ำลึกกวาดาร์ ปากีสถาน จะเป็นทางออกสู่ทะเลที่ใกล้ที่สุดของอัฟกานิสถาน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน และเหล่าชาติเอเชียกลางอื่นๆ ซึ่งประเทศเหล่านี้ ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อไปถึงศรีลังกา บังกลาเทศ โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน และอิรักเป็นต้น ในอนาคตก็อาจขยายโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อถ่ายโอนน้ำมัน และก๊าซในปากีสถานไปยังมลฑลซินเกียง และมลฑลทางภาคตะวันตกของแผ่นดินใหญ่

เมืองท่าชิตตเวพม่า พร้อมๆ กับความสำคัญของท่อขนส่งน้ำมัน หากมองในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ จีนกำลังกระชับความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพม่า ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อดุลภาพทางยุทธศาสตร์ในเอเชียใต้

ยิ่งเมื่อมองทางด้านภูมิศาสตร์ล้วนๆ แม้ว่าท่าเรือน้ำลึกกวาดาร์ ปากีสถานอยู่ใกล้แหล่งผลิตน้ำมันมากกว่า แต่พม่าเองมีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติด้วยตัวเอง ทั้งมีความเสียงภัยต่อการคุกคามการก่อการร้ายน้อย แม้ว่าการเดินทางจากตะวันออกกลาง เข้ามายังพม่าจะต้องผ่านมหาสมุทรอินเดีย

แต่พม่าและอินเดีย ต่างก็เป็นสมาชิกในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจบังกลาเทศ อินเดีย พม่า ศรีลังกาและไทยหรือ BIMST-EC หากจีนและอินเดียสามารถจับมือกัน บนเวทีพลังงาน บทบาทของท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันจีน-พม่าจะยิ่งโดดเด่นขึ้น

ภูมิรัฐศาสตร์พลังงานจีน-ปากีสถาน-พม่า รวมถึงรัสเซียเป็นภูมิรัฐศาสตร์พลังงานของโลก ที่กำลังผลักดันโลกในอนาคตในทิศทางใหม่

หน้า 34