|
||||||||||||||
|
ระวังภัย
จากเชียร์ลีดเดอร์
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มติชนรายวัน วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10323 หลังจากมหาวิทยาลัยเปิด กิจกรรมนักศึกษาเชียร์ลีดเดอร์ที่กระทำกันอย่างกว้างขวาง และเอาเป็นเอาตายโดยเกี่ยวพันกับนักศึกษาใหม่ และเก่านับพันคนในกว่า 120 มหาวิทยาลัยของประเทศไทยก็เริ่มต้นขึ้น โดยหารู้ไม่ว่าบางส่วนของกิจกรรมเสมือนกำลังเล่นกับไฟ กิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยไทยในปัจจุบันบ่อยครั้งที่มิได้มีแค่ท่าทางเต้นที่พร้อมเพรียง และสวยงามให้จังหวะแก่การร้องเพลงเชียร์ หากมีการต่อตัวปีนขึ้นไปหกหัวตีลังกาลงมา เพื่อความสนุกและตื่นเต้น เหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วกับนักศึกษาหญิงทีมปอม-ปอม เชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นอุทาหรณ์ที่อาจารย์ผู้ควบคุมดูแลกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ของทุกมหาวิทยาลัยควรสังวรณ์ เพราะไม่มีอะไรที่มีค่าไปกว่าชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโอกาสเรียนในระดับอุดมศึกษาที่มีจำนวนเพียง 300 ล้านคน ในประชากร 6,000 ล้านคน ของโลก หรือร้อยละ 5 ของประชากรโลก ผลที่เกิดจากอุบัติเหตุของกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ของผู้ที่เรียกว่า Pom-Pom Girls ในภาษาอังกฤษ ในการตีลังกาห้อยโหนต่อตัว ดังที่มีการบันทึกไว้ในสหรัฐอเมริกาก็คือการเป็นอัมพาต การพิการในบางลักษณะหรือแม้แต่ถึงแก่กรรม กิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ซึ่งมีทั้งในระดับโรงเรียนมัธยมและสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกาดินแดนต้นฉบับ เป็นสาเหตุแห่งการบาดเจ็บที่รุนแรง ประมาณครึ่งหนึ่งของกรณีที่เกิดขึ้นกับเพศหญิงผู้เกี่ยวพันกับกีฬาทั้งหมด ใน ค.ศ.2001 ในสหรัฐอเมริกาที่เชียร์ลีดเดอร์หญิง 24,860 คน ถูกส่งโรงพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุขณะซ้อม หรือแสดงจริงในกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ ตัวเลขที่เพิ่มจาก 11,700 คน ในปี 1991 สถิติชี้ว่า ความรุนแรงของการบาดเจ็บดังกล่าวสูงกว่าการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลด้วยซ้ำ เพราะโดยเฉลี่ยเชียร์ลีดเดอร์เสียเวลาในการซ้อมไปประมาณ 28-35 วัน ต่อการบาดเจ็บ ในขณะที่ตัวเลขเดียวกันของอเมริกันฟุตบอลคือ 7-10 วัน กรณีที่รุนแรงคล้ายไทยก็คือ ในปี 1986 นักศึกษาหญิงปีที่ 4 อายุ 21 ปี ของ North Dakota State University ซึ่งกำลังจะได้รับรางวัลเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของอเมริกาโดย National Cheerleading Association ในอาทิตย์ถัดไปเสียชีวิตขณะฝึกซ้อม จากการตกลงมาจากการต่อตัวสองชั้นเป็นรูปพีระมิด ศีรษะของเธอกระแทกกับพื้นโรงยิม ถึงแม้จะนำส่งโรงพยาบาลทันที แต่เธอก็เสียชีวิต เพราะสมองถูกกระแทกอย่างแรง เรื่องราวของเธอเตือนใจให้นึกถึงความเสี่ยงจากการตกลงมาเพราะท่าทีท้าทาย และการฝึกซ้อมและแสดงบนพื้นแข็งที่ไม่มีเบาะรองรับ ปัญหาอันหนึ่งของกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ทั้งในสหรัฐอเมริกา และไทยก็คือ ผู้คนทั่วไปถือว่าเชียร์ลีดเดอร์ เป็นกิจกรรมนอกหลักสูตร ไม่ใช่กีฬา ดังนั้น จึงไม่ถูกควบคุมเข้มแบบกีฬา และไม่มีโค้ชมาดูแลควบคุมแบบกีฬา เชียร์ลีดเดอร์ในปัจจุบันต้องอาศัยความสามารถในด้านยิมนาสติคมากกว่าเดิม ซึ่งการใช้ความสามารถเช่นนี้จำเป็นต้องมีผู้สอนและแนะนำเป็นพิเศษเพราะเสี่ยงต่ออันตรายดังเช่นนักยิมนาสติคทั้งหลาย อย่างไรก็ดี ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ขาดการชี้นำในเรื่องนี้ นักศึกษาฝึกกันไปตามคำสอนของรุ่นพี่ที่ถ่ายทอดกันมา ซึ่งมีทั้งถูกและผิด หลายมหาวิทยาลัยฝึกซ้อมกันบนพื้นซีเมนต์ที่ไม่มีเบาะหรือวัสดุอ่อนนุ่มรองรับ การบาดเจ็บของเชียร์ลีดเดอร์จากการตกลงมาจากการต่อตัว หรือตีลังกา หรือห้อยโหนไม่ว่าจะเป็นสมาชิกชาย หรือหญิง ในมหาวิทยาลัยไทย ดูจะเป็นเรื่องปกติที่ไม่เป็นข่าวและไม่เปิดเผยกันนัก จะเป็นเรื่องเป็นราวก็ต่อเมื่อ มีการบาดเจ็บรุนแรงหรือมีการตายเกิดขึ้น มหาวิทยาลัยควรให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัยและคิดในเชิง Pro-Active หรือคิดไปข้างหน้ามากกว่า Reactive หรือคิดแบบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ด้วยการฝึกซ้อมบนพื้นที่มีวัสดุอ่อนรองรับ และได้รับความร่วมมือจากนักศึกษา ผู้ทำกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ ด้วยว่าจะไม่ต่อตัวโลดโผน โยนตัว ตีลังกา เกินสมควรบนพื้นที่ไม่วัสดุรองรับ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การออกแรงอุ่นเครื่องเพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนซ้อมหรือแสดงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสามารถช่วยลดการบาดเจ็บ จากการฉีกขาดของเอ็นได้มาก ในสหรัฐอเมริกามีสมาคมชื่อ The American Association of Cheerleading Coaches and Advisors พิมพ์และแจกคู่มือความปลอดภัยของเชียร์ลีดเดอร์ จัดหลักสูตรอบรมดูแลความปลอดภัยสำหรับเชียร์ลีดเดอร์ สมาคมห้ามการต่อตัวของผู้เล่นที่สูงเกินกว่าสองช่วงตัว (ในบ้านเราเกือบทุกทีมต่อตัวสูงถึง 3 หรือ 4 ช่วงตัว อย่างน่าหวาดเสียว) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตักเตือนการตีลังกา ม้วนตัวโดยปอม-ปอม ที่ไม่ได้เรียนพื้นฐานยิมนาสติคมาก่อน การต่อท่าใหม่ของผู้เล่นทุกครั้งจะต้องเรียนรู้พื้นฐานให้เจนจบก่อน และจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงของผู้เล่นเสมอ การดูแลทีมเชียร์ลีดเดอร์ไม่ให้กระทำสิ่งซึ่งถือว่าเสี่ยงเกินควร เข้าข่ายโลดโผนโจนทะยานเกินเหตุเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เพราะผู้เล่นยังมีประสบการณ์ชีวิตไม่มาก มักประมาทและคิดว่าอุบัติเหตุร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับคนอื่นยกเว้นพวกตนเอง ยิ่งทำได้สำเร็จในท่าที่เสี่ยงเท่าใดก็ยิ่งตื่นเต้นในกลุ่มพวกตนเองและคนดูเท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของอาจารย์ผู้ดูแลที่จะต้องหาจุดที่เหมาะสม และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการซ้อม และแสดงให้ กิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ เป็นอเมริกันพอๆ กับแอปเปิ้ลพาย เข้าใจว่าเข้ามาในประเทศไทยทีละน้อย โดยเริ่มจากการหวีดร้องเชียร์เพลงในมหาวิทยาลัยในทศวรรษ 2500 (ระบาดไปในโรงเรียนมัธยมในเวลาต่อมา) และกลายพันธุ์เป็นปอม-ปอม ประเภทเต้นประกอบเชียร์ในอีก 10 ปีต่อมา ส่วนกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์แบบตีลังกา ต่อตัว เข้าใจว่าเพิ่งเกิดขึ้นในบ้านเราในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเท่านั้น กิจกรรมนักศึกษาเช่นนี้เป็นเรื่องน่าสนับสนุน ถึงแม้ว่าจะเป็นฝรั่งไปหน่อยก็ตาม เพราะทำให้ได้ออกกำลังกาย เกิดการเรียนรู้ในเรื่องการจัดการ การร่วมงานกับผู้อื่น มนุษยสัมพันธ์ การมีความมุ่งมั่นบากบั่น การรู้จักแพ้ชนะ ฯลฯ และประการสำคัญสร้างความสนุกแก่ชีวิตของการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย (ถ้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วไม่มีความสนุก ไม่ได้เรียนรู้จากทั้งในห้องและนอกห้องแล้ว ไปบวชจะดีกว่า) เมื่อปฏิเสธการเชียร์ลีดเดอร์แบบเร้าใจ เพราะความหวาดเสียวว่าจะเกิดการบาดเจ็บไม่ได้ ก็จำเป็นต้องช่วยกันทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นน้อยที่สุด ขอให้ทุกทีมโชคดี และระลึกเสมอว่า ขณะที่ท่านอุ้มเพื่อนไว้ หรือโยนขึ้นตีลังกาหกหัวนั้น ท่านกำลังเล่นกับชีวิตของเพื่อน ความหวังของพ่อแม่เพื่อน และอนาคตของชาติ หน้า 6
|