หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ฟุตบอลโลกกับการพนัน

คอลัมน์ ดุลยภาพดุลยพินิจ โดย นวลน้อย ตรีรัตน์ มติชนรายวัน วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10315

มหกรรมฟุตบอลโลกที่จะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายนนี้ สะท้อนความจริงประการหนึ่งว่า ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลกยุคไร้พรมแดน เพราะมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับฟุตบอลโลกอย่างคึกคัก บริษัทต่างๆ จำนวนมากใช้กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับฟุตบอลโลกเป็นกิจกรรมสำคัญของการส่งเสริมการขายของบริษัท โดยการจัดกิจกรรมที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ การจัดชิงโชคทายผลว่าทีมใดจะเป็นผู้ชนะ ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับที่จัดทายผล มีผู้ส่งการทายผลถึงกว่า 10 ล้านฉบับ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ในครั้งนี้ มีการแข่งขันจัดทายผลกันเพิ่มมากขึ้น โดยจำนวนผู้ที่จัดการทายผลมีเพิ่มมากขึ้น ของรางวัลมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

ในต่างประเทศมีการประมาณการกันว่าเศรษฐกิจของหลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกค่อนข้างมากจะกระเตื้องขึ้น ทั้งนี้ เพราะว่าการแข่งขันกีฬาถือเป็นส่วนหนึ่งของภาคสันทนาการ (entertainment sector) ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ฟุตบอลโลกถือเป็นการแข่งขันที่สำคัญสุดยอดรายการหนึ่ง ที่มีประเทศเข้าร่วมเกือบ 200 ประเทศ มีผู้ติดตามชมในรอบสุดท้าย 32 ทีม ไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านคนทั่วโลก

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน บริษัทต่างๆ ใช้วาระนี้เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นยอดขาย ในภาวะที่เศรษฐกิจอึมครึม ทั้งผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างมากมาย จากภาวะการเมืองที่มีความไม่แน่นอน ยังมองไม่เห็นทิศทางที่ชัดจนว่าจะเป็นอย่างไร นักลงทุนขาดความมั่นใจ ชะลอการลงทุน ผู้บริโภคก็ไม่แน่ใจว่า เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ชะลอการใช้จ่าย เทศกาลฟุตบอลโลกจึงเป็นเสมือนตัวกระตุ้นที่สำคัญ รัฐบาลรักษาการก็คงสบายใจขึ้น เพราะในช่วงหนึ่งเดือนต่อไปนี้ คนจำนวนมากโดยเฉพาะคนในเมืองจะสนใจว่า รัฐบาลทำอะไรน้อยลง เพราะไปติดตามการแข่งขันแทน อย่างไรก็ตาม เทศกาลฟุตบอลโลกก็นำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ ที่สำคัญด้วย เช่น ปัญหาการแทงพนันฟุตบอล ปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ต้องอดนอน เพราะการแข่งขันจะเป็นเวลากลางคืนในประเทศไทย

จากการสำรวจของเอแบคโพลล์ ในหัวข้อ "โค้งสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006" ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2549 พบว่ามีผู้สนใจจะติดตามชมการแข่งขันประมาณกว่า 20 ล้านคน และประมาณกว่า 3 ล้านคนตั้งใจจะเล่นพนัน ซึ่งเมื่อคิดเทียบกับผู้ชมการแข่งขัน ตัวเลขผู้ที่คิดจะเล่นการพนันมีจำนวนถึงกว่าร้อยละ 15 โดยมีวงเงินการแทงพนันฟุตบอลอยู่ที่ประมาณ 14,034.5 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน แต่จำนวนเงินที่คาดว่าจะเล่นพนันฟุตบอลกระจุกอยู่ในภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการสำรวจในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วในปี 2002 พบว่าจำนวนผู้เล่นเพิ่มมากขึ้น ขณะที่จำนวนวงเงินที่คาดว่าจะแทงพนันลดลง

ในจำนวนผู้เล่นพนัน พบว่าเป็นผู้เล่นการพนันรายใหม่ 6 แสนคน และเป็นผู้ที่เคยเล่นทายผลการพนันฟุตบอลแล้ว แต่เลิกเล่นแล้วกลับมาเล่นใหม่ในช่วงฟุตบอลโลกอีกประมาณ 7.5 แสนคน เพราะว่าการแข่งขันบอลโลก เป็นเกมที่มีคนสนใจจำนวนมาก จะมีผู้ติดตามชมเพิ่มมากขึ้นจากการแข่งขันรายการทั่วๆ ไป ดังนั้น จำนวนผู้เล่นการพนันฟุตบอลก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะบางคนมีทัศนคติว่า จะดูให้สนุกต้องมีติดปลายนวม ซึ่งหมายความว่าต้องมีการพนันสักเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความตื่นเต้นในการเชียร์ ดังนั้น ในการแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง จึงมักมีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นเสมอ ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า เมื่อการแข่งขันจบลง บางคนก็เลิกเล่น แต่บางคนก็จะเล่นต่อเนื่องไปในรายการอื่นๆ กลายเป็นนักพนันฟุตบอลอาชีพไป

จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการเล่นการพนันในปี 2544 ของ สังศิต พิริยะรังสรรค์ และคณะ พบว่ามีจำนวนผู้เล่นการพนันฟุตบอลอยู่ประมาณ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 15-22 ปี ถึงร้อยละ 46 และผู้ที่มีอายุระหว่าง 23-35 ร้อยละ 38 ทั้งนี้ พบว่าผู้เล่นเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาร้อยละ 25 ตามด้วยลูกจ้างเอกชนร้อยละ 20 และผู้ประกอบอาชีพส่วนตัวร้อยละ 16 โดยมีวงเงินที่แทงพนันฟุตบอลมากกว่า 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปีที่สำรวจเป็นปีที่ไม่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก การแทงพนันพนันฟุตบอลส่วนใหญ่จึงเป็นการแทงพนันฟุตบอลสโมสรในยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอังกฤษ และเป็นการสำรวจถึงพฤติกรรมที่เล่นในปีที่ผ่านมา

การเล่นพนันฟุตบอลในประเทศไทยมีมานานแล้ว แต่อยู่ในวงแคบๆ ทั้งนี้ เนื่องจากการรับชมสด และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกเข้าสู่ยุกโลกาภิวัตน์ หรือโลกไร้พรมแดน เมื่อคนทั้งโลกสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้พร้อมกันทั่วโลก เมื่อคนทั้งโลกสามารถดูรายการสดได้พร้อมกัน สำหรับประเทศไทยการพนันฟุตบอล เป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลายในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยได้ทำการถ่ายทอดสดให้ดูฟรีทุกนัด เป็นสภาพการที่แตกต่างจากอดีต ที่จะได้ดูนัดที่แข่งขันสดน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการดูเทปการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่าผู้ชมจะรู้ผลการแข่งขันแล้ว เปลี่ยนแปลงครั้งนั้นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับประเทศไทย เพราะหลังจากนั้นแล้วการถ่ายทอดสด การแข่งขันฟุตบอลในต่างประเทศ มีมากขึ้น ทั้งโดยสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีหรือระบบสมาชิก ทั้งนี้ ยังรวมถึงการถ่ายทอดผ่านสื่อวิทยุอีกด้วย

การพัฒนารูปแบบการรับฟังและรับชมแบบสดๆ มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากกับการแพร่ขยายของการพนันฟุตบอล ในช่วงเวลาเพียง 10 กว่าปี การพนันฟุตบอลได้แพร่ขยายจากกลุ่มคนเล่นจำนวนนับหมื่นไปสู่คนเล่นเป็นล้าน จากคนเล่นที่เคยกระจุกตัวอยู่ในเมืองไปสู่คนชนบท จากคนเล่นที่อยู่ในวัยทำงานไปสู่คนเล่นที่เป็นนักเรียนนักศึกษา จากคนเล่นที่มีรายได้ในระดับปานกลางถึงสูงไปสู่คนเล่นที่มีรายได้น้อยลง ดังนั้น ปัญหาและผลกระทบของการพนันจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ

เมื่อเปรียบเทียบกับการพนันประเภทอื่นแล้ว พบว่าการพนันฟุตบอลในประเทศไทย เป็นการพนันที่ก่อให้เกิดผลกระทบ ค่อนข้างมาก ใน 2 เรื่อง คือ เป็นการพนันที่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินได้ง่ายและรุนแรง ทั้งนี้ เพราะการพนันฟุตบอลส่วนใหญ่ ยังเป็นการเล่นในระบบเครดิต นั่นคือการแทงก่อนจ่ายทีหลัง ทั้งนี้ พบว่านักพนันมักจะคิดว่าทีมที่ตนเองแทงจะชนะจึงเล่นพนัน ดังนั้น โอกาสที่นักพนันจะแทงพนันเป็นจำนวนเงินที่สูง จึงมีค่อนข้างมาก ปัญหาหนี้สินจึงเกิดขึ้นได้ง่าย และเป็นจำนวนเงินที่สูง เมื่อเทียบกับการพนันประเภทอื่น นักพนันบางส่วนมักจะคิดว่า เมื่อเล่นเสีย ก็ต้องเล่นให้มากขึ้น เพื่อหวังได้คืนทั้งหมด ซึ่งในสภาพที่เป็นจริงบางคนอาจจะได้คืน แต่จำนวนไม่น้อยทีเดียวที่เสียมากขึ้น จนไม่อาจจะหาเงินไปใช้หนี้การพนันได้ กลายเป็นปัญหาอาชญากรรมทั้งในด้านการหาเงินที่ไม่ถูกต้อง เช่น ถ้าไม่สามารถหยิบยืมเงินมาได้ อาจจะต้องมีการจี้ปล้น วิ่งราว ลักทรัพย์ หรือแม้กระทั่งยักยอกทรัพย์ เพื่อไปใช้คืนหนี้การพนัน หรืออาจจะถูกข่มขู่ คุกคาม จากเจ้าหนี้ที่มาทวงหนี้พนัน สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งปัญหาครอบครัว ความแตกแยกภายในครอบครัว

ส่วนผลกระทบอีกประการหนึ่งที่สำคัญของการพนันฟุตบอลเมื่อเทียบกับการพนันประเภทอื่นๆ ก็คือ เป็นการพนันที่ผู้เล่นจำนวนมากมีอายุน้อย เป็นนักเรียน นักศึกษา ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการศึกษาเล่าเรียน และในกรณีที่เลวร้าย นักเรียน นักศึกษาหลายคนต้องหมดอนาคต เพราะติดหนี้การพนัน

ดังนั้น จึงมักมีคำถามเกิดขึ้นเสมอๆ ว่า ควรจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร เพราะถ้าไม่จัดการอย่างหนึ่งอย่างใด ปัญหาเหล่านี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น คำถามจึงตามมาว่าควรจะทำให้ถูกกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อปัญหานี้มักจะออกมาในลักษณะใกล้เคียงกัน กล่าวคือ คนที่เห็นด้วยต่อการทำให้ถูกกฎหมายมักจะมีจำนวนมากกว่าร้อยละ 40 แต่ไม่ถึงร้อยละ 50

งานวิจัยในต่างประเทศที่เกี่ยวกับการแทงพนันฟุตบอลมีค่อนข้างน้อยมาก เนื่องจากการแทงพนัน ประเภทการแข่งขันในต่างประเทศ มักจะเป็นเรื่องแทงพนันม้าแข่ง ดังนั้น ขนาดของการแทงพนันฟุตบอลในต่างประเทศ จึงค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับการพนันประเภทอื่นๆ การศึกษาเรื่องทำให้ถูกกฎหมาย จึงมักจะเกิดขึ้น ในกรณีของกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งผลการศึกษาผลดีผลเสีย หรือผลกระทบในการทำกาสิโนที่ถูกกฎหมายเหล่านี้ ยังคงมีข้อโต้แย้งถึงผลกระทบสุทธิค่อนข้างมาก แต่งานวิจัยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า กิจกรรมการพนันก่อให้เกิดการโอนย้ายทรัพยากรจากคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างจน ไปสู่คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีฐานะทางเศรษฐกิจร่ำรวยกว่าอย่างแน่นอน และคนอื่นๆ ในสังคมอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากกิจกรรมเหล่านี้แต่อย่างใด นอกจากนั้น งานวิจัยเหล่านี้ยังชี้ว่า ผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ อาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิธีการกำกับดูแลของภาครัฐ ถ้ารัฐมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการพนันอย่างสูง การขยายตัวของธุรกิจการพนัน จะเพิ่มมากขึ้น จำนวนผู้เล่นการพนันจะเพิ่มสูงขึ้น จำนวนผู้ติดการพนันก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน สัดส่วนของค่าใช้จ่ายการพนันของครัวเรือน จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลให้สัดส่วนการใช้จ่ายในกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ลดลง ทำให้ประโยชน์สุทธิที่จะเกิดต่อสังคมลดลง ทั้งนี้ เพราะว่าการใช้จ่ายของการพนันในแต่ละครั้งไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์สุทธิทางสังคมได้อย่างเต็มที่ เพราะว่ากิจกรรมการพนันนั้นก่อให้เกิดต้นทุนทางสังคมเพิ่มตามมาด้วย

ดังนั้น เราคงไม่สามารถพูดถึงประเด็นการทำให้ถูกกฎหมาย โดยปราศจากการอภิปรายถึงความพร้อม และความสามารถในการกำกับดูแลของภาครัฐ

หน้า 6