|
||||||||||||||
|
ที่ว่า "เรารักในหลวง"
นั้น ฉันใด
โดย ดุสิต เทพไพฑูรย์ มติชนรายวัน วันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10314 ปัจจุบัน กระแสสังคมไทยพุ่งเป้าไปที่ "เรารักในหลวง" ยิ่งใกล้จะถึงวันมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 กระแส "เรารักในหลวง" ยิ่งแรงหนักขึ้น มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะโดยสื่อสารมวลชนทุกแขนง หรือการเขียนป้าย และการติดสติ๊กเกอร์ "เรารักในหลวง" ดูดาษดื่น โดยเฉพาะหน่วยราชการ ต่างติดธงสัญลักษณ์เคียงคู่ธงชาติไทย ดูตระการตา ความจงรักภักดีที่คนไทยมีต่อในหลวงนั้น สุดจะประมาณได้ เวลานี้ หน่วยงานจะทำโครงการอะไรขึ้นมาสักอย่าง มักมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง หรือไม่ก็เป็นการกระทำเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงเนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จะสร้างพระพุทธรูป บวชพระ บวชเณร ก็เถื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง จะปฏิบัติธรรม ก็เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง จะบริจาคโลหิต ก็เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง จะสร้างถาวรวัตถุอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ก็เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง และอื่นๆ อีกมากมาย นับร้อยนับพันกิจกรรม สุดจะพรรณนา การกระทำอันใด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงนั้นเป็นสิ่งที่กอปรด้วยเจตนาบริสุทธิ์เป็นแม่นมั่น ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญการปฏิบัติบูชา ยิ่งกว่าอามิสบูชา (หมายถึง การบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และสิ่งของต่างๆ) ผู้เขียนเองเชื่อโดยสนิทใจว่า ในหลวงก็ทรงพอพระทัยที่พสกนิกรทุกถ้วนหน้าประพฤติปฏิบัติตามที่พระองค์ทรงสอน ยิ่งกว่าการทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของแด่พระองค์ท่าน ในหลวงได้ทรงสอนอะไรบ้างในช่วง 60 ปีที่ทรงครองราชย์ แน่นอนมีมากมายสุดคณานับ หากจะกล่าวโดยย่นย่อที่สุดน่าจะได้ดังนี้ 1.ทรงสอนให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม เช่น มีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง และรู้รักสามัคคี 2.ทรงสอนให้สำนึกตระหนักว่าคนไทยทุกคนจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจกันบำเพ็ญกรณียกิจต่างๆ ตามหน้าที่ ให้สอดคล้องและเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ 3.ทรงสอนให้เร่งรัดปฏิบัติสรรพกิจการงานโดยขะมักเขม้น 4.ทรงสอนให้ตั้งความเพียรในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนๆ โดยเต็มกำลังความสามารถ และสติปัญญา ทั้งด้วยความสุจริตบริสุทธิ์เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ 5.ทรงสอนให้ตั้งใจและตั้งความเพียรพยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนๆ ด้วยความขยันหมั่นเพียร และพร้อมเพรียงปรองดองกัน 6.ทรงสอนให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ใช้สติปัญญาความสามารถให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด 7.ทรงสอนให้ปรารภประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นจุดหมาย มีปัญญาที่กระจ่างแจ่มใสปราศจากอคติ 8.ทรงสอนให้ฝ่ายทหารและพลเรือนพร้อมทั้งชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตั้งจิตตั้งใจให้แน่วแน่และหนักแน่นที่จะปฏิบัติบำเพ็ญกรณียกิจน้อยใหญ่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยความอุตสาหะ อดทน และด้วยความมีสติรอบคอบ 9.ทรงสอนให้ทุกคนเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อทุกคนจะได้มีพอที่จะใช้ อยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน รู้จักประมาณในการกินการใช้ ไม่เป็นวัตถุนิยมจัด พึ่งตนเอง และมีความจำเริญสุข ถ้าเราเทิดพระเกียรติ หรือถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง โดยประพฤติปฏิบัติตามแนวทางที่ในหลวงทรงสอน ย่อมเป็นสิริมงคลทั้งแก่ตนเองและสังคมส่วนรวมอย่างแน่นอน ผู้ไม่ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต ชอบทุจริตคอร์รัปชั่นโกงกินทั้งตามน้ำและทวนน้ำ และโกงครบวงจร ย่อมเสื่อม ผู้ไม่รู้รักสามัคคีก่อความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ย่อมเสื่อม ผู้ไม่ทำหน้าที่พลเมืองดี ย่อมเสื่อม ผู้ไม่ตั้งอยู่ในความขยันหมั่นเพียร มีความเกียจคร้านเป็นเจ้าเรือน ย่อมเสื่อม ผู้ตั้งอยู่ในความประมาท หรือทำอะไรชุ่ยๆ ย่อมเสื่อม ผู้ที่กอปรไปด้วยอคติ ย่อมเสื่อม ผู้ไม่มีจิตใจที่หนักแน่น ขาดความอุตสาหะ ขาดความอดทน และขาดความมีสติรอบคอบ ย่อมเสื่อม ผู้ไม่ยอมเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งอยู่ในความประมาท ไม่รู้จักประมาณตนในการจับจ่ายใช้สอย ลุ่มหลงอบายมุข ย่อมเสื่อม สิ่งที่ใคร่ขอเน้นเป็นพิเศษ คือ การรักในหลวงนั้น มิใช่เป็นเรื่องของการพูด (มีปากก็พูดไปตามกระแส) แต่เป็นเรื่องการรักด้วยใจ ด้วยความจงรักภักดี และปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พวกที่ชอบตะแบง ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ หนำซ้ำยังบังอาจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย หมดสิทธิที่จะพูดว่า "เรารักในหลวง" หน้า 6
|