|
||||||||||||||
|
พยาบาลหลั่งไหลทำงานในอเมริกา
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10309 ในโลกปัจจุบันที่แรงงานไหลไปมาข้ามประเทศได้สะดวก ผลกระทบต่อประเทศเจ้าของแรงงาน และผู้จ้างแรงงาน จึงเกิดขึ้นได้หลากหลายลักษณะ ดังกรณีของการจ้างพยาบาลระหว่างสหรัฐอเมริกา กับประเทศกำลังพัฒนา สหรัฐอเมริกาขาดแคลนพยาบาลที่ได้รับการรับรอง (registered nurses) มากขึ้นทุกปี ปัจจุบันขาดแคลนปีละกว่าหนึ่งแสนคน ในปี 2010 คาดว่าจะขาดแคลนประมาณ 250,000 คน 2015 ประมาณ 500,000 คน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 800,000 คนในปี 2020 ในปี 2005 มีพยาบาลที่สอบผ่านภาษาอังกฤษพร้อมทั้งสอบผ่านการสอบวิชาพยาบาลมาตรฐาน จนสามารถได้วีซ่าไปทำงานในสหรัฐอเมริกา 7,178 คน (ฟิลิปปินส์ 4,594 คน อินเดีย 2,330 คน จีน 114 คน ไนจีเรีย 80 คน และเคนย่า 60 คน) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการ ขณะนี้รัฐสภาอเมริกากำลังผ่านกฎหมายให้วีซ่ารับพยาบาลที่ได้รับการรับรองแล้วจากต่างประเทศ อย่างไม่จำกัดจำนวนในแต่ละปี (ปัจจุบันพยาบาลที่ได้รับการรับรองแล้วอพยพเข้าไปทำงานในสหรัฐอเมริกาปีละ 12,000-14,000 คน) เพราะปัจจุบันโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกา มีตำแหน่งพยาบาลที่ได้รับการรับรองแล้วว่างอยู่ถึงกว่า 100,000 ตำแหน่ง และเมื่อดูสถานการณ์แล้วจะยิ่งขาดแคลนหนักหน่วงขึ้นทุกที สาเหตุที่ทำให้อาชีพพยาบาลไม่น่าสนใจสำหรับคนอเมริกันก็คือ ผลตอบแทนต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับอาชีพอื่น และเมื่อคำนึงถึงโอกาสในการติดเชื้อต่างๆ ตลอดจนความยากลำบากในการทำงาน นอกจากนี้พยาบาลที่ผลิตออกมาจำนวนหนึ่งนั้น เลิกอาชีพพยาบาลโดยเป็นแม่บ้าน หรือเปลี่ยนอาชีพ การขาดแคลนอาจารย์สอนพยาบาลเนื่องจากได้รับผลตอบแทน ต่ำกว่าลูกศิษย์ที่ผลิตออกไป ทำให้โรงเรียนผลิตพยาบาลต่างๆ ประมาณ 1,100 แห่ง ในสหรัฐอเมริกา ขาดแคลนอาจารย์ที่มีคุณภาพ นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีจำนวนพยาบาล จบออกมาไม่เพียงพอ อย่างไรก็ดีหากใช้เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์มาวิเคราะห์ก็พอคาดเดาได้ว่า การรับพยาบาลอพยพจากต่างประเทศ จำนวนนับหมื่นคนในแต่ละปี ดังที่กระทำมายาวนาน เป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าจ้างพยาบาลต่ำ (จะไปจ้างพยาบาลอเมริกันราคาแพง ทำไมในเมื่อมีพยาบาลคุณภาพใกล้เคียงกัน หน้าดำๆ ที่ไม่บ่น สู้งานหนัก ยินดีทำงานในราคาที่ไม่สูง ลักษณะแบบ "สู้ตายฮ่ะ" อยู่จำนวนมากมายที่พร้อมจะเหาะมาทำงานในสหรัฐอเมริกา) ผลกระทบที่เกิดกับประเทศที่ส่งพยาบาลไปทำงานในสหรัฐอเมริกาก็คือมีรายได้ไหลเข้าประเทศจากเงินตราต่างประเทศที่ส่งกลับ พยาบาลผู้อพยพมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ครอบครัวของพยาบาลที่อพยพลืมตาอ้าปากได้ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลดีในแง่หนึ่ง แต่อีกแง่หนึ่งก็คือการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ไปอย่างสำคัญ ทำให้บริการแพทย์ของประเทศที่ไม่สมบูรณ์อยู่แล้วยิ่งเลวร้ายขึ้น ประเทศที่ถูกกระทบมากที่สุดเพราะมีพยาบาลอพยพไปมากที่สุดมายาวนาน และคุณภาพบริการแพทย์ของประเทศเอง ก็ไม่อยู่ในฐานะน่าพอใจคือฟิลิปปินส์ ความยากจนโดยทั่วไปและรายได้ที่ต่ำของอาชีพพยาบาล ทำให้พยาบาลฟิลิปปินส์จำนวนมาก ถึง 50,000 คน ใน 3 ปีที่ผ่านมา อพยพไปทำงานในสหรัฐอเมริกา ในตะวันออกกลาง ในยุโรป และในประเทศเอเชียอื่น จากรายได้เริ่มต้นของพยาบาลปีละ 2,000 เหรียญสหรัฐ (80,000 บาท) ในฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 36,000 เหรียญสหรัฐ (1.4 ล้านบาท) หากได้อพยพไปทำงานเป็นพยาบาลในสหรัฐอเมริกา ตัวเลขหอมหวนเช่นนี้ทำให้มีแพทย์ฟิลิปปินส์จำนวนไม่น้อยที่สอบไม่ผ่านข้อสอบมาตรฐานแพทย์ของสหรัฐอเมริกา หันไปศึกษาวิชาพยาบาลเพิ่มเติมเพื่ออพยพไปทำงานในฐานะพยาบาล การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเช่นนี้ของสหรัฐอเมริกาจะทำให้การขาดแคลนพยาบาลที่มีคุณภาพในฟิลิปปินส์รุนแรงยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ ค.ศ.1998 โรงพยาบาลเอกชน 687 แห่ง ได้ปิดตัวเองลงเพราะขาดแคลนพยาบาล ในอีก 4 ปีข้างหน้าเชื่อว่าตัวเลขนี้จะขึ้นไปถึง 1,000 แห่ง ในปัจจุบันฟิลิปปินส์มีโรงพยาบาลของรัฐ 682 แห่ง ของเอกชน 1,071 แห่ง ขณะนี้หลายโรงพยาบาลปิดบริการบางหน่วย เพราะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ หมอในโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง ลาออกไปอบรมเป็นพยาบาล เพื่อหวังอพยพไปทำงานในฐานะพยาบาลพร้อมๆ กับที่พยาบาลจำนวนมากลาออกไปทำงานต่างประเทศ การลาออกของพยาบาลฟิลิปปินส์และการเปลี่ยนงานของแพทย์ไปเป็นพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด ทำให้เหลือแต่โรงพยาบาลของรัฐซึ่งมีคนไข้ล้นมือจนทำให้คุณภาพของบริการแพทย์ลดลงไปอีกอย่างเห็นได้ชัด ในโรงพยาบาลของรัฐ ร้อยละ 90 ของพยาบาลมีอายุทำงานไม่เกิน 6 เดือน การไหลออกนอกประเทศของพยาบาลที่มีคุณภาพ หลังผ่านการกลั่นกรองสอบผ่านข้อสอบมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา ทำให้เหลือแต่พยาบาลที่มีคุณภาพไม่ถึงมาตรฐานทำงานอยู่ในประเทศ โดยรับเงินเดือนต่ำและมีงานล้นมือ สภาวการณ์เช่นนี้คาดเดาได้ว่าบริการแพทย์จะมีคุณภาพอย่างใด ถึงแม้การอพยพไปทำงานในสหรัฐอเมริกาของพยาบาลฟิลิปปินส์จะมีผลกระทบต่อคุณภาพของบริการแพทย์ในประเทศ แต่ทางการฟิลิปปินส์ก็ไม่ขัดขวาง กลับสนับสนุนด้วยซ้ำ เพราะเป็นสิ่งที่นำรายได้เข้าประเทศ (คนฟิลิปปินส์ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน ทำงานนอกประเทศ ส่งเงินกลับประเทศปีละนับพันล้านเหรียญสหรัฐ) โดยช่วยพยุงเศรษฐกิจฟิลิปปินส์อย่างสำคัญ ทำไมจึงเป็นพยาบาลฟิลิปปินส์ที่อพยพเข้าสหรัฐอเมริกามากที่สุด? คำตอบก็คือการเป็นรัฐในการดูแลของสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 50 ปีในอดีต ทำให้ทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกัน คนฟิลิปปินส์มีความสามารถในด้านภาษาอังกฤษ เหนือกว่าคนเอเชียชาติอื่นทั้งหมด (ยกเว้นสิงคโปร์เท่านั้น) นอกจากนี้ฟิลิปปินส์เคยมีระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง มีระบบการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่กว้างขวาง อีกทั้งยังมีประเพณีอันยาวนานของการอพยพของพยาบาล ไปทำงานในสหรัฐอเมริกา พยาบาลไทยเคยมีประเพณีของการอพยพไปทำงานในสหรัฐอเมริกามายาวนานไม่น้อยกว่าฟิลิปปินส์ แต่เหตุใดปัจจุบันจึงขาดตอนไป? เป็นเพราะพยาบาลไทยมีทางเลือกมากขึ้น ในการได้รับรายได้ที่ใกล้เคียงกับการทำงานในต่างประเทศ? เป็นเพราะมาตรฐานภาษาอังกฤษ ของพยาบาลไทยต่ำจนทำให้สอบไม่ผ่าน? เป็นเพราะมาตรฐานในการรับพยาบาลไปทำงานในสหรัฐอเมริกาสูงขึ้น อย่างไม่ทัดเทียมกับคุณภาพของพยาบาลไทยที่เพิ่มสูงขึ้น? คำถามทั้งหมดนี้น่าขบคิดอย่างยิ่ง และเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารการศึกษาไทย หน้า 6
|