หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ดัชนีชี้คนไทยสุขน้อยลง กังวล "ค่าครองชีพ ยัน การเมือง"

มติชนรายวัน วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10317

หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้แถลงข่าวผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนพฤษภาคม 2549 ซึ่งสำรวจจากประชาชนจำนวน 2,244 คน โดยดัชนีส่วนใหญ่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ศูนย์ยังได้สำรวจความคิดเห็นทางสังคมควบคู่ไปด้วย โดยดัชนีที่ออกมามีทิศทางที่สอดคล้องกัน ดังนี้

จากการสำรวจพบว่าในเดือนพฤษภาคม 2549 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และเป็นดัชนีที่ต่ำสุดในรอบ 37-55 เดือน (4-5 ปี) ซึ่งเป็นผลกระทบทางลบจากปัจจัยเดิมๆ ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น การปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยทั้งปีของกระทรวงการคลัง จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.5-5.5% เหลือ 4.5-5.0% สะท้อนถึงเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง การส่งออกทั้งปีที่ขยายตัวเพียง 11.8% ต่ำกว่าตัวเลขขยายตัวของไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 17.9% ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ลดลงจาก 768.29 จุดมาในเดือนเมษายน เป็น 709.43 จุดในสิ้นเดือนพฤษภาคม อีกทั้งความวิตกต่อปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามภาวะน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม

จากการสำรวจยังพบว่า ปัจจัยการเมืองมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมากขึ้นและในระดับสูงโดยมีสัดส่วนถึง 62.4% แม้จะต่ำลงเล็กน้อยจากเดือนเมษายนที่มีสัดส่วน 65.7% เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมนี้ ทำให้ภาวะคลี่คลายลง เช่นเดียวกับความกังวลต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังอยู่ระดับสูง 93.5% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ 92.8%

ที่น่าจับตามองคือผลกระทบจากการปรับอัตราดอกเบี้ย ทำให้ผู้บริโภคมีความวิตกกังวลมากขึ้น แม้สัดส่วนจะยังอยู่ในระดับเพียง 3% ของกลุ่มที่ได้รับการสอบถาม แต่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนทางศูนย์จะมีการปรับลดตัวเลขการประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งน่าจะลดลงจากประมาณการเดิมขยายตัวระดับ 4.0.4.5% เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานในการคำนวณเปลี่ยนแปลงไป ทั้งแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ภาวะการเมืองที่ไม่นิ่ง อัตราแลกเปลี่ยน คือค่าเงินบาทที่เฉลี่ยอ่อนค่าลงจาก 39 บาท/เหรียญสหรัฐ เหลือ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อัตราการลงทุนที่ลดลงและขยายตัวไม่ถึง 10% รวมทั้งมีสัญญาณว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และอาจต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ได้อีก ในระดับที่เข้าใกล้ปี 2540 เชื่อว่าสถานการณ์อย่างนี้จะต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 และมีโอกาสฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาส 4 เพราะเข้าช่วงเทศกาลปีใหม่ และจะมีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ในส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเดือนพฤษภาคมอยู่ระดับ 75.5, 76.4 และ 92.6 ตามลำดับ ต่ำลงจากเดือนเมษายนอยู่ระดับ 76.7, 77.2 และ 93.7 ตามลำดับ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (ซีซีไอ) ปรับลดลงจาก 82.5 เหลือ 81.5 ต่ำกว่าระดับ 100 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์ต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง และยังไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ในอนาคต (6 เดือนข้างหน้า) โดยดัชนีปรับลดลงจาก 81.6 เป็น 80.4

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องผลการสำรวจภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนพฤษภาคม 2549 ทุกรายการที่ลดลง โดยดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ ลดลงจาก 65.9 เป็น 64.8 ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านใหม่ ลดลงจาก 79.3 เหลือ 78.5 ดัชนีความเหมาะสมเพื่อการท่องเที่ยว ลดลงจาก 71.1 เป็น 69.8 ดัชนีความเหมาะสมการลงทุนทุกธุรกิจ ลดลงจาก 84.0 เป็น 82.6

พร้อมกันนี้ทางศูนย์พยากรณ์ได้จัดทำผลการสำรวจภาวการณ์ทางสังคมของผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการจัดทำการสำรวจครั้งแรกและจะทำต่อเนื่อง โดยใช้กลุ่มสำรวจเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จุดประสงค์เป็นการวัดการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคภาคเอกชนและการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หรือเป็นการวัดความสุขโดยรวมของคนในประเทศ (จีดีเอช)

ซึ่งสำรวจในประเด็นความคิดเห็นเกี่ยวกับ 1.ความสุขในการดำเนินชีวิต 2.ภาวะค่าครองชีพ 3.ปัญหายาเสพติด 4.ปัญหาคอร์รัปชั่น และ 5.สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งกลุ่มตัวอย่างแสดงว่ามีความสุขดีในการดำเนินชีวิต 70.8% ไม่มีความสุข 20.5% รู้สึกแย่ 8.7%

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่กลับไม่พอใจกับภาวะค่าครองชีพ ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชั่น และการเมือง

ผลการสำรวจภาวการณ์ด้านสังคม ได้ส่งผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นทางสังคม (ดัชนีความสุขของคนไทย) โดยพบว่าดัชนีความเหมาะสมของผู้บริโภคปรับตัวลดลงในทุกรายการเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ยังคงมีค่าต่ำกว่าระดับ 100 ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนนี้ที่ยังมีทิศทางปรับตัวลดลงทุกรายการ และยังมีค่าต่ำกว่าระดับ 100 โดยมีรายละเอียดคือ

โดยดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิตปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 88.2 แสดงว่าประชาชนมีความสุขในการดำรงชีวิตต่ำกว่าระดับปกติ (ที่ระดับ 100) สำหรับความคาดหวังในความสุขในการดำรงชีวิตช่วง 3 เดือนข้างหน้านั้น อยู่ที่ระดับ 92.0 แม้ว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังมีค่าต่ำกว่าระดับ 100 แสดงว่าประชาชนยังมีความสุขในการดำรงชีวิตน้อยอยู่

ดัชนีภาวะค่าครองชีพ อยู่ที่ระดับ 48.3 แสดงว่าประชาชนประสบภาวะค่าครองชีพที่แย่กว่าระดับปกติ (ที่ระดับ 100) และในช่วง 3 เดือนข้างหน้านั้น อยู่ที่ระดับ 48.4 แสดงว่าประชาชนยังประสบกับปัญหาค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง

ด้านดัชนีความเห็นเกี่ยวกับยาเสพติด ในเดือนพฤษภาคม 2549 อยู่ที่ระดับ 44.3 แสดงว่าประชาชนคิดว่า ปัญหายาเสพติดยังอยู่ในระดับที่แย่กว่าที่ควรจะเป็น (ที่ระดับ 100) ส่วนความคาดหวังในช่วง 3 เดือนข้างหน้านั้น อยู่ที่ 47.9 แสดงว่าประชาชนยังเห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญสำหรับสังคมไทยที่ต้องเร่งแก้ไข

สำหรับดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาคอร์รัปชั่น พบว่าอยู่ที่ระดับ 51.4 แสดงว่าประชาชนคิดว่าปัญหาคอร์รัปชั่นยังอยู่ในระดับแย่กว่าที่ควรจะเป็น (ที่ระดับ 100) ส่วนอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 54.5 แสดงว่าประชาชนยังเห็นว่าปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับสังคมไทยที่ต้องเร่งแก้ไข

ส่วนดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองนั้น อยู่ที่ระดับ 24.4 แสดงว่าประชาชนคิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังขาดเสถียรภาพ โดยอยู่ในระดับแย่กว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก (ที่ระดับ 100) ส่วนการคาดหวังในสถานการณ์การเมืองช่วง 3 เดือนข้างหน้านั้นอยู่ที่ระดับ 32.6 แสดงว่าประชาชนยังเห็นว่าปัญหาทางการเมืองยังไม่มีความมั่นคงในไตรมาสที่สาม

หน้า 20