หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เปิดกลยุทธ์ *Real Sector* งัด 5 คาถารับมือ วิกฤตน้ำมัน-ดอกเบี้ยแพง

มติชนรายวัน วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10322

..มีคำกล่าวว่า ยุคนี้ไม่ใช่ยุคน้ำมันแพง หากแต่เป็นยุคสุดท้ายของน้ำมันถูก!!!

นั่นหมายความว่าจากนี้ไปจะไม่เห็นราคาน้ำมันที่ในระดับลิตรละ 20 บาท เหมือนปีสองปีก่อนหน้านี้อีกแล้ว

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในส่วนภาคผลิตที่แท้จริง หรือ "Real Sector" ภาคที่สะท้อนถึงความเป็นไปของเศรษฐกิจมหภาค ตระหนักรู้ดีและเตรียมรับกับวิกฤตการณ์น้ำมันก่อนที่วิกฤตจริงจะเดินทางมาถึงด้วยซ้ำไป

มีหลากหลายกลยุทธ์ด้วยกันที่ผู้ประกอบการในภาคการผลิตที่แท้จริงนำมาใช้เพื่อรองรับกับวิกฤตน้ำมันแพง แล้วถูกซ้ำเติมด้วยดอกเบี้ยอีกต้นทุนหลักในการดำเนินธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่ง

"มติชน" จึงได้รวบรวมในประเด็นหลักของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่นำมาใช้รับมือกับวิกฤตครั้งนี้ดังนี้

**มองหาพลังงานทดแทน!!

ขณะที่รัฐบาลเพิ่งจะตื่นตัวเรื่องพลังงานทดแทน โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเพิ่งจะมีมติเห็นชอบเรื่องจัดหาพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้ 6 ล้านไร่ ระหว่างปี พ.ศ.2549-2552 ไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่าภาคเอกชนที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มียอดขายในระดับที่มากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี อย่างบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ผู้ผลิตอาหารสำหรับบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ หรือบริษัทในเครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทย ได้เริ่มคิดถึงเรื่องพลังงานทดแทนมาก่อนหน้านี้แล้ว

โดย "ซีพี" ได้มีการนำมูลสัตว์ที่ได้จากการเลี้ยงสุกร ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท มาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับบริษัทเครือสหพัฒน์ที่ได้วางแผนเรื่องการหาพลังงานทดแทนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยแผนในการหาพลังงานทดแทนมี 3 ลำดับด้วยกัน คือลำดับแรกใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าใน จ.ชลบุรี ลำดับที่สองใช้เงินลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ชานอ้อยจำนวน 2 โรง เปิดดำเนินการได้ปี 2550

และแผนลำดับสุดท้ายคือ พลังงานทดแทนที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งหากทุกอย่างเอื้อทั้งนโยบายรัฐบาล ความเข้าใจจากประชาชน เอ็นจีโอ ทางสหพัฒน์ประเมินว่าจะใช้เงินลงทุนกับโครงการนี้มากกว่า 10,000 ล้านบาท เปิดดำเนินการได้ภายใน 10 ปีนับจากนี้ไป

 

**ปรับ Supply Chain ใหม่

Supply Chain จะเกี่ยวข้องกับเรื่องระบบการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีเรื่องขนส่งซึ่งมีน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก่อนที่สินค้าจะถึงมือผู้บริโภคเป็นลำดับสุดท้าย

เรื่องนี้มีตัวอย่างจากบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ขณะนี้ได้นำเทคโนโลยีการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบใหม่ นำถ้วยกระดาษมาใช้แทนถ้วยพลาสติค ที่เป็นเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบเดิมที่มีผลเสียต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม

เมื่อนำเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบใหม่มาใช้ ทางไทย บริษัทไทยเพรซิเด้นท์ฯได้ตัดสินใจที่จะปรับระบบ Supply Chain ใหม่ โดยตัดสินใจซื้อเครื่องจักรผลิตถ้วยกระดาษจากประเทศเกาหลีเพื่อนำมาติดตั้งที่โรงงานจังหวัดลำพูนเพิ่มอีกเครื่องหนึ่ง

ส่วนโรงงานผลิตถ้วยบรรจุมาม่า ที่ปัจจุบันมีโรงงานผลิตอยู่ที่หนองแขม กรุงเทพฯ ก็สามารถทำการขนส่งไปให้โรงงานแห่งอื่นอีกต่อหนึ่ง

แม้ว่าแนวทางนี้จะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกหลาย 10 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับลดลง และผลตอบแทนที่จะได้ในอนาคตอันใกล้

เช่นเดียวกับบริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลมเป๊ปซี่ ,มิรินด้า และน้ำดื่มตราคริสตัล ที่เลือกจะติดตั้งเครื่องจักรผลิตน้ำดื่มคริสตัลที่โรงงานจังหวัดชลบุรี โดยใช้งบฯลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท เพื่อไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าขนส่งจากโรงงานผลิตที่จังหวัดปทุมธานีไปยังจังหวัดชลบุรี

 

**ลดไซซ์หรือขนาดบรรจุภัณฑ์

กลยุทธ์นี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับสินค้าในกลุ่มสินค้าของกินของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน หรือสินค้าอุปโภคบริโภคทำเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น

ที่เกิดขึ้นก็อย่างเช่นกรณี การลดไซซ์ของสบู่, ผงซักฟอก แต่ยังคงจำหน่ายสินค้าในราคาเดิมนัยว่าเพื่อประหยัดต้นทุน

หรือการปรับลดขนาดบรรจุภัณฑ์แล้วจำหน่ายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าเดิม 50% มีตัวอย่างให้เห็นจากสินค้าในกลุ่มนมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม ตรา "ไวตามิ้ลค์" ซึ่งเลือกที่จะออกบรรจุภัณฑ์ขนาดใหม่ เช่น "ไวตามิ้ลค์" ขนาด 125 มิลลิลิตร จำหน่ายในราคา 5 บาท แต่หากขนาดปกติ 500 มิลลิลิตร จะจำหน่าย 10 บาท

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่าสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายราคาขวดละ 20 บาท ได้เริ่มคิดที่จะนำกลยุทธ์นี้มาใช้เพื่อให้เหมาะสำหรับผู้บริโภคในยุคกระเป๋าแฟบจากราคาน้ำมันเข้าถึงสินค้าได้ง่ายเช่นเดียวกัน

 

**ปรับระบบขนส่ง-สูตรสินค้า

วิธีการปรับระบบการขนส่งเพื่อประหยัดน้ำมัน ที่มีการนำมาใช้คือการจัดวางเรียงของให้มีพื้นที่สูญเปล่าให้น้อยที่สุด

หรือไม่ก็ลงทุนเพิ่มด้วยเม็ดเงินลงทุนในหลักหลายร้อยล้านบาท อย่างกรณีที่ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ซื้อรถขนส่งสินค้าคันใหญ่กว่าเดิมเพื่อให้สามารถบรรทุกสินค้าได้มากขึ้น แต่ใช้ปริมาณน้ำมันใกล้เคียงกัน

ส่วนการปรับสูตรสินค้าจะเกิดขึ้นกับสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มประเภทชาเขียว นม นมถั่วเหลือง โดยสูตรยอดนิยม ตรงใจผู้บริโภค คือ "โลว์ ชูการ์" หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลต่ำ

แนวทางนี้นอกจากประหยัดต้นทุนจากราคาน้ำตาลที่ปรับเพิ่มขึ้นมากิโลกรัมละ 3 บาท ในช่วงต้นปีแล้ว ยังสอดรับกับกระแสผู้บริโภคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยการเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลงได้เป็นอย่างดี

 

**ลงทุนเพื่ออนาคต

แม้ว่าภาคธุรกิจที่แท้จริงจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น แต่บริษัทขนาดใหญ่ยังคงเลือกที่จะลงทุน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการปรับปรุงระบบการขนส่ง อยู่ดี

ไม่ว่าจะเป็นเสริมสุขและไทยเพรซิเด้นท์ ก็พูดในทิศทางเดียวกันว่า การลงทุนเพื่อปรับปรุงระบบขนส่ง นั้นเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต อย่างแท้จริง

แต่ถ้าทั้งลด ทั้งปรับ จนถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังทานต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว ก็ต้องใช้มาตรการสุดท้ายคือ "ขึ้นราคา"

ซึ่งผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค หรืออาหารรายใหญ่ทุกรายบอกในทิศทางเดียวกันว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเลือกทำ เพราะการปรับราคาจะยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการของบริษัทให้เลวร้ายซ้ำขึ้นไปกว่าเดิมอีก หลังจากต้องเผชิญกับภาวะเรื่องต้นทุน และการแข่งขันในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เรียกว่า ถ้าไม่จำเป็น..ไม่ทำ!!

หน้า 20