หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เตือนฟองสบู่การเงินแตก ศก.โลกเสี่ยงถดถอยปีหน้า

กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2549

การทรุดตัวฮวบฮาบของตลาดเกิดใหม่ช่วงเร็วๆ นี้ ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของตลาดการเงินเอเชีย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจและการลงทุน มองดูสถานการณ์ในแง่มุมที่ต่างกัน โดยมาร์ค โมเบียส ผู้จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเปิลตัน อินเวสต์เมนต์ เชื่อว่า ปัจจัยพื้นฐานของตลาดเกิดใหม่ยังอยู่ในระดับดี แต่แอนดี้ เซียะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชีย แห่งมอร์แกน สแตนเลย์ มองว่า ตลาดหุ้นไม่ได้ปรับฐานตามปกติ และฟองสบู่สภาพคล่องทั่วโลกกำลังระเบิด

แอนดี้ เซียะ : ตลาดอาจปรับฐานลง 50-72%

นายแอนดี้ เซียะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชีย แห่งมอร์แกน สแตนเลย์ ให้ความเห็นในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า ฟองสบู่สภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกอาจระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การปรับฐานธรรมดา แต่เชื่อว่าตลาดที่มีความร้อนแรงหลายแห่งอาจทรุดตัวลงประมาณ 50-72% ก่อนราคาสินทรัพย์ทั่วโลกจะปรับตัวสู่ภาวะปกติ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางประเทศอื่น เริ่มหันมาต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ปัจจัยที่ควบคุมอัตราเงินเฟ้อในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เช่น วิกฤติตลาดเกิดใหม่ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของจีน และการปฏิรูปการธนาคารญี่ปุ่น เปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสำคัญหลายรายรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำ แม้เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่เมื่อปัจจัยเหล่านี้เริ่มสลายไป ธนาคารกลางรายสำคัญๆ จึงต้องลดสภาพคล่องเพื่อยับยั้งอัตราเงินเฟ้อ

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการกู้ยืมเงินในอนาคตมาใช้ เนื่องจากสภาพคล่องถูกปั่นสูงเกินจริง เมื่อสภาพคล่องกลับมาอยู่ในระดับปกติ นายเซียะเชื่อว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้า

เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่บางประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดปริมาณสูง สามารถเพลิดเพลิน กับความเฟื่องฟู เมื่อฟองสบู่สภาพคล่องบดบังการขาดดุล และส่งผลให้มีการมองอนาคตการเติบโตสูงเกินจริง ฟองสบู่สินทรัพย์ทำให้ปัจจัยพื้นฐาน เช่น การแข็งค่าของสกุลเงิน และผลกำไรบริษัท ดูเหมือนมั่นคงมากกว่าจะเห็นเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่เมื่อฟองสบู่สภาพคล่องคลายตัว สกุลเงินของประเทศเหล่านี้จะอ่อนค่าลง และอัตราเงินเฟ้อจะขยายตัวมากขึ้น ธนาคารกลางอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤติ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวสู่ภาวะถดถอย

อย่างไรก็ตาม ประเทศตลาดเกิดใหม่ส่วนมากดำเนินนโยบายบัญชีเดินสะพัดเกินดุล สกุลเงินของประเทศเหล่านี้ ยังมีความยืดหยุ่น ธนาคารกลางอาจไม่ต้องเข้มงวดทางการเงินมากนัก และเศรษฐกิจจะไปได้ดีแม้ในช่วงขาลง

จุดเริ่มต้นของภาวะหมีในตลาดหุ้น อาจมาจากคำกล่าวของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด ในวันที่ 5 มิถุนายน เพราะเมื่อเฟดเตรียมพร้อมต่อสู้ภาวะเงินเฟ้อ สภาพคล่องมักมีแนวโน้มลดลง และภาวะหมีเป็นเพียงผลพวงอย่างหนึ่ง ดังนั้น การเทขายในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับฐานเหมือนเมื่อปี 2547 หรือเมื่อปี 2548 ในการเทขายครั้งก่อนๆ เฟดและธนาคารกลางรายอื่นไม่ได้วิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ภาวะเงินเฟ้อกลายมาเป็นปัญหาในช่วง 6 ไตรมาสที่ผ่านมา นายเซียะเชื่อว่า ธนาคารกลางประเทศต่างๆ พยายามปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว ด้วยการอ้างถึงอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ตอนนี้ ธนาคารกลางเหล่านั้นเริ่มวิตก เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ และต้องปรับเปลี่ยนมุมมองแบบทันทีทันใด

นายเซียะกล่าวว่า ระดับสภาพคล่องอิสระทั่วโลก ซึ่งได้จากอัตราการโตของปริมาณเงินระยะสั้น ลบด้วยอัตราการโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 60% นับจากปี 2539 ภาวะช็อกผิดปกติ เช่น วิกฤติตลาดเกิดใหม่ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจีน และการปฏิรูปการธนาคารญี่ปุ่น ทำให้ระบบการเงินทั่วโลกมีเงินเก็บมากโดยไม่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ เมื่อปัจจัยเหล่านี้หายไป ปริมาณเงินที่มีอยู่จะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ

หากการบริโภคของสหรัฐทรงตัวอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลาหลายปี จีนจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเดียวสำหรับภาวะกระทิงในเอเชีย การอุปโภคบริโภคในครัวเรือนของจีนในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับประมาณ 40% ของจีดีพี ซึ่งสัดส่วนนี้อาจเพิ่มเป็น 55% โดยไม่กระทบอัตราเงินเฟ้อ แต่ปัญหาท้าทายอยู่ที่ว่า รูปแบบการเติบโตของจีนมาจากการส่งเสริมการส่งออก ขณะที่การอุปโภคบริโภคถูกควบคุมไว้ จีนจำเป็นต้องปรับปรุงให้ความต้องการในประเทศ เป็นปัจจัยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

มาร์ค โมเบียส : ตลาดเกิดใหม่ต้องลงทุนระยะยาว

นายมาร์ค โมเบียส ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ กล่าวที่กรุงลอนดอน อังกฤษ ว่า สินทรัพย์น่าลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ที่เผชิญแรงขายอย่างหนักช่วงเร็วๆ นี้ ยังคงมีแนวโน้มผันผวนต่อไป และนักลงทุนควรมองในระยะยาวเท่านั้น นักลงทุนที่มองอนาคตในระยะ 6 เดือน 3 เดือน หรือ 1 เดือน ไม่สมควรอยู่ในตลาดเกิดใหม่ตั้งแต่แรก แต่ถ้ามองยาวไปถึง 5 ปี การร่วงลงของตลาดเกิดใหม่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสเหมาะที่จะช้อนซื้อหุ้นมูลค่าดีซึ่งมีอยู่จำนวนมาก

หุ้นในตลาดเกิดใหม่ถูกเทขายอย่างหนักตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มได้รับผลกระทบ จากการถอนตัวออกจากตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ดัชนีตลาดเกิดใหม่ของเอ็มเอสซีไอ ลดลงกว่า 21% ในช่วงดังกล่าว แต่กองทุนเทมเปิลตัน ซึ่งบริหารเงินลงทุนประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ในตลาดเกิดใหม่ 40 ประเทศ เชื่อว่าในระยะยาวแล้ว ปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์น่าลงทุนยังคงอยู่ในระดับดี เนื่องจากผู้ควบคุมกฎระเบียบ และธนาคารต่างๆ มีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับตลาดหุ้นและสินเชื่อ ขณะที่บริษัทต่างๆ ในตลาดเกิดใหม่เริ่มเปิดกว้างต่อผู้ถือหุ้นมากขึ้น คนท้องถิ่นกลายมาเป็นนักลงทุนมากขึ้น นายโมเบียสมองว่า ตลาดในประเทศเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

กองทุนเทมเปิลตัน มองเห็นหุ้นมูลค่าดีในตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง แต่การจัดสรรเงินลงทุนในกองทุน จะเน้นไปที่ตลาดที่ชื่นชอบที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ บราซิล จีน ไต้หวัน ไทย ฮังการี และรัสเซีย บริษัทมุ่งความสนใจไปที่ภาคสินค้าโภคภัณฑ์และอุปโภคบริโภค

ราคาหุ้นในตลาดเกิดใหม่ขณะนี้มีระดับต่ำเกินจริง แต่ไม่ใช่สำหรับทุกบริษัทหรือทุกตลาด เมื่อพิจารณาประวัติที่ผ่านมา และเปรียบเทียบตลาดเกิดใหม่กับตลาดพัฒนาแล้ว จะเห็นว่าหุ้นตลาดเกิดใหม่มีราคาต่ำกว่าปกติ สำหรับในระยะสั้น บริษัทยังไม่สามารถทำนายได้ว่าตลาดจะฟื้นตัวหรือไม่ และราคาจะหยุดชะงักหรือไม่ แต่บอกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่จะซื้อและขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่ สภาพคล่องที่ปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดภาวะราคาหุ้นชะงักงัน

นายโมเบียสกล่าวด้วยว่า นักลงทุนเต็มใจแบกรับความเสี่ยงหากได้ผลกำไรงาม เช่นเดียวกับนักพนันฟุตบอลที่คิดว่าทีมโปรดของตนจะชนะ และเต็มใจทุ่มเงินเดิมพัน นักลงทุนที่ติดตามตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่องจะคำนวณความเสี่ยงตามตลาด แต่หลายรายมองการลงทุนเป็นการพนัน ไม่ใช่การลงทุนระยะยาว และมักลงทุนตามกระแส

ในส่วนของสภาพคล่องภายในตลาดเกิดใหม่ นายโมเบียสกล่าวว่า กระแสเงินหมุนเวียนมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่อาจไม่ได้ไหลเข้าตลาดหุ้นทั้งหมด บางส่วนไหลเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือตราสารหนี้ ปัญหาอยู่ที่ว่า นักลงทุนมั่นใจต่อตลาดหุ้นและตลาดเกิดใหม่มากพอที่จะนำเงินมาลงทุนในหุ้นหรือไม่ ดังนั้น การฟื้นตัวของตลาดเกิดใหม่จึงขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนในตลาด กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่จะสะท้อนระดับความมั่นใจของนักลงทุน


โรดริโก ราโต : ระวังแรงกดดันจากเงินเฟ้อ

นายโรดริโก ราโต กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แสดงทัศนะต่อความผันผวนของตลาดการเงินโลก เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นโลกช่วงเร็วๆ นี้ เป็นการปรับตัวตามวาระ และเป็นเครื่องหมายแสดงว่ามีการประเมินความเสี่ยงใหม่

ขณะอัตราเงินเฟ้อไต่ระดับสูงขึ้น หลายประเทศดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เริ่มปรับท่าทีเป็นกลางมากขึ้น ซึ่งจะมีความยั่งยืนมากกว่า และหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มไต่ระดับสูงขึ้น ดังนั้น ตลาดจึงต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง อีกทั้งสัญญาณภาวะเงินเฟ้อยังช่วยกระตุ้นความวิตกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายราโตกล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกยังแข็งแกร่งต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้า ด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 5% ในปีนี้ และการเติบโต "อย่างมั่นคง" ในปีหน้า

กระนั้นก็ตาม ตลาดยังคงมองไปที่ปัจจัยพื้นฐาน โดยเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค เสถียรภาพของประเทศชาติ และความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินเกี่ยวกับเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยที่เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ นโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ จะต้องใส่ใจกับแรงกดดันอัตราเงินเฟ้ออย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง