|
||||||||||||||
|
เหลือแต่ซาก?
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น เศรษฐ์ สันติ มติชนรายวัน วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10315 ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ใช้ผู้บริหารเปลืองเป็นพิเศษ แค่ช่วง 1 ปี เปลี่ยนกรรมการผู้จัดการมาแล้ว 4 คน ปัญหาที่ทำให้ผู้บริหารของปิคนิคต้องถอดใจลาออกไม่น่าจะมาจากปัญหาการขาดทุนบักโกรกเพียงอย่างเดียว แต่มีปัญหาความไม่ชอบมาพากลมากมายที่อดีตผู้บริหารบางคน และผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งซุกซ่อนไว้จนยากที่จะสะสางได้ ที่สำคัญเป็นการเสี่ยงคุกตะรางอย่างมาก ถ้าผู้บริหารซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของบริษัท (ผู้ถือหุ้นโดยรวม) ช่วยเหลืออดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ปกปิดข้อมูลและทำลายหลักฐานความไม่ชอบมาพากลดังกล่าว เท่าที่ตรวจสอบจากรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัท เอส.เค.แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (เดิมเป็นสำนักงาน เอิสท์ แอนด์ ยัง) พบว่าประเด็นสำคัญที่มีความซับซ้อนอย่างมากมี 3 ประการคือ 1.หนี้สินมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ระหว่างปิคนิคกับกลุ่มบริษัทโรงบรรจุก๊าซ 18 บริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตผู้บริหารและกลุ่มผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม 2.การจัดซื้อถังก๊าซขนาดเล็กจากบริษัทแสงทองไทยผลิตถัง มูลค่า 2,166 ล้านบาท ที่มีการตัดออกจากบัญชีถึง 1,000 ล้านบาท และผู้ตรวจสอบบัญชียังไม่สามารถสอบทานถึงปริมาณถังที่อ้างว่ามีอยู่ในบัญชีอีก 1,100 ล้านบาท ได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ 3.การจัดซื้อถังก๊าซขนาดใหญ่จาก หจก.แห่งหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตผู้บริหารมูลค่า 963 ล้านบาท มีการจ่ายมัดจำล่วงหน้าไปแล้ว แต่ยังมิได้รับมอบถังก๊าซ ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ถ้าพิจารณาข้อมูลพยานหลักฐาน และปัจจัยแวดล้อมอย่างละเอียดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อถังก๊าซ มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาทแล้ว ทำให้เชื่อว่าถังก๊าซจำนวนดังกล่าว มิได้มีการผลิตจริง ซึ่งการตรวจสอบหลักฐาน ทำได้ง่ายมาก เช่น การตรวจสอบวัตถุดิบในการผลิต การตรวจสอบความสามารถในการผลิต ของโรงงานผู้ผลิต (เป็นเพียงโรงงานขนาดเล็ก) ซึ่งประเด็นเหล่านี้โยงกับการเสียภาษี (การออกใบกำกับภาษีปลอม?) ความฉ้อฉลของผู้ตรวจสอบบัญชีซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ควรประสานงานกับกรมสรรพากร และสภาวิชาชีพนักบัญชีเข้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ถ้าสมมติฐานดังกล่าวเป็นจริงก็หมายความว่า มีการผ่องถ่ายเงินของบริษัทไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมฝ่ายคดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงทำงานอืดเป็นเรือเกลือดองเรื่องนานนับปี สะท้อนให้เห็นความด้อยประสิทธิภาพในการทำงาน ของผู้บริหารก.ล.ต.ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีคำสั่งให้ปิคนิคแก้ไขงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2549 เพราะมิได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้บางรายการให้เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชีมูลค่ากว่า 440 ล้านบาท และผู้ตรวจสอบบัญชีไม่ได้รับเอกสารหลักฐานที่จำเป็นครบถ้วนเพื่อสอบทานงบการเงิน เช่น มูลค่าและปริมาณของถังบรรจุก๊าซขนาดเล้กที่บันทึกไว้ในบัญชีจำนวน 2,382 ล้านบาท, การส่งมอบถังบรรจุก๊าซได้จ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าไปแล้ว 235 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับถังก๊าซ ฯลฯ ปัญหาดังกล่าวทำให้งบการเงินดังกล่าวไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แต่การสั่งให้แก้ไขงบการเงินดังกล่าวนี้เป็นคนละส่วนกับการผ่องถ่ายเงินจำนวนหลายพันล้านบาท เพราะเป็นเพียงแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หลังจากที่ปิคนิคถูกอดีตผู้บริหารบางคน และผู้ถือหุ้นบางคนสูบเลือดสูบเนื้อออกไป เป็นจำนวนมหาศาลแล้ว หน้า 20
|