|
||||||||||||||
|
โกงชาติ
มาช่วยคนจน ไม่ผิด !?
ภูมิคุ้มกันคอร์รัปชัน :รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ศูนย์วิจัยธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2549 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ประโยคหัวข้อเรื่องนี้ต้องใส่ลงท้ายด้วยทั้งเครื่องหมายตกใจและเครื่องหมายคำถาม เมื่อได้อ่านคำพูดจากการสัมภาษณ์ของ แม่สะอิ้ง ไถวสินธุ์ แกนนำสตรีจากจังหวัดร้อยเอ็ด ที่กล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2549 ที่ผ่านมา ตอนที่ยกคาราวานคนจนมาสนับสนุนนายกฯ ทักษิณว่า "รัฐบาลชุดนี้แม้จะโกงบ้าง เอาเงินเข้ากระเป๋าบ้าง แต่อย่างน้อยก็ถึงประชาชน ทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้บ้าง แม้จะน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่ช่วยเหลือเลย" กับประโยคที่ผู้คนจำนวนไม่น้อย แม้กระทั่งคนกรุงเทพฯ นักธุรกิจบางส่วนก็พูดทำนองว่า รัฐบาลไหนๆ ที่ผ่านมาก็โกงทั้งนั้นทุกรัฐบาล แถมยังทำอะไรไม่เป็นอีก คำอธิบายแบบนี้ เริ่มออกมากรอกหูคนไทยมากขึ้นๆ ทุกวัน และมีคนต่างๆ กล้าออกมาพูดอย่างไม่อายปาก ให้เป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับการตั้งคำถามถึงนายกฯ และรัฐมนตรีในสมัยนี้ ในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติบ้านเมือง คำตอบที่ได้การอธิบายในความข้องใจในประเด็นทุจริต แต่กลับให้เป็นคำตอบจากเสียงประชาชนเอง จะเป็นจำนวน 16 ล้านหรือ 15 ล้านเสียงก็ตาม ว่าคนที่เลือกนายกฯ ทักษิณ ก็รู้ว่าโกงกันทั้งนั้น แต่จะเลือกซะอย่าง! ด้วยเหตุผลที่สรุป 2 ประโยคที่ยกมาให้อ่านแล้วข้างต้น เจ๊ดังคนหนึ่ง ระดับเจ้าแม่และที่วงการเมืองไทยนับถือกันมาก เมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้ออกรายการสนทนา VIP ทางสถานีโทรทัศน์ตอนหนึ่งได้เปิดเผยเคล็ดลับในการเลือกพนักงานบริษัท ว่า ถ้าพวกที่ตอบว่าเกิดมาไม่เคยโกง เจ๊แกก็จะไล่ไปเลยไม่รับเข้าทำงาน ลูกน้องของแกต้องเก่งจะเคยโกงมาบ้างก็ไม่ถือสา เพราะเจ๊แน่ใจว่าฝีมือแกเหนือกว่าสามารถคุมคนโกงไว้ใช้งานได้ พอคุยกันในเคล็ดลับการเลือกพนักงานแบบเผาตำราบริหารบุคคลทิ้งแบบนี้จบ พิธีกร คุณญาณี จงวิสุทธิ์ กับคู่หู ก็ขำและชอบใจกันใหญ่โดยไม่ท้วงติงอะไรเลย ผู้ชมทางบ้าน 10-20 ล้านคน โดยเฉพาะเด็กและประชาชนที่ได้รับชมรับฟัง อาจรับแนวสัมภาษณ์พิสดาร ไปใช้เลือกคนโกง อย่างเจ๊แกไปแล้วทั้งประเทศ ใครที่กำลังจะเตรียมตัวไปสัมภาษณ์สมัครงานอยู่ ก็อาจจะหลงผิดตามไปด้วยว่า คนเก่งที่ทั้งระดับบริษัท และระดับชาติต้องการในยุคนี้ ต้องโกงให้เป็นด้วย! ถ้าศีลธรรม คุณธรรม ประเทศไทย จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามแนวคิดแบบนี้ ความรู้ที่เล่าเรียนอยู่ในประเทศไทยเกือบทั้งหมด อาจจะใช้ไม่ได้ ที่อาจจะใช้ได้อยู่บ้างมีอยู่ในคำสอนของ "วาชศรพ" (วาด-ชะ-สบ) ครูลัทธิโจร ในหนังสือเรียนกระทรวงศึกษาธิการในอดีต ชื่อ กามนิต-วาสิฏฐี แนวคิดทฤษฎีโจรของวาชศรพ สอนสาวก ว่า การฆ่าคนไม่ผิด ตามอรรถกถาแก้กาลสูตร มีความว่า "ถ้าข้าพเจ้าตัดหัวคนหรือหัวสัตว์ ดาบของข้าพเจ้าฟันเข้าไปในระวางอนุปรมาณูอันแยกไม่ได้ เพราะอนุปรมาณูนี้มีลักษณะแยกไม่ได้โดยแท้ ดาบของข้าพเจ้าจึงไม่ได้ฟันอนุปรมาณู เพราะฉะนั้นดาบที่ว่าฟันลงไป จึงเป็นการฟันในที่ว่างเปล่าระหว่างอนุปรมาณู ก็ความว่างเปล่า ใครเล่าจะเป็นผู้ทำอันตรายได้? เพราะการทำอันตรายในสิ่งที่ไม่มีก็เท่ากับไม่ได้ทำอันตรายในสิ่งใดๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เอาดาบฟันลงไปในที่ว่างเปล่าจึงไม่ต้องรับผิด และจะรับโทษทัณฑ์ไม่ได้ ถ้าการฆ่ามนุษย์มีความจริงเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ กรรมอย่างอื่นที่มนุษย์ลงทัณฑ์แก่กันเบากว่าการฆ่าคน จะมีความจริงอีกสักเพียงไร ?" ตามคำสอนของ วาชศรพ นี้ กรรมอย่างอื่นที่เบากว่าการฆ่าคน ก็ย่อมไม่ผิดไปด้วย อาทิเช่น การฆ่าสัตว์ การโจรกรรม หรือแม้แต่การลักขโมยทรัพย์สมบัติ (ถ้าเป็นศัพท์สมัยใหม่คือ การคอร์รัปชัน) ก็ย่อมได้รับการให้อภัย หามีความผิดหรือบาปไม่ไปด้วย หากจะให้แนะนำตำราแนวโจรอีกเล่มที่เหมาะสำหรับนักการเมือง หรือผู้ที่มีอำนาจใหญ่ในบ้านเมือง ก็คือ หนังสือชื่อ "The Prince" แต่งโดย มาคิอาเวลลี (Nicolo Machiavelli) ชาวอิตาเลียน ครูผู้สอนวิชาปกครองและวิธีการก้าวขึ้นสู่อำนาจของเจ้าผู้ครองนคร ในยุค ค.ศ.1513 ในตำราเล่มนี้ ซึ่งยังคงใช้เป็นหนังสือวรรณคดีให้นักเรียนมัธยมในอเมริกาอ่านประกอบอยู่ มีคำสอนที่ถือว่าเป็นสุดยอดของวิชามารของนักการเมืองที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือคำสอนที่ว่า "The End Justifies the Means" มีความหมายที่นำไปใช้ว่า ถ้าหวังผลที่จะได้เป็นสิ่งที่ดีแล้ว วิธีการไปถึงผลสำเร็จจะทำอย่างไร แม้จะผิดในความถูกต้องก็ได้" ตัวอย่างการอ้างทฤษฎีนี้ ก็เช่นนำไปใช้กล่าวอ้างว่า ถ้าต้องการช่วยเหลือคนจน ดังนั้น ก็ต้องมีอำนาจที่จะทำได้ ดังนั้น หนทางไปสู่อำนาจซึ่งอาจจะมีทุจริตเลือกตั้ง หรือใช้เงินคอร์รัปชัน ก็ย่อมทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ ในการกำจัดความยากจนออกไป จากพลเมืองไทยเป็นต้น มาคิอาเวลลี (Machiavelli) ยังแนะนำไว้อีกว่า ผู้ปกครองที่เข้มแข็งอาจจำเป็นต้องใช้ความรุนแรง หรือยกเว้นการมีสัจธรรมเสียบ้างก็ได้ ถ้าจำเป็นเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เพราะหากประชาชนส่วนใด เกิดไม่ให้ความศรัทธาไว้วางใจในตัวผู้นำแล้ว ก็ไม่มีกฎข้อใดในคำสอนนี้ ที่จะห้ามมิให้ผู้นำผู้ปกครองเลิกให้เกียรติ และความศรัทธาที่จะต้องปฏิบัติอย่างดีกับคนเหล่านั้นเช่นเดียวกันด้วย ! ประเทศไทย กำลังจะเข้าสู่ยุคแนวคิดจริยธรรมใหม่สู่แนวจริยมาร ของท่านผู้นำความคิดต่างๆ ที่ได้นำมารวบรวมไว้ในบทความนี้ ซึ่งหากผู้ใดสนใจสนับสนุนแนวทางความเชื่อว่าโกงชาติเพื่อช่วยคนจนไม่ผิดอะไร ก็สามารถนำปรัชญาวิชามาร ของทั้งปรัชญายุโรปยุคโบราณ และแนวสอนของวาชศรพ บวกรวมกับคำประกาศให้อภัยต่อผู้ทุจริตโกงชาติ ของแกนนำรากหญ้าบางคนมาอ้างอิงได้ เพื่ออธิบายความถูกต้องของตนได้อีกวิธีหนึ่งด้วย ! กลุ่ม "จุฬาฯ เชิดชูคุณธรรม นำประชาธิปไตย" อ่านแล้วช่วยด้วยครับ คุณธรรมจะสู้บุญคุณของมารได้อย่างไร ?
|