หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ผู้บริหารระดับสูงจำเป็น ต้องฉลาดและรู้ในทุกเรื่องหรือไม่?

มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th  คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2549

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงจะได้มีโอกาสสัมผัสหรือพบเจอคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเป็นประจำ ท่านผู้อ่านได้เคยสังเกตบ้างไหมครับว่า คนที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ จำต้องมีความเฉลียวฉลาด เหนือกว่าผู้อื่นหรือไม่? ไหวพริบ ความชาญฉลาด ถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับการก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือไม่? ท่านผู้อ่านเคยเจอผู้บริหารระดับสูงที่ไม่ฉลาด (หรือโง่) บ้างไหม? ผมว่าคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่น่าสนใจ และชวนคิดเหมือนกันนะครับ

ผมเองมีโอกาสพบเจอผู้บริหารระดับสูงขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ทั้งในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา อาจารย์ หรือที่ปรึกษา สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยครับ คือผู้บริหารระดับสูงเหล่านั้นในเชิงสติปัญญา ทัศนคติ หรือบุคลิกภาพนั้นมีความแตกต่างจากผู้บริหารระดับรองลงมาอย่างชัดเจน ซึ่งผมไม่ได้หมายความว่า การจะเป็นผู้บริหารระดับสูงได้จะต้องเฉลียวฉลาดกว่าผู้อื่นนะครับ

จริงอยู่ที่ผู้บริหารบางท่านอาจจะฉลาดกว่าผู้อื่น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ผู้บริหารระดับสูงเหล่านี้ จะมีมุมมองที่กว้างกว่าผู้อื่นในการวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นผู้ที่สามารถใช้ประโยชน์จากความรู้ ความสามารถของผู้อื่น เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และเป็นผู้ที่สามารถจับประเด็นที่สำคัญ เชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เหล่านั้นเข้าด้วยกัน และสรุปเป็นสิ่งที่จะต้องทำต่อไปได้

ทีนี้มาลองดูบทสัมภาษณ์ของผู้บริหารระดับสูงของอเมริกาจากหนังสือ Corporate Confidential เขียนโดย Susan DePhillips กันบ้างนะครับ Susan ได้ไปสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมาก และโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้บริหารเหล่านั้นจะยอมรับว่าความฉลาดของตนเองนั้นอยู่ในระดับเฉลี่ยหรือสูงกว่าเฉลี่ยนิดหน่อยเท่านั้นเอง (ไม่รู้ว่าผู้บริหารเหล่านั้นเขาถ่อมตัวกันหรือเปล่านะครับ) แต่ไม่ว่าผู้บริหารเหล่านั้นจะมองตนเองอย่างไร ส่วนใหญ่เชื่อว่าความฉลาดของตนเองอยู่ในระดับเดียวกับผู้บริหารระดับสูงท่านอื่นๆ (อันนี้เขาเรียกว่าไม่ยอมแพ้กันครับ)

ผู้บริหารระดับสูงเหล่านี้ต่างมีความเห็นว่า เรื่องของความฉลาดนั้นเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จ ในหน้าที่การงานเท่านั้นครับ มีคนอีกมากมายที่มีความฉลาดเป็นเลิศ แต่มีปัญหาไม่สามารถแปลงความฉลาดของตนเอง ไปสู่สิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ ความฉลาดหรือความรู้ที่ได้เรียนมาเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้ได้รับการยอมรับในองค์กร จนกว่าจะสามารถนำความรู้ หรือความฉลาดนั้นไปสู่การปฏิบัติจริง ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ผู้บริหารบางท่านระบุเลยครับว่าในการทำงานนั้น สิ่งที่สามารถทำได้ สำคัญกว่า สิ่งที่รู้

คงพอจะสรุปเบื้องต้นได้นะครับว่า ความเฉลียวฉลาดอาจจะเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อการก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ไม่ใช่เพียงแค่ปัจจัยเดียวหรือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ทีนี้มาถึงคำถามที่สองก็คือ ผู้บริหารระดับสูงควรจะยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ไหม? ท่านผู้อ่านเคยเห็นผู้บริหารระดับสูงที่ยอมรับว่าตนเองไม่มีความรู้ หรือไม่รู้ในบางเรื่องไหมครับ?

ผมเองเจอบ่อยครับ โดยเฉพาะยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปเท่าใดยิ่งเจอมากขึ้น ประเด็นที่น่าสนใจคือ ดูเหมือนเรื่องการยอมรับว่าไม่รู้นั้นจะแปลผกผันกับการก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ คนที่เป็นผู้บริหารระดับต้นจำนวนมาก (โดยเฉพาะผู้ที่จบมาใหม่ๆ) มักจะคิดว่าตนเองรู้ในทุกเรื่อง (ไม่ใช่ทุกคนนะครับ แต่จำนวนมาก)

บุคคลเหล่านี้มักจะไม่ค่อยยอมรับออกมาอย่างเปิดเผยว่า ตนเองไม่รู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่พอขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงแล้ว กลับพบเจอผู้บริหารระดับนี้ที่จำนวนมากที่ออกมายอมรับว่าไม่รู้ในหลายๆ เรื่อง เสมือนว่าเมื่อก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูงเรื่อยๆ จะพบเจอสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น และทำให้พบว่าที่ตนเองคิดว่ารู้ทุกเรื่องนั้น จริงๆ แล้ว ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกเยอะมาก

จากหนังสือ Corporate Confidential บรรดาผู้บริหารระดับสูงของอเมริกายอมรับคล้ายๆ กันว่า จากประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างยาวนาน สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้คือ การยอมรับออกมาอย่างเปิดเผยว่า ตนเองไม่รู้หรือไม่เข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง โดยไม่รู้สึกขายหน้าหรืออับอาย ผู้บริหารท่านหนึ่งระบุออกมาอย่างชัดเจนเลยครับว่า เราจะพบว่าในการทำงานจริงๆ นั้น เป็นไปไม่ได้ที่คนๆ หนึ่งจะรู้ในทุกเรื่อง

เรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับความรู้ ความสามารถของผู้ที่ก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูง คือการพัฒนาทักษะในการสื่อสาร ด้วยการเขียน ดูๆ ไปอาจจะเป็นเรื่องง่ายนะครับ แต่ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านที่เป็นผู้บริหารมักจะพบปัญหาหนึ่งในลูกน้องของท่าน คือความสามารถในการเขียน ความสามารถในการเขียนนั้นไม่ใช่เรื่องของลายมือนะครับ แต่เป็นการเขียนบันทึก รายงานต่างๆ ให้สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้

สังเกตดูนะครับว่าถ้าเราไม่สามารถเขียนให้ได้ดีแล้ว เวลาเจ้านายของเราอ่านบันทึกหรือรายงานของเรานั้น ส่วนใหญ่ท่านจะใช้เวลาในการแก้ไขรูปแบบ การเขียน มากกว่าจะสนใจต่อเนื้อหาที่อยู่ภายใน เชื่อว่าทักษะในการเขียนที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานครับ เนื่องจากการเขียนเป็นช่องทางที่สำคัญ ในการสื่อสารความคิด ไอเดีย ความเห็นของเราให้ผู้อื่นรับทราบ รวมทั้งยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้รับสารด้วย

ไม่ทราบว่าพอจะสรุปได้ไหมว่า คนที่จบและเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ๆ นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะค่อนข้างมีความมั่นใจตนเองพอสมควร ทั้งในด้านความรู้ ความสามารถ หรือทักษะในการเขียน ดังนั้นค่อนข้างยากครับ ที่อยู่ดีๆ จะให้คนเหล่านี้ออกมายอมรับว่า ตนเองไม่รู้ในบางเรื่องหรือขาดทักษะในการสื่อสารด้วยการเขียน แต่ยิ่งก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะพบว่าตนเองไม่ได้รู้ไปเสียในทุกเรื่อง และพร้อมที่จะออกมายอมรับว่าไม่รู้มากขึ้น รวมทั้งทักษะในการเขียนก็ดียิ่งขึ้น