|
||||||||||||||
|
"กรีนสแปน"
เตือนน้ำมันแพงเริ่มคายพิษ
มติชนรายวัน วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10317 จี้สหรัฐอเมริกาเร่งผลิต "เอทานอล" รับ วอลล์ตรีทถล่มหุ้นเอเชียต่อสามวันติด "อลัน กรีนสแปน"อดีตประธานเฟดคนดังได้รับเชิญเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกา เตือนราคาน้ำมันแพงเริ่มคายพิษสงกระทบเศรษฐกิจมะกันแล้ว เพราะผู้บริโภคแบกรับภาระไม่ไหวในขณะที่ธุรกิจเอาตัวรอดได้ ตลาดหุ้นสหรัฐรูดต่อทุบหุ้นเอเชียทรุดสู่ระดับต่ำสุด นายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา เข้าให้ปากคำถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ต่อคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นการเข้าให้ปากคำเป็นครั้งแรกหลังจากพ้นจากตำแหน่งประธานเฟดไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ นายกรีนสแปนเตือนว่า แม้ว่าสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะภาคธุรกิจสามารถดูดซับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างพรวดพราดได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ตาม แต่ดัชนีชี้สภาวะเศรษฐกิจเมื่อเร็วๆ นี้ก็แสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันแพงเริ่มส่งผลกระทบ และกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาแล้ว ตามความเห็นของนายกรีนสแปน การที่ราคาน้ำมันขึ้นไปอยู่ในระดับสูงเกินกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเป็นผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีจำหน่ายสูงเกินกว่า 3 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (ราว 32 บาทต่อลิตร) นั้นเป็นผลมาจากการที่ปริมาณกำลังการผลิตน้ำมันดิบสำรองลดต่ำลงอย่างฮวบฮาบ, การขาดแคลนการกลั่นน้ำมัน และมีสาเหตุบางส่วนจากการเก็งกำไรของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม การที่บรรดาธุรกิจอเมริกัน ประสบความสำเร็จในการค้นพบวิธีการพัฒนาผลิตภาพของตนเองให้ดีขึ้นได้ ทำให้สามารถรับมือกับภาวะราคาน้ำมันแพงได้ แต่ในเวลาเดียวกันบรรดาผู้บริโภค เริ่มแบกรับภาระราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นไม่ไหวแล้ว อดีตประธานเฟดเชื่อว่าราคาน้ำมันแพงจะส่งผลดีประการหนึ่งนั่นคือ กลายเป็นตัวจำกัดการพึ่งพาพลังงานน้ำมัน ของสหรัฐอเมริกาไปในตัว ในความเห็นของกรีนสแปนสหรัฐอเมริกากำลังค่อยๆ ดึงตัวเองออกจากการพึ่งพาน้ำมันปิโตรเลียม อย่างช้าๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ กับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจอื่นๆ มากนัก แต่ถ้าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันก็ไม่แน่ใจเช่นเดียวกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง นายกรีนสแปนเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาหาหนทางใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ ทดแทนน้ำมัน และเชื่อว่าเอทานอล จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องไม่ใช่ใช้ข้าวโพดซึ่งมีจำกัดเป็นฐานในการผลิตเอทานอล รัฐบาลจะต้องเร่งค้นคว้าวิจัย เพื่อหาทางผลิตเอทานอลจากเซลลูโลสซึ่งเชื่อว่า จะเป็นทางเดียวที่จะสามารถนำมาทดแทนน้ำมันในปริมาณสูงมาก อย่างที่ใช้กันอยู่ได้ แนวโน้มของการลดการพึ่งพาน้ำมันนั้น เห็นได้ชัดในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ปรากฏชัดในหลายประเทศนอกสหรัฐโดยเฉพาะจีน ซึ่งมีแนวโน้มในทิศทางตรงกันข้าม เพราะปริมาณรถยนต์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และไม่มีการให้ความสำคัญต่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย นายกรีนสแปนให้ปากคำในช่วงเวลาเดียวกับที่ตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทปรับตัวอ่อนลงอย่างมากอีกครั้งเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ดัชนีหลักคือดาวโจนส์ลดลงอีก 0.7 เปอร์เซ็นต์ลงสู่ระดับต่ำกว่า 11,000 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากนักลงทุนเชื่อว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งและส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายุติการขยายตัว ส่งผลสะเทือนมายังประเทศผู้ส่งสินค้าออก ไปยังสหรัฐอเมริกาคือหลายประเทศในเอเชีย ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นลดลง 3.1 เปอร์เซ็นต์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 มาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 15,000 จุด เป็นครั้งแรกในรอบปีนี้ ดัชนีเซนเส็กซ์ของอินเดียลดลง 3.7 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ลดลง 3.5 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน โดยภาพรวมแล้วดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วเอเชีย-แปซิฟิคลดลงมากที่สุดในช่วง 1 วันในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว (เอพี/เอเอฟพี) หน้า 20
|